แดนนิพพาน "โมทนาทุกดวงจิตถึงซึ่งแดนนิพพาน"

 

   

ค้นหา
ดู: 9844|ตอบ: 4
go

กรรมของเพชรฆาตฆ่านักโทษ [คัดลอกลิงค์]

Rank: 1

เรียนถามอาจารย์
6 [0 Y6 Y& K) y) rพวกที่ต้องฆ่านักโทษประหารชีวิต  คนพวกนี้เค้าจะได้รับผลกรรมอย่างไรคะ อย่างเมื่อก่อนมียิงเป้า เดี๋ยวนี้เป็นฉีดยาให้หลับไปก่อนโทษจะเหมือนกันมั๊ย

Rank: 1

อนุโมทนาสาธุครับ สาธุครับเป็นประโยชน์อย่างยิ่งครับ สาธุครับ

Rank: 1

ตอบกระทู้ ณัฐดนัย ตั้งกระทู้
, E! P8 K' C# X2 G  V/ C2 f0 o4 Z7 v
โจร(เพชฌฆาต)เคราแดง
4 }8 |% B. V  ?            ในสมัยพุทธกาลนั้นได้มีโจรกลุ่มหนึ่งมีสมาชิกทั้งหมด ๔๙๙ คน  ครั้งหนึ่งได้มีคนเข้ามาสมัครเป็นสมาชิกใหม่กับโจรกลุ่มนั้น  คนที่เข้ามาสมัครใหม่นั้นมีลักษณะตาเหลือกเหลือง  มีเคราสีแดง  ซึ่งผู้นั้นได้เดินเข้าไปหาหัวหน้าโจร  แจ้งความประสงค์ของตนว่าจะขอเข้ามาร่วมแก๊งเป็นพรรคพวกด้วย  แต่เมื่อหัวหน้าโจรดูลักษณะคนที่มาสมัครใหม่แล้วก็คิดว่าคนผู้นี้ไม่น่าไว้ใจ  อีกทั้งในใจยังคิดว่า  คนผู้นี้ดูมันกักขฬะนัก  ดูจากลักษณะของมันแล้ว  ไอ้คนนี้มันคงสามารถตัดนมแม่ของมันเองกับมือ  หรือนำเลือดในคอของพ่อตัวเองมาดื่มได้  หัวหน้าโจรจึงได้กล่าวปฏิเสธไม่ยอมรับบุรุษเคราแดงเข้าพวก  แต่กระนั้นบุรุษเคราแดงก็ไม่ยอมละทิ้งความตั้งใจที่จะเป็นพวกโจรให้ได้ พยายามจะหาช่องทางอื่นในการเป็นสมาชิกใหม่ให้ได้  โดยไปเอาใจลูกน้องโจรคนหนึ่งในกลุ่ม  เพื่อหวังว่าลูกน้องโจรคนนั้นจะฝากฝังตนกับหัวหน้าโจร  จนลูกน้องโจรผู้นั้นเห็นถึงความดี  จึงไปพูดกับหัวหน้าโจรว่า  คนเคราแดงนี้เป็นคนดี  ขอให้หัวหน้าโจรช่วยสงเคราะห์รับเขาไว้เป็นพวกด้วยเถิด  หัวหน้าโจรเห็นว่าพวกตนขอให้รับบุรุษเคราแดงนี้ไว้  ก็เลยรับบุรุษเคราแดงไว้เป็นพวก  ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาบุรุษเคราแดงจึงได้เป็นพรรคพวกกับโจรกลุ่มนี้
/ w4 a+ `, f6 q  Y# t            เหตุการณ์ได้ผ่านไปจนกระทั่งมีอยู่วันหนึ่ง  ชาวเมืองทั้งหลายร่วมมือกับเจ้าหน้าที่บ้านเมือง  ล้อมจับโจรกลุ่มนี้ได้ทั้งหมด  ครั้นจับโจรกลุ่มนี้ได้ทั้งหมดก็ส่งไปให้อำมาตย์ผู้ตัดสินคดีวินิจฉัยความผิด  เมื่อผลการตัดสินออกมา  โจรทั้งหมดโดนตัดสินประหารชีวิตด้วยการถูกบั่นคอด้วยขวาน  แต่ก็มีปัญหาอยู่ตรงที่ว่าแล้วใครละจะเป็นผู้รับหน้าที่ตัดคอโจรกลุ่มนั้น  