แดนนิพพาน "โมทนาทุกดวงจิตถึงซึ่งแดนนิพพาน"

 

   

ค้นหา
ดู: 13057|ตอบ: 8
go

วัดสะปุ๋งน้อย ม.๓ ต.ม่วงน้อย อ.ป่าซาง จ.ลำพูน [คัดลอกลิงค์]

Rank: 8Rank: 8

IMG_1659.3.jpg



วัดสะปุ๋งน้อย  

ม.๓ ต.ม่วงน้อย อ.ป่าซาง จ.ลำพูน

[พระบรมธาตุเจดีย์ , วัดครูบาอ้าย อินฺทปญฺโญ]

----------------------


(แก้ไขข้อมูลล่าสุด : 17 มีนาคม 2569)


Rank: 8Rank: 8

Picturekan-390.jpg



ขอจบการเดินทางด้วยภาพถ่าย ณ วัดสะปุ๋งน้อย ถ่ายภาพเมื่อ พ.ศ.๒๕๕๐ สวัสดีค่ะ


l59.1.png




ภาพถ่าย ณ วัดสะปุ๋งน้อย พ.ศ.๒๕๕๐



DSC07593.JPG



DSC07585.JPG


Picturekan-377.jpg


Picturekan-379.jpg


Picturekan-387.jpg


Picturekan-382.jpg


Picturekan-369.jpg


Picturekan-372.jpg


Picturekan-370.jpg



Picturekan-362.jpg


Picturekan-368.jpg


Picturekan-366.jpg


DSC07588.JPG



Picturekan-389.jpg



DSC07586.JPG


Picturekan-373.jpg



Picturekan-364.jpg



DSC07595.JPG



DSC07591.JPG




l54 - Copy (2).png



ขอกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงสำหรับข้อมูลจาก :
        • วัดสะปุ๋งน้อย อ.ป่าซาง จ.ลำพูน         
        
        • หนังสือประวัติครูบาอ้าย อินทะปัญโญ วัดสะปุ๋งน้อย และบทสวดมนต์แปล. ตุลาคม ๒๕๕๖.   
        • ระบบฐานข้อมูลวัด สนับสนุนโดย มหาวิทยาลัยฟาร์อีสเทอร์น. วัดสะปุ๋งน้อย. (ออนไลน์). เข้าถึงได้จาก : http://www.templethailand.org/ID51060405-%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%B8%E0%B9%8B%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A2.html. (วันที่ค้นข้อมูล : ๑ มีนาคม ๒๕๕๘).

**หมายเหตุ :


ท่านใดประสงค์จะนำรูปภาพหรือเนื้อหาบทความไปใช้ประโยชน์ที่อื่น สามารถนำไปใช้ได้เลย โดยไม่ต้องขออนุญาตจากข้าพเจ้าก่อน


และได้โปรดกรุณาให้เครดิตอ้างอิงแหล่งข้อมูลที่มา : เว็บแดนนิพพาน และกรุณาอย่าลบหรือครอบตัดเครดิตแหล่งที่มาบนรูปภาพ “Photo by Dannipparn.com”


(ป.ล. หากว่ากระทู้บทความนี้ มีข้อผิดพลาดประการใด ข้าพเจ้าต้องขออภัยในความผิดพลาดต่างๆ ในฐานะปุถุชนที่ย่อมทำผิดและถูกสลับกันไปไว้ ณ ที่นี้ด้วย และจะนำไปปรับปรุงแก้ไขในครั้งต่อไป)


