แดนนิพพาน "โมทนาทุกดวงจิตถึงซึ่งแดนนิพพาน"

ชื่อกระทู้: นักสมาธิแล้วเห็นพระ เห็นพระพิฆเนศ [สั่งพิมพ์]

โดย: farkung    เวลา: 2013-6-30 13:01     ชื่อกระทู้: นักสมาธิแล้วเห็นพระ เห็นพระพิฆเนศ

อยากถามหลวงพ่อ หรือผู้รู้ค่ะ ในวันนี้ ดิฉันได้ไปปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิแล้วเห็นพระพิฆเนศปางเดวกันยืนเรียงกัน 5 องค์ จากนั้น ก็เห็นพระนั่งสมาธิอยู่ใต้ต้นไม้ ร่างกายซูบผอมมาก หนังติดกระดูก เห็นแต่ด้านข้าง ต่อมาก็เห็นเจ้าแม่กวนอิม อยากทราบว่า ที่เห็นทั้งหมดนี้ หมายความว่าอย่างไรหรอคะ รบกวนช่วยตอบทีนะคะ ^^
โดย: ณัฐดนัย    เวลา: 2013-6-30 19:21

สาธุครับ คงต้องรอคุณมารน้อยแล้วละครับ
โดย: มารน้อย    เวลา: 2013-7-1 11:12

ตอบกระทู้ ณัฐดนัย ตั้งกระทู้
% W5 Q; {1 p2 y; b9 y
  h4 [) C! m. O( C7 M. h8 o  pผมไม่เก่งขนาดนั้นครับ แต่จะขอตอบจากประสบการณ์ ก็แล้วกันครับ  จากเรื่องนี้ผมว่าน่าจะเกิดจากสัญญาเก่า และ นิวรณ์ 5 ซึ่งหมายถึง สิ่งที่ขวางกั้นจิตทำให้สมาธิไม่อาจเกิดขึ้นได้ มี 5 อย่างคือ  " E- O( c2 m0 Q; _1 V8 O5 j7 Z

$ m: @: C, n8 e/ N/ g  m1.กามฉันทะ คือ ความยินดี พอใจ เพลิดเพลินในกามคุณอารมณ์ ได้แก่ ความยินดี พอใจในรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ(สิ่งสัมผัสทางกาย) อันน่ายินดี น่ารักใคร่พอใจ รวมทั้งความคิดอันเกี่ยวเนื่องด้วยรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะนั้น (คำว่ากามในทางธรรมนั้น ไม่ได้หมายถึงเรื่องเพศเท่านั้น)
# o% _1 |- V: o  k ! z1 q! {: g0 Z: J4 U
2. พยาบาท คือ ความโกรธ ความพยาบาท ความไม่พอใจ ขัดเคืองใจ ) ~" o/ e+ K( U3 T2 x. C0 V

% t* ^. n- J/ W2 Z! z7 W$ l: P6 _3. ถีนมิทธะ แยกเป็นถีนะ คือ ความหดหู่ท้อถอย และมิทธะ คือ ความง่วงเหงาหาวนอน ถีนะและมิทธะนั้นมีอาการแสดงออกที่คล้ายกันมาก คือทำให้เกิดอาการเซื่องซึมเหมือนกัน แต่มีสาเหตุที่ต่างกันคือ
4 j1 U( k  O' {+ ~' c& w7 g* g* Cถีนะเป็นกิเลสชนิดหนึ่ง เกิดจากการปรุงแต่งของจิต ทำให้เกิดความย่อท้อ เบื่อหน่าย ไม่มีกำลังที่จะทำความเพียรต่อไป  
$ @* |- Y0 L( w! x. `1 aส่วนมิทธะนั้นเกิดจากความเมื่อยล้าอ่อนเพลียของร่างกาย หรือจิตใจจริง ๆ เนื่องจากตรากตรำมามาก หรือขาดการพักผ่อนที่เพียงพอ หรือการรับประทานอาหารที่มากเกินไป มิทธะนี้ไม่จัดเป็นกิเลส (พระอรหันต์ไม่มีถีนะแล้ว แต่ยังมีมิทธะได้เป็นบางครั้ง) * f. D7 k4 I6 v- u( E; u3 r