ดังนั้นจึงมีการคัดเลือกผู้ที่เหมาะสมจะเป็นเพชฌฆาต  โดยทำการคัดเลือกผู้ที่จะรับหน้าที่เพชฌฆาตจากพวกโจรที่โดนจับได้ก่อนที่จะหาจากคนนอก  จึงทำการถามพวกโจรว่าใครจะกล้าทำบ้าง  ถ้าใครทำก็จะไว้ชีวิตให้อีกทั้งก็จะได้รับการนับถืออีกด้วย  มีใครสนใจจะรับหน้าที่นี้บ้าง  โดยถามไปที่หัวหน้าโจรก่อน  และไล่ไปถึงลูกน้องโจรทั้ง  ๔๙๙  คนไปตามลำดับ  แต่พวกโจรทั้ง  ๔๙๙  คน  ยอมตายเสียดีกว่าทำการประหารชีวิตพวกเดียวกัน  จนคำถามมาถึงนายตัมพทาฐิกะ  (เคราแดง)  ว่าจะยอมทำหน้าที่ประหารหรือไม่  ซึ่งโจรเคราแดงก็ตกปากรับคำว่าเราจะเป็นผู้รับหน้าที่ประหารชีวิตโจรพวกนี้เอง  และได้ทำการประหารชีวิตโจรทั้งหมด  ๔๙๙  คน  หลังจากนั้นโจรเคราแดงจึงได้รอดชีวิตและได้รับความนับถือมีชื่อเสียงนับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา1 L7 [% l1 u0 G1 `! ~+ Y  w% T8 I# ?
            เวลาต่อมา ชาวเมืองได้ล้อมจับโจรจากทิศใต้ของเมืองได้อีก ๕๐๐  คน  ซึ่งโจรที่โดนจับมาใหม่ก็โดนตัดสินเหมือนกับโจรกลุ่มแรก  คือประหารชีวิตด้วยการตัดศีรษะ  ก็เหมือนเดิมอีกนั่นแหละว่า ใครจะเป็นผู้ทำหน้าที่ตัดคอโจรกลุ่มนี้  จึงได้ถามหัวหน้าโจร  ไล่ไปจนถึงลูกน้องโจรว่าใครจะทำหน้าที่เพชฌฆาตบ้าง  ถ้าใครทำจะไว้ชีวิต  แต่ก็ไม่มีผู้ใดยอมทำ   เมื่อไม่มีผู้ใดยอมทำ  จึงมีเสียงจากชาวเมืองถามหา  ผู้ที่ประหารโจรกลุ่มแรกเป็นใคร และอยู่ที่ไหน  เรื่องทำหน้าที่ประหารชีวิตโจรก็ได้กลับไปที่บุรุษเคราแดงอีกครั้ง  ชาวเมืองจึงได้ไปตามบุรุษเคราแดงมาจัดการ  บุรุษเคราแดงก็ยอมทำหน้าที่ประหารชีวิตโจรเหล่านั้น
2 V5 _3 B  H$ t/ z/ R& e            ครั้งนั้นชาวเมืองจึงปรึกษากัน  และแต่งตั้งบุรุษเคราแดงเป็นผู้ทำหน้าที่ประหาร ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา  บุรุษเคราแดง  จึงได้รับตำแหน่งเพชฌฆาตทำหน้าที่ประหารพวกโจร  หลังจากนั้นพวกชาวเมืองก็จับโจรได้ครั้งละ  ๕๐๐  จากทิศเหนือ  ทิศตะวันตก และโจรกลุ่มดังกล่าวทั้งหมดก็ได้ถูกนำไปให้บุรุษเคราแดงประหาร  บุรุษเคราแดงได้ทำการประหารโจรทั้งหมดทั้งสิ้นเป็นจำนวน  ๒,๐๐๐  คน  ในเวลาไล่เลี่ยกัน  หลังจากนั้นเป็นต้นมา  เขาก็ได้ทำงานในตำแหน่งเพชฌฆาต โดยทำการประหารชีวิต  วันละคนหรือสองคนบ้าง & t# a7 _" R5 N4 x* y1 e, O
            วันเวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่า  จากวันเป็นเดือน  จากเดือนเป็นปี  จากปีเป็นสิบปี จากสิบปีเป็นห้าสิบห้าปี  เพชฌฆาตเคราแดงได้ทำหน้าที่เพชฌฆาตเป็นระยะเวลาทั้งหมด  ๕๕  ปี  เมื่อเพชฌฆาตเคราแดงได้ชราภาพลง  เรี่ยวแรงก็ถดถอย  ไม่สามารถประหารชีวิตผู้ต้องโทษให้ตายในดาบเดียวได้   ชาวเมืองจึงลงความเห็นและให้เขาเกษียณออกจากตำแหน่ง % s0 ^6 R9 ?( p9 S0 \0 l
            นายตัมพทาฐิกะ  (เคราแดง)  ทำหน้าที่เพชฌฆาตมาเป็นระยะเวลายาวนานถึง ๕๕  ปี  โดยไม่ได้มีการนุ่งผ้าใหม่  ทานอาหารที่ดี  ประดับแต่งตัวทาด้วยของหอมเลย  ดังนั้นในวันที่เกษียณออกจากตำแหน่ง  นายตัมพทาฐิกะ (เคราแดง)  จึงขอให้ชาวเมืองจัดหาเสื้อผ้าใหม่  อาหาร  ยาคูเจือด้วยน้ำนมที่ปรุงด้วยเนยใสใหม่  การประดับดอกมะลิ  การทาด้วยของหอม  ซึ่งชาวเมืองก็ดำเนินการจัดเตรียมสิ่งที่เขาต้องการไว้ในเรือน  ส่วนนายตัมพทาฐิกะนั้นก็ได้เดินทางไปยังแม่น้ำ  อาบน้ำชำระตัวให้สะอาด  นุ่งผ้าใหม่  แล้วประดับด้วยดอกไม้  ตัวก็ทาด้วยของหอม  เมื่อทำทุกอย่างเรียบร้อย  ก็เดินทางกลับมาสู่เรือน  แล้วค่อยๆ นั่งลง  ชาวเมืองก็นำอาหารอันโอชะมา  และวางยาคูเจือน้ำนมที่ปรุงด้วยเนยใสใหม่ข้างหน้าเขา  อีกทั้งยังนำน้ำสำหรับล้างมือมาให้นายตัมพทาฐิกะ   
. b: G% \' u2 U6 i4 \            ก่อนที่นายตัมพทาฐิกะจะทำการรับประทานอาหารที่เขารอคอยมานาน  ขณะนั้นเองนายตัมพทาฐิกะพลันเหลือบไปเห็นพระสารีบุตรยืนถือบาตร  แสดงตนยืนอยู่ที่ประตูเรือนของนายตัมพทาฐิกะ  (อ้างอิง๑)  นายตัมพทาฐิกะเมื่อเห็นพระสารีบุตรแล้วก็มีจิตคิดเลื่อมใสว่า  เราเองก็กระทำการฆ่าโจรเป็นเวลาช้านาน  ได้ฆ่ามนุษย์เป็นอันมาก  ซึ่งในบัดนี้ที่เรือนของเราก็มีอาหารอยู่พอดี  พระเถระก็มายืนอยู่หน้าประตูเรือนของเรา  เราจะถวายไทยธรรมแด่พระคุณเจ้าเสียในกาลบัดนี้  จึงได้เลื่อนอาหารยาคูที่วางอยู่  ณ  เบื้องหน้าออกไป  แล้วเข้าไปหาพระเถระ ทำการไหว้  นิมนต์ให้นั่งภายในเรือน  ได้ทำการเกลี่ยยาคูเจือน้ำนมลงในบาตร  ราดเนยใสใหม่ลงไป  อีกทั้งนายตัมพทาฐิกะยังได้ทำการยืนพัดพระเถระอยู่ใกล้ๆ  ขณะนั้นเองความอยากของนายตัมพทาฐิกะที่จะดื่มยาคูเจือน้ำนมเกิดมีกำลังขึ้นมาเนื่องเพราะไม่ได้ทานของดีมาเป็นเวลาช้านาน  พระสารีบุตรรู้อัธยาศัยของนายเคราแดง  จึงพูดกับนายเคราแดงว่า “อุบาสก ท่านจงดื่มยาคูของตนเองเถิด”  นายเคราแดงจึงส่งพัดให้แก่บุรุษอื่น  