บันทึกของมิรา : http://www.dannipparn.com/forum-36-1.html

Rank: 8Rank: 8

IMG_1494.JPG



กุฏิสงฆ์ (กุฏิ อินฺทปญฺโญ พฺรหฺมปญฺโญนุสรณ์) วัดสะปุ๋งน้อย


IMG_1496.JPG



IMG_1654.JPG



พระพุทธรูปปางมารวิชัยองค์ใหญ่ ประดิษฐานด้านหน้า
กุฏิสงฆ์ วัดสะปุ๋งน้อย


IMG_1611.JPG



อุโบสถ วัดสะปุ๋งน้อย ตอนกำลังดำเนินการก่อสร้างเมื่อ พ.ศ.๒๕๕๘



IMG_1539.JPG



ลูกนิมิตอุโบสถ วัดสะปุ๋งน้อย



IMG_1581.JPG



IMG_1582.JPG



ศาลาบำเพ็ญกุศล วัดสะปุ๋งน้อย



IMG_1575.JPG



IMG_1567.JPG



หอระฆัง วัดสะปุ๋งน้อย



IMG_1563.JPG



เสื้อวัด วัดสะปุ๋งน้อย


Rank: 8Rank: 8

IMG_1518.2.jpg


IMG_1510.JPG


IMG_1711.JPG



IMG_1518.JPG


IMG_1522.JPG



อนุสาวรีย์ครูบาอ้าย อินฺทปญฺโญ (ครูบาอ้าย อินทะปัญโญ หรือ อินทปัญโญ) อดีตเจ้าอาวาสวัดสะปุ๋งน้อย รูปที่ ๔ (พ.ศ.๒๔๖๒-๒๔๙๒) อัฐิกลายเป็นธาตุ พระนักปฏิบัติแห่งวัดสะปุ๋งน้อย ชาตะ พ.ศ.๒๔๓๔ มรณภาพ พ.ศ.๒๕๐๕



IMG_1529.JPG



IMG_1526.JPG



รูปหล่อเหมือนครูบาอ้าย อินฺทปญฺโญ (ครูบาอ้าย อินทะปัญโญ หรือ อินทปัญโญ) อดีตเจ้าอาวาสวัดสะปุ๋งน้อย (พ.ศ.๒๔๖๒-๒๔๙๒) บรรจุพระธาตุดิบของครูบาอ้าย อินทะปัญโญ ไว้ในรูปเหมือนของท่านครูบา



Picturekan-365.jpg



คำนมัสการครูบาอ้าย อินทะปัญโญ

(ตั้งนะโม ๓ จบ) อินทะปัญโญ กะตัง นัง วา สุขะสันตัง กะริ สิระสา นะมามิ ฯ (กราบ)



3.png



ประวัติครูบาอ้าย อินฺทปญฺโญ

อดีตเจ้าอาวาสวัดสะปุ๋งน้อย

(พ.ศ.๒๔๖๒-๒๔๙๒)



ครูบาอ้าย ชื่อเดิมคือ อ้าย เสนป่าหมุ้น เกิดปีเถาะ พ.ศ.๒๔๓๔ เป็นบุตรของ พ่อสม และ แม่ดา เสนป่าหมุ้น บ้านสะปุ๋ง หมู่ ๓ ต.ม่วงน้อย แขวงปากบ่อง (อ.ป่าซางปัจจุบัน) จ.ลำพูน มีพี่น้องร่วมท้องเดียวกันจำนวน ๕ คน


เมื่อเจริญวัยพอสมควร นอกจากครูบาอ้ายจะช่วยพ่อแม่ทำงานอย่างเต็มความสามารถแล้ว ท่านยังเป็นเด็กที่ชอบติดตามพ่อแม่ไปทำบุญที่วัดเป็นประจำ และมีนิสัยรักสันโดษไม่ชอบยุ่งเกี่ยวกับญาติพี่น้อง หรือคบหาสมาคมกับเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียง


การศึกษา

เมื่ออายุได้ ๑๐ ปี พ่อแม่ได้พาไปฝากเล่าเรียนหนังสือภาษาล้านนาไทย ซึ่งเป็นภาษาพื้นเมืองเหนือ กับครูบาอุปละ เจ้าอาวาสวัดสะปุ๋ง (บ้านฮ้อง) ซึ่งท่านมีความตั้งใจศึกษาเล่าเรียนภาษาพื้นเมืองเป็นเวลา ๕ ปี จนสามารถอ่านออกเขียนได้เป็นอย่างดี ตลอดจนท่องคำไหว้พระสวดมนต์ได้อย่างคล่องแคล่ว


การบรรพชา-อุปสมบท

กระทั่งปี พ.ศ.๒๔๔๙ เมื่อพออายุได้ ๑๕ ปี ครูบาอ้ายได้บวชเป็นสามเณร ณ วัดสะปุ๋ง (บ้านฮ้อง) โดยมีครูบาอุปละเป็นพระอุปัชฌาย์ ซึ่งนอกจากจะศึกษาพระธรรมวินัยและปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ตลอดจนศึกษาภาษาพื้นเมืองแล้ว พระเณรสมัยนั้นยังฝึกหัดเขียนธรรมใบลาน และเทศน์ธรรมใบลานด้วย ทำให้สามเณรอ้ายได้ชื่อว่าเป็นนักเทศน์ธรรมที่เก่งรูปหนึ่ง


