แดนนิพพาน "โมทนาทุกดวงจิตถึงซึ่งแดนนิพพาน"

 

   

ค้นหา
ดู: 10050|ตอบ: 1
go

หลักสูตรปริบัติที่นักเรียนพลังจิต และนักเรียนอภิญญาทุกคนต้องศึกษา [คัดลอกลิงค์]

Rank: 1

1#
มารน้อย โพสต์เมื่อ 2013-7-30 09:38 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
ต้นฉบับโพสต์โดย NOOKFUFU2 เมื่อ 2013-5-17 00:59 9 ~  a4 G( @8 o
หลักสูตรปริบัติที่นักเรียนพลังจิต และนักเรียนอภิญญ ...

7 W" {& w' S: t+ k
% ]  ?& w/ o. Q( V6 ~/ _ขออนุญาตแสดงความคิดเห็นครับ(จากคนปัญญาน้อยนิด ปฏิบัติก็ยังไม่ถึงไหนอภิญญาก็ยังไม่ได้) จากบทความที่ได้อ่านมีความน่าสนใจมากครับ แต่ผมอาจจะเข้าใจคลาดเคลือนอยู่  จากบทความในคำกล่าวที่ว่า "เพื่อในการปฏิบัติกัมมัฏฐานเป็นไปอย่างก้าวหน้า นักเรียนอภิญญาทุกคนจะต้องศึกษาหลักสูตรปริยัติให้เข้าใจเสียก่อน นักปฏิบัติที่เน้นแต่ปฏิบัติกรรมฐานอย่างเดียว จะเจริญก้าวหน้าในสมาธิได้ช้ากว่า นักปฏิบัติที่ศึกษาปริยัติมาจนเข้าใจแล้ว ค่อยมาเน้นการปฏิบัติกรรมฐานทีหลัง เหตุที่เป็นแบบนี้เพราะ การศึกษาปริยัติเปรียบเสมือนเป็นการศึกษาแผนที่นำทาง ก่อนที่จะเริ่มปฏิบัติ นักปฏิบัติควรทำความเข้าใจกับเส้นทางที่จะมุ่งไปเสียก่อน ควรรู้ล่วงหน้าว่าจะต้องพบเจอกับสิ่งใดข้างทางบ้าง สิ่งใดที่จะเป็นอุสรรคขัดขวางการเดินทาง และจะต้องผ่านด่านทดสอบจิตใจอะไรบ้าง แผนที่ปริยัติถือเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้นักปฏิบัติรู้เส้นทางที่จะไปถึงจุดหมายปลายทางที่ตนมุ่งหวัง และรู้ถึงสิ่งที่ตนจะต้องประสบล่วงหน้า รู้ที่จะเตรียมใจที่จะต้องฝ่าฟันไปให้ได้ เพื่อให้ได้สำเร็จอภิญญา 5 และ 6 และบรรลุมรรคผลนิพพานในที่สุด (เป็นจุดหมายปลายทางสุดท้าย หรือเส้นชัยของนักเรียนอภิญญาทุกคน)" . {  l2 Y% ^' Z' V0 T$ n+ V
       จากบทความดังกล่าวมาข้างต้น ผมก็ยังงงอยู่ ขออธิบายความสงสัยผมอย่างนี้ครับ ผมก็เคยได้ยินมาเหมือนกันว่า  หลักของการศึกษา จะมีอยู่สามระดับ คือ ปริยัติ ปฎิบัติ ปฏิเวธ   ทั้งนี้จากบทความบอกว่า ให้ศึกษาเรื่องของปริยัติ ก่อน เรื่องนี้ทำให้ผมนึกถึงพระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๔ - หน้าที่ 118  ๕. เรื่องพระโปฐิลเถระ [๒๐๘]
6 C- p; S  l$ U9 a8 C/ z0 h1 \ข้อความเบื้องต้น
  Y; ]) T: a* {6 r# vพระศาสดา เมื่อประทับอยู่ในพระเชตวัน ทรงปรารภพระเถระ
% M5 {3 x# R. }: m" r1 fนามว่าโปฐิละ ตรัสพระธรรมเทศนานี้ว่า " โยคา เว " เป็นต้น." Q# @2 J+ S% i( B9 C9 V9 p; z
รู้มากแต่เอาตัวไม่รอด9 |0 @5 U9 O( j
ดังได้สดับมา พระโปฐิละนั้นเป็นผู้ทรงพระไตรปิฎกในศาสนาของ1 ~# [2 S* V: l* ^  x
พระพุทธเจ้า ๗ พระองค์