เพื่อรับหน้าที่พัดพระเถระแทนตน  และได้ลงมือดื่มยาคูของตน  พระสารีบุตรบอกกับบุรุษผู้ทำหน้าที่พัดว่า  ท่านจงไปพัดแก่นายตัมพทาฐิกะเถิด  หลังจากนายเคราแดงได้รับประทานอาหารจนอิ่มแล้ว  ก็กลับมาทำหน้าที่ยืนพัดพระสารีบุตรต่อ  เมื่อพระสารีบุตรฉันอาหารเสร็จแล้ว นายตัมพทาฐิกะก็คอยรับบาตรจากพระสารีบุตร  พระสารีบุตรจึงได้อนุโมทนากถา ให้นายเคราแดงฟัง  แต่นายเคราแดงไม่อาจกระทำจิตไปตามอนุโมทนากถา  ของพระสารีบุตรได้  พระสารีบุตรสังเกตเห็นจึงถามว่า  เหตุไร  นายเคราแดงจึงไม่อาจทำจิตไปตามอนุโมทนากถาได้  
- I% O. T5 a& o- m4 _            นายตัมพทาฐิกะ  ตอบว่า  “ท่านผู้เจริญ  ข้าพเจ้ากระทำกรรมหยาบช้ามานาน มนุษย์เป็นอันมากถูกข้าพเจ้าฆ่าตาย  ข้าพเจ้ามัวระลึกถึงกรรมของตนนั้นอยู่  จึงไม่อาจทำจิตให้ไปตามเทศนา  ของพระคุณเจ้าได้”! F' d" X9 Z9 T1 b/ c
            พระสารีบุตรคิดว่า  “เราจักลวงบุรุษนั้น”  จึงถามนายเคราแดงว่า  “ท่านกระทำตามชอบใจตน  หรือถูกคนอื่นให้กระทำเล่า? ”
& e  o! y3 C+ E; s7 t            ตัมพทาฐิกะ   “ข้าแต่ท่านผู้เจริญ  พระราชาให้ข้าพเจ้าทำ”) l" u6 c7 G3 I4 K6 H- `# Q$ U+ S/ I
            พระสารีบุตรกล่าวว่า  “อุบาสก  เมื่อเป็นเช่นนั้น  อกุศลจะมีแก่ท่านอย่างไรเล่า?”
8 @& N4 j$ j& s' p            นายตัมพทาฐิกะเป็นคนธาตุทึบ  ถูกพระเถระกล่าวอย่างนั้น  ก็มีความสำคัญว่า  
* N3 J# L  k" s" v+ T. t            “อกุศลไม่มีแก่เรา”  จึงกล่าวว่า  “ท่านผู้เจริญ  ถ้ากระนั้น  ขอท่านจงกล่าวธรรมเถิด”
9 P5 f% B( u0 F* H            ตอนนั้นเอง  นายเคราแดง  มีจิตมีอารมณ์เป็นหนึ่ง  ฟังอนุโมทนากถาแล้วบรรลุเป็นพระโสดาบัน ณ ที่นั้นเอง
5 J1 Q. R7 e) d4 ?  X* O- `2 ]            หลังจากนั้นพระสารีบุตรหมดธุระ  ก็ออกจากเรือน  ส่วนนายตัมพทาฐิกะตามไปส่งระยะทางหนึ่งแล้วเดินทางกลับ  แต่ในระหว่างเดินทางกลับนั้น  นายตัมพทาฐิกะโดนแม่โคขวิดที่อก  นายเคราแดงได้เสียชีวิตลง  ณ ที่นั้นเอง  หลังจากที่นายเคราแดงเสียชีวิต  นายเคราแดงได้ไปเป็นเทพบุตรบังเกิดในสวรรค์ชั้นดุสิต