จากนั้นเมื่ออายุครบ ๒๑ ปี ในวันที่ ๑๖ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๕๔ ครูบาอ้ายได้บวชเป็นภิกษุ ณ วัดป่าตาล ต.ม่วงน้อย โดยมีครูบาธรรมวงค์ วัดสันกำแพง เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้นามฉายาว่า “อินทะปัญโญ  ภิกขุ”


หลังจากนั้นท่านหมั่นศึกษาหาความรู้ในวิชาต่างๆ จากพระอุปัชฌาย์ จนมีความรู้ความสามารถดีแล้ว ครูบาอ้ายจึงได้หาความรู้เพิ่มเติม ทั้งวิชาเวทมนต์คาถา วิชาโหราศาสตร์ และวิชาแพทย์แผนโบราณ จากครูบาอาจารย์หลายสำนัก


ครูบาอ้ายนักปฏิบัติและผู้มีจิตเมตตาธรรมสูง

ครูบาอ้ายชอบความสงบ และไม่ค่อยพูดคุยกับใคร ส่วนมากท่านจะบำเพ็ญวิปัสสนากรรมฐานอยู่บนกุฏิ กิจวัตรประจำของท่านครูบา คือ ตื่นนอน ตั้งแต่ตี ๔ ของทุกๆ วัน เพื่อทำกิจส่วนตัว จากนั้นท่านจะสวดมนต์ไหว้พระ เสร็จแล้วจึงนั่งสมาธิภาวนาตกลูกประคำ


พอออกจากสมาธิก็รอจนสว่าง ท่านจะถือไม้กวาดกับตะกร้าเก็บกวาดใบไม้ใบหญ้าบริเวณหน้ากุฏิ และลานวัดไปเรื่อยๆ ทำเช่นนี้เป็นประจำทุกเช้าและเย็น โดยไม่เคยดุว่าหรือตำหนิพระเณรรูปใดที่ตื่นสาย หรือไม่ช่วยทำความสะอาดวัด พอตกเย็นท่านก็จะทำวัตรสวดมนต์ นั่งสมาธิภาวนา และเดินจงกรมรอบพระธาตุเจดีย์หรือข้างพระวิหารเป็นประจำมิได้ขาด


แต่ถ้าญาติโยม อุบาสก อุบาสิกา ได้รับความเดือดร้อนและขอพบ ท่านจะให้คำแนะนำช่วยเหลือเสมอ ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม นอกจากนี้ท่านยังเมตตาเทศนาสั่งสอนและให้ความรู้ทางธรรมเป็นประจำทุกวันพระ


โดย มุ่งสอนให้ญาติโยมอุบาสก และอุบาสิกา มีศรัทธาตั้งมั่นในศีลธรรม ลดละการทำความชั่ว ประกอบแต่คุณงามความดี และให้หมั่นเข้าวัดปฏิบัติธรรมตั้งแต่เมื่อเยาว์วัย


นอกจากนี้ ครูบาอ้ายยังนำความรู้วิชาแพทย์แผนโบราณ ซึ่งร่ำเรียนมาคิดค้นเป็นยารักษาโรคนิ่ว-ลมนิ่ว เพื่อช่วยรักษาอาการเจ็บป่วยให้กับผู้ป่วยจำนวนมาก จนเป็นที่ทราบกันดีถึงสรรพคุณของยารักษาโรคนิ่ว-ลมนิ่ว ตำรับครูบาอ้ายว่า สามารถรักษาผู้ป่วยทุกรายให้หายได้ ทำให้ผู้ป่วยโรคนิ่วจากทุกพื้นที่ต้องเดินทางมาขอรับแจกฟรีจากท่านเป็นประจำ


สร้างโอกาสทางการศึกษา

ครูบาอ้ายยังมีบทบาทในการพัฒนา และสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กๆ โดยเมื่อวันที่ ๑๘ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๘๓ ท่านได้เป็นประธานสร้างโรงเรียนชั่วคราว ซึ่งย้ายจากวัดสะปุ๋งหลวงมาอยู่ที่วัดสะปุ๋งน้อย โดยอาศัยศาลาบาตรของวัดเป็นสถานที่เรียนภาษาไทยให้กับเด็กนักเรียน