* n5 A( p: P. J; L$ g* K4. อุทธัจจกุกกุจจะ แยกเป็นอุทธัจจะคือความฟุ้งซ่านของจิต และกุกกุจจะคือความรำคาญใจ
) Y( Z1 S7 s7 K+ ?/ |1 ]อุทธัจจะนั้นคือการที่จิตไม่สามารถยึดอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้เป็นเวลานาน จึงเกิดอาการฟุ้งซ่าน เลื่อนลอยไปเรื่องนั้นที เรื่องนี้ที : {0 J0 c; ]2 ^% D' O, b
ส่วนกุกกุจจะนั้นเกิดจากความกังวลใจ หรือไม่สบายใจถึงอกุศลที่ได้ทำไปแล้วในอดีต ว่าไม่น่าทำไปอย่างนั้นเลย หรือบุญกุศลต่างๆ ที่ควรทำแต่ยังไม่ได้ทำ ว่าน่าจะได้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ 5 t' Z# f" v4 y% ]$ L. t4 {

# B7 G- o- N: ^$ E5 Q. q5. วิจิกิจฉา คือ ความลังเลสงสัย ไม่แน่ใจ หรือไม่ปักใจเชื่อว่าสิ่งใดถูกสิ่งใดผิด หรือควรทำแบบไหนดี จิตจึงไม่อาจมุ่งมั่นในอารมณ์ใดอารมณ์หนึ่งได้อย่างเต็มที่ สมาธิจึงไม่เกิดขึ้น 5 m& C  C2 c6 d3 X, H

; Y5 \  j4 g, l4 q1 nนิวรณ์ทั้ง 5 ตัวนี้ มีเฉพาะอุทธัจจะเท่านั้นที่เกิดขึ้นตัวเดียวได้ ส่วนนิวรณ์ตัวอื่น ๆ นอกนั้น เมื่อเกิดจะเกิดขึ้นร่วมกับอุทธัจจะเสมอ ' T: D1 `$ h) \; q0 s5 l7 W  Q
1 e# P5 f* h% _: }( r; |
นิวรณ์ทั้ง 5 เป็นอุปสรรคสำคัญในการทำสมาธิ ถ้านิวรณ์ตัวใดตัวหนึ่ง หรือหลายตัวเกิดขึ้น สมาธิก็ไม่อาจเกิดขึ้นได้เลย แต่นิวรณ์ทั้ง 5 นี้ไม่เป็นตัวขวางกั้นวิปัสสนาเลย ทั้งยังเป็นประโยชน์แก่วิปัสสนาอีกด้วย เพราะวิปัสสนานั้นเป็นการเรียนรู้ธรรมชาติของสรรพสิ่ง ไม่ว่าขณะนั้นอะไรจะเกิดขึ้น ก็เป็นประโยชน์ให้เรียนรู้ได้เสมอ นิวรณ์ทั้ง 5 นี้ก็เป็นธรรมชาติอย่างหนึ่ง ๆ ของจิตที่เป็นประโยชน์ในการเรียนรู้ ให้เห็นถึงความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ไม่อยู่ในอำนาจ ของจิตเช่นกัน (ได้จากเวปพลังจิตคับลอกมาบางส่วน)  ผมอาจจะผิดก็ได้ครับ ลองถามผู้รู้ อีกท่านหนึ่ง ดู คุณธนา ก็ได้
: B8 i/ A5 u' x
โดย: ณัฐดนัย    เวลา: 2013-7-2 21:28

อนุโมทนาสาธุครับ สาธุ




ยินดีต้อนรับสู่ แดนนิพพาน "โมทนาทุกดวงจิตถึงซึ่งแดนนิพพาน" (http://www.dannipparn.com/) Powered by Discuz! X1.5