# w7 J( e( I& l            ระหว่างนั้นภิกษุทั้งหลาย  ได้สนทนากันในโรงธรรมว่าบุรุษฆ่าโจร  กระทำกรรมหยาบช้าเป็นเวลาถึง  ๕๕  ปี  เขาพ้นจากตำแหน่งนั้นในวันนี้  พร้อมกับได้ถวายอาหารแก่พระเถระในวันนี้  อีกทั้งก็ได้ตายในวันนี้  ทั้งสามเหตุการณ์นั้นได้บังเกิดขึ้นในวันเดียวกันนี้เอง  หลังจากที่เขาตายแล้วจะไปบังเกิดที่ไหนหนอ ; d" y# ~9 n) W! h& e+ w0 I: P2 D
            ขณะนั้นพระศาสดาเสด็จมา แล้วตรัสถามภิกษุทั้งหลายว่าได้สนทนาเรื่องอะไรอยู่   ภิกษุเหล่านั้นจึงกราบทูลเรื่องที่คุยกันอยู่ให้ทรงทราบ  พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสเฉลยว่า  บุรุษเคราแดงผู้นั้นได้ไปบังเกิดในสวรรค์ชั้นดุสิต   
/ U( K$ W6 S8 C0 W% Y            ภิกษุทั้งหลายเมื่อฟังดังนั้นแล้ว  ถึงกลับประหลาดใจเป็นอันมาก  จึงทูลถามพระผู้มีพระภาคเจ้าต่อไปว่า  “พระองค์ตรัสว่าอะไรนะ ?   บุรุษผู้นั้นได้ใช้เวลายาวนานฆ่ามนุษย์ตั้งมากมาย  แต่กลับไปเกิดในสวรรค์ชั้นดุสิตได้อย่างไร  พระเจ้าข้า”
9 p$ I6 g: y/ T$ b- x8 i" ^+ J            เมื่อได้ยินคำถามนั้น  พระศาสดาจึงตรัสตอบกลับไปว่า  “เนื่องจากบุรุษผู้นั้นได้พบกัลยาณมิตรผู้ใหญ่  ดังเช่น  พระสารีบุตร  และได้ฟังอนุโมทนากถาจากพระสารีบุตร  จึงได้ไปเกิดในวิมานชั้นดุสิต”, |8 ]; o2 o  d1 Y- L. ?& {$ g
             ภิกษุเหล่านั้นกล่าวว่า  “ธรรมดาแค่อนุโมทนากถานั้นก็มีกำลังเพียงแค่ประมาณหนึ่งเท่านั้น  แต่บุรุษผู้นั้นกระทำอกุศลกรรมไว้ตั้งมากมาย  เขาได้บรรลุคุณวิเศษขนาดนั้นด้วยเหตุเพียงแค่ฟังอนุโมทนากถาได้อย่างไร”7 G9 e+ d6 \7 S, ]( j% L, {' Q' }7 x0 {
            พระศาสดาตรัสตอบว่า   “ภิกษุทั้งหลาย  เธอทั้งหลายจงอย่าถือประมาณแห่งธรรมที่เราแสดงแล้วว่า  ‘น้อยหรือมาก’  เพราะว่า  แม้วาจาคำเดียวที่อาศัยประโยชน์  ประเสริฐโดยแท้”  
! {  |1 n9 g4 q) n            จึงตรัสพระคาถานี้ว่า:-
9 o' V0 q  [7 N  ]; l1 P                     “   หากวาจาแม้ตั้งพัน      ไม่ประกอบด้วยบทที่เป็น  m" T: g1 r' k4 g
                          ประโยชน์ไซร้,     บทที่เป็นประโยชน์     บทเดียว  
+ J! C( s# o- i" a7 D$ j# p                          ซึ่งบุคคลฟังแล้วสงบระงับได้       ประเสริฐกว่า   ”6 {; j: `& m" f5 V5 b  ]3 @" k/ n& U
            หลังจากจบเทศนา  ชนเป็นอันมากบรรลุอริยผลทั้งหลาย               
9 d1 n! p& y: M8 O3 A' F. Q1 C" Q  J            มีโสดาปัตติผลเป็นต้น  ( a' ^2 _/ b; N2 c7 f. x* {
จบเรื่องโจร(เพชฌฆาต)เคราแดง , @  ^, I. V2 p$ _/ x9 F5 ?' y