ต่อมาในปี พ.ศ.๒๔๘๕ ทางกระทรวงศึกษาธิการ ได้อนุมัติเงินจำนวน ๑,๐๐๐ บาท เพื่อสมทบทุนในการก่อสร้างอาคารเรียนถาวรขึ้น โดยมอบให้ครูบาอ้าย อินทปัญโญ เป็นประธาน พร้อมด้วยเจ้าอธิการพรหม พรหมปัญโญ เจ้าคณะตำบลม่วงน้อย และพระอธิการอิ่นคำ คัมภีโร เจ้าอาวาสวัดสะปุ๋งหลวง


ร่วมกันก่อสร้างอาคารเรียนตามแบบ ป.๑ ของกระทรวงศึกษาธิการ ในที่ดินของวัดสะปุ๋งน้อย โดยอาคารดังกล่าวกว้าง ๘ เมตร ยาว ๒๗ เมตร และสูง ๔ เมตร มีห้องเรียนทั้งหมด ๓ ห้อง


แต่เนื่องจากระหว่างการก่อสร้าง อยู่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๒ ทำให้วัสดุก่อสร้างมีราคาแพงมากและหายาก การก่อสร้างโรงเรียนจึงล่าช้าและมาแล้วเสร็จในปี พ.ศ.๒๔๘๘ ซึ่งขณะนั้นทางราชการได้ยุบตำบลม่วงน้อยและชาวบ้านสะปุ๋งไปรวมกับตำบลป่าซาง จึงได้ตั้งชื่อโรงเรียนว่า “โรงเรียนประชาบาลตำบลป่าซาง” (อินทปัญญาราษฎร์รังสฤษฎ์)


ต่อมาทางราชการได้จัดตั้งตำบลม่วงน้อยขึ้นมาใหม่ และกำหนดให้หมู่บ้านสะปุ๋งกลับมาอยู่กับตำบลม่วงน้อยเหมือนเดิม โรงเรียนจึงต้องเปลี่ยนชื่อเป็น โรงเรียนประชาบาล ๓ (อินทปัญญาราษฎร์รังสฤษฎ์) จนกระทั่งราชการได้วางระเบียบใหม่อีกครั้ง ทำให้ต้องเปลี่ยนชื่อโรงเรียนเป็น “โรงเรียนวัดสะปุ๋งน้อย” (อินทปัญญาราษฎร์รังสฤษฎ์) ซึ่งใช้มาจนถึงปัจจุบันนี้


พัฒนาถาวรวัตถุเพื่อพุทธศาสนา

ครูบาอ้าย พยายามส่งเสริมพระพุทธศาสนาด้วยการพัฒนาถาวรวัตถุของวัดสะปุ๋งน้อย ให้เจริญก้าวหน้า และบูรณปฏิสังขรณ์บริเวณวัดให้มีความเป็นระเบียบน่ามอง โดยเฉพาะเรื่องความสะอาดของวัดเป็นสิ่งที่ท่านให้ความสำคัญ จนเป็นที่ทราบกันดีว่า บริเวณลานวัดสะปุ๋งน้อยสะอาดงามตา


ซึ่งครูบาอ้ายได้กำชับศิษยานุศิษย์และญาติโยม ภิกษุสามเณรว่า ถ้าไม่มีตุ๊ลุงต้องช่วยกันดูแลวัดให้ดี อย่าให้วัดสกปรกรุงรัง เพราะวัดเป็นสถานที่ที่ผู้คนมากราบไหว้บูชา จึงไม่ควรปล่อยปละละเลย


ปลงสังขาร

เมื่อ พ.ศ.๒๔๙๕ ครูบาอ้ายอายุย่างเข้าวัย ๖๑ ปี ท่านเริ่มมีอาการเจ็บป่วยเป็นโรคริดสีดวงทวาร ซึ่งทำให้ท่านต้องทนทุกข์ทรมานและชำระล้างเลือดเป็นประจำทุกวัน แต่ท่านก็ยังตั้งอยู่ในขันติธรรมเสมอ ไม่มีอาการกระวนกระวายเช่นผู้ป่วยอื่นๆ โดยพยายามรักษาอาการป่วยทั้งการกินยาและทายาทุกตำรับเพื่อระงับอาการของโรค


แต่อาการก็ไม่ทุเลาลงและยิ่งกำเริบมากขึ้น ทางญาติโยมและลูกศิษย์จึงได้ไปหาหมอที่เก่งในการรักษาโรคริดสีดวงทวารมาเป็นผู้รักษา ก็ยังไม่สามารถรักษาอาการป่วยของครูบาอ้ายได้


จนเมื่อครูบาอ้ายอายุย่างเข้าวัย ๗๒ ปี หลังจากทนทรมานกับอาการเจ็บป่วยนานถึง ๑๐ ปีเศษ ท่านพิจารณาแล้วว่าโรคนี้เป็นโรคกรรมสังขารของตัวเอง ไม่มีโอกาสจะเยียวยาให้หายได้ นอกจากดับสังขารเท่านั้น ท่านจึงนอนสำรวจจิตพิจารณาถึงสังขารที่เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป พอถึงเวลา ๐๕.๓๙ น. ของ วันที่ ๘ กันยายน พ.ศ.๒๕๐๕ ครูบาอ้ายก็ละสังขารด้วยอาการอันสงบ


โลงเก็บศพเกิดอภินิหาร

หลังจากบรรจุศพครูบาอ้ายได้ประมาณ ๑ เดือน คณะกรรมการและศิษยานุศิษย์ ซึ่งมีเจ้าอธิการพรหม พรหมปัญโญ เป็นว่าที่เจ้าอาวาสวัดสะปุ๋งน้อย เป็นประธานในการเปลี่ยนขี้เถ้า (ฟาง) ศพ พบว่าขี้เถ้าบริเวณหน้าอกของครูบาอ้าย มีก้อนขาวๆ รูปทรงสัณฐานคล้ายปะการัง ขนาดเท่ากำปั้นผู้ใหญ่วางอยู่


ญาติโยมต่างลงความเห็นว่าเป็น พระธาตุดิบ (ยังไม่ได้เผาร่าง) เหตุการณ์มหัศจรรย์นี้แพร่ออกไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ญาติโยมจำนวนมากพากันมากราบไหว้บูชา ซึ่งปัจจุบันพระธาตุดิบดังกล่าวบรรจุอยู่ในรูปเหมือนของครูบาที่วัดสะปุ๋งน้อย


จนเมื่อวันที่ ๑๒ เมษายน พ.ศ.๒๕๐๖ คณะศิษยานุศิษย์ได้จัดงานฌาปนกิจร่างของครูบาอ้าย ณ เมรุหน้าวัดสะปุ๋งน้อย โดยเปิดให้มีงานทำบุญ ๓ วัน เพื่อให้ญาติโยมและประชาชนผู้มีจิตศรัทธาได้กราบไหว้บูชาอย่างทั่วถึง


และภายหลังการฌาปนกิจครบ ๗ วัน เกิดเหตุมหัศจรรย์อีกครั้งขณะกำลังเก็บอัฐิของครูบาอ้าย พบเม็ดพระธาตุของท่านอยู่ในกองเถ้า เป็นเม็ดกลมๆ ขนาดเท่าเม็ดข้าวสาลี และมีอยู่เม็ดหนึ่งที่มีขนาดใหญ่กว่าเม็ดอื่นขนาดเท่าปลายนิ้วมือ ความยาวประมาณ ๑ นิ้ว ติดอยู่ที่กะโหลกศีรษะของครูบาอ้าย โดยพระธาตุมีสองสี คือ สีขาวและเขียวมรกต


ซึ่งเมื่อข่าวพระธาตุของครูบาอ้ายได้แพร่ออกไปทุกสารทิศ ทำให้มีประชาชนจำนวนมากหลั่งไหลมากราบไหว้เคารพบูชามิได้ขาด ทั้งนี้ทางวัดสะปุ๋งน้อยได้แบ่งอัฐิธาตุของครูบาอ้าย เก็บรักษาไว้ใน ๓ แห่ง


คือ บรรจุไว้ที่วัดพระพุทธบาทตากผ้า, ท่านอาจารย์สาธิต พระโขนง กรุงเทพฯ และที่วัดสะปุ๋งน้อย โดยในส่วนของวัดสะปุ๋งน้อย จะเปิดให้พุทธศาสนิกชนได้สักการบูชา ในงานประจำปีของทางวัด ซึ่งจะจัดขึ้นในวันขึ้น ๘ ค่ำ เดือน ๙ ของทุกปี


---------------------


(แหล่งอ้างอิงข้อมูล : หนังสือประวัติครูบาอ้าย อินทะปัญโญ วัดสะปุ๋งน้อย และบทสวดมนต์แปล. ตุลาคม ๒๕๕๖, หน้า ๕-๑๑.)