/ O% Y2 n& y0 X4 J4 Q) N4 R1 T! l   อ้างอิง ๑  พระสารีบุตรเพิ่งออกจากสมาบัติ  ได้ทำการพิจารณาว่าควรจะสงเคราะห์ผู้ใด  เมื่อพิจารณาแล้วเห็นบุรุษเคราแดงที่ปรากฏ  จึงได้ทำการสงเคราะห์แก่นายเคราแดง3 Q/ l& Q; I! K$ T: ^8 o
ที่มา :  พระไตรปิฎกและอรรถกถาไทย  ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย  จำนวน  ๙๑  เล่ม0 ~, {4 ~. b' Y9 b: e5 D5 w
เล่มที่  ๔๑  พระสุตตันตปิฎก  ขุททกนิกาย  คาถาธรรมบท  เล่ม  ๑  ภาค  ๒   ตอน ๒ - หน้าที่ ๔๑๘  (เรื่องเพชฌฆาตเคราแดง), }# u  ]+ L1 g, `) \
            

Rank: 1

สาธุครับ แต่ทำไม่ฆ่าคนแล้วเป็นพระโสดาบันได้ละครับ ช่วยบอกผมได้ไหมครับคุณมารน้อยครับ สาธุครับ

Rank: 1

ตอบกระทู้ yuiflukefo ตั้งกระทู้
4 s  @7 I/ |, q/ d  d, X1 q
' q$ S' Z6 ^# L; {) bสำหรับเรื่องนี้จะบอกว่าไม่มีกรรมเสียเลยก็ไม่ถูก มีกรรมแต่น้อยสาเหตุเพราะทำตามคำสั่งของแผ่นดิน ในอดีตก็มีเพชรฆาตที่สำเร็จโสดาบัน ก็มีเหมือนกันครับ
‹ ก่อนหน้า|ถัดไป

สมาชิกที่เพิ่งอ่านหัวข้อนี้

คุณต้องเข้าสู่ระบบก่อนจึงจะสามารถตอบกลับ เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก

แดนนิพพาน ดอท คอม

GMT+7, 2026-2-18 04:08 , Processed in 0.066075 second(s), 14 queries .

Powered by Discuz! X1.5

© 2001-2010 Comsenz Inc. Thai Language by DiscuzThai! Team.