Rank: 8Rank: 8

IMG_1676.JPG



IMG_1679.JPG



IMG_1587.JPG



พระพุทธรูปปางมารวิชัย ๒ องค์ ประดิษฐานด้านทิศตะวันออก พระบรมธาตุเจดีย์ วัดสะปุ๋งน้อย



IMG_1769.JPG



IMG_1743.JPG



รูปปั้นสิงห์ อยู่บนมุมฐานเขียงพระบรมธาตุเจดีย์ทั้งสี่ทิศ วัดสะปุ๋งน้อย


IMG_1725.JPG



IMG_1672.JPG



IMG_1720.JPG



รูปปั้นกุมภัณฑ์ อยู่บนหัวเสากำแพงแก้วรอบพระบรมธาตุเจดีย์ทั้งสี่ทิศ วัดสะปุ๋งน้อย


Rank: 8Rank: 8

IMG_1767.JPG



IMG_1761.JPG



IMG_1754.JPG



IMG_1756.JPG



IMG_1758.JPG



พระพุทธรูปปางอุ้มบาตร ๑ องค์ และปางห้ามญาติ ๓ องค์
ประดิษฐานภายในซุ้มจระนำ พระบรมธาตุเจดีย์ วัดสะปุ๋งน้อย


Rank: 8Rank: 8

IMG_1644.JPG



IMG_1537.JPG



IMG_1667.JPG



พระบรมธาตุเจดีย์ ประดิษฐานด้านหลังวิหาร วัดสะปุ๋งน้อย



IMG_1730.JPG



IMG_1734.JPG



IMG_1746.JPG



IMG_1500.JPG



IMG_1623.JPG



IMG_1590.JPG



พระบรมธาตุเจดีย์ วัดสะปุ๋งน้อย

ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า


IMG_1501.JPG



คำนมัสการพระบรมธาตุเจดีย์

(ว่านะโม ๓ จบ) วันทามิ เจติยัง สัพพัง สัพพัฏฐาเนสุ ปะติฏฐิตา สะรีระธาตุโย เกศาธาตุโย อะระหันตา ธาตุโย เจติยัง คันทะกุฏิง จะตุละสี ติสสะหัสเส ธัมมักขันเธ สัพเพสัง ปาทะเจติยัง อะหังวันทามิ ธาตุโย อะหังวันทามิ ทุระโส อะหังวันทามิ สัพพะทา อะหังวันทามิ สิระสาฯ


IMG_1659.JPG



ประวัติวัดสะปุ๋งน้อย



วัดสะปุ๋งน้อย ตั้งอยู่เลขที่ ๑๙๕ บ้านสะปุ๋ง ถนนสายป่าซาง-ลี้ หมู่ที่ ๓ ตำบลม่วงน้อย อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ ๕ ไร่ ๓ งาน ๖๕ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๒๑๑๓๔ และ ๒๖๐๘๑


อาณาเขตติดต่อ ทิศเหนือ ประมาณ ๒ เส้น ๘ วา จดโรงเรียน ทิศใต้ ประมาณ ๒ เส้น ๗ วา จดลำเหมืองสาธารณะ ทิศตะวันออก ประมาณ ๓ เส้น ๖ วา จดลำเหมืองสาธารณะ ทิศตะวันตก ประมาณ ๑ เส้น ๑๓ วา จดทางสาธารณะ


อาคารเสนาสนะประกอบด้วย วิหาร อุโบสถ กุฏิสงฆ์ ศาลาอเนกประสงค์ และศาลาบำเพ็ญกุศล ปูชนียวัตถุมี พระประธาน เป็นพระพุทธรูปปูนปั้น พระพุทธรูปเนื้อทองสัมฤทธิ์ พระพุทธรูปเนื้อเงิน และพระบรมธาตุเจดีย์


วัดสะปุ๋งน้อย สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.๒๓๘๕ เดิมชาวบ้านเวลาทำบุญจะต้องเดินทางไปที่วัดสะปุ๋งหลวง เมื่อถึงหน้าฝนการเดินทางไปมาลำบาก ครูบาวัดสะปุ๋งหลวงจึงให้ครูบาอุปละไปตั้งวัดขึ้นใหม่ในหมู่บ้านฮ้อง (บ้านสะปุ๋งในปัจจุบัน)


ครูบาอุปละ พร้อมด้วยศรัทธาชาวบ้านจึงได้แผ้วถางแล้วสร้างวัดขึ้น และได้ขนานนามวัดบ้านฮ้องนี้ใหม่ว่า "วัดสะปุ๋งน้อย" และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ.๒๕๕๕ และท่านครูบาอุปลก็ได้เป็นเจ้าอาวาสองค์แรก


การบริหารและการปกครอง มีเจ้าอาวาสเท่าที่ทราบนาม คือ


รูปที่ ๑ ครูบาอุปละ  พ.ศ.๒๓๗๒-๒๔๐๒


รูปที่ ๒ ครูบาคำภิระ คมฺภีรปญฺโญ  พ.ศ.๒๔๐๒-๒๔๓๒


รูปที่ ๓ ครูบาพรหมเสน พรหมเสโน  พ.ศ.๒๔๓๒-๒๔๖๒


รูปที่ ๔ ครูบาอ้าย อินฺทปญฺโญ  พ.ศ.๒๔๖๒-๒๔๙๒


รูปที่ ๕ ครูบาพรหม พฺรหฺมปญฺโญ  พ.ศ.๒๔๙๒-๒๕๑๙


รูปที่ ๖ พระอธิการจินดา จิตฺตธมฺโม  พ.ศ.๒๕๑๙-๒๕๓๐


รูปที่ ๗ พระอธิการสวัสดิ์ สิริวณฺโณ  ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๓๐ เป็นต้นมา


(ข้อมูล ณ มีนาคม ๒๕๕๘)


----------------------


(แหล่งอ้างอิงข้อมูล : ระบบฐานข้อมูลวัด สนับสนุนโดย มหาวิทยาลัยฟาร์อีสเทอร์น. วัดสะปุ๋งน้อย. (ออนไลน์). เข้าถึงได้จาก : http://www.templethailand.org/ID51060405-%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%B8%E0%B9%8B%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A2.html. (วันที่ค้นข้อมูล : ๑ มีนาคม ๒๕๕๘.))


Rank: 8Rank: 8

10.jpg



11.jpg



12.jpg



จิตรกรรมฝาผนังภาพวิถีชีวิตและการอพยพของชาวยอง จากสิบสองปันนามาตั้งถิ่นฐานที่อาณาจักรหริภุญชัย (จังหวัดลำพูนในปัจจุบัน) ภายในวิหาร วัดสะปุ๋งน้อย

**(หมายเหตุ : สนใจติดตามข้อมูล ประวัติชาวยองในลำพูน จากป้ายประวัติชาวยองในลำพูน วัดพระพุทธบาทตากผ้า เพิ่มเติมได้ที่เว็บแดนนิพพาน โพสต์ที่ 29# @ http://www.dannipparn.com/thread-1175-3-1.html)

Rank: 8Rank: 8

Picturekan-394.jpg



วัดสะปุ๋งน้อย ตั้งอยู่เลขที่ ๑๙๕ บ้านสะปุ๋ง หมู่ที่ ๓ ตำบลม่วงน้อย อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน ระยะทางห่างจากที่ว่าการอำเภอป่าซางไปทางทิศใต้ประมาณ ๔ กิโลเมตร


IMG_1545.JPG



IMG_1559.JPG



IMG_1513.JPG



วิหาร วัดสะปุ๋งน้อย



DSC07592.JPG



รูปปั้นสิงห์คู่ ประดับหัวเสาประตูทางเข้าด้านหน้า วัดสะปุ๋งน้อย


IMG_1685.JPG



IMG_1719.JPG



IMG_1707.JPG



IMG_1712.JPG



พระประธานและพระพุทธรูปต่างๆ ประดิษฐานภายในวิหาร วัดสะปุ๋งน้อย


IMG_1713.JPG



พระประธาน ประดิษฐานภายในวิหาร วัดสะปุ๋งน้อย


‹ ก่อนหน้า|ถัดไป

สมาชิกที่เพิ่งอ่านหัวข้อนี้

คุณต้องเข้าสู่ระบบก่อนจึงจะสามารถตอบกลับ เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก

แดนนิพพาน ดอท คอม

GMT+7, 2026-6-5 16:04 , Processed in 0.187628 second(s), 16 queries .

Powered by Discuz! X1.5

© 2001-2010 Comsenz Inc. Thai Language by DiscuzThai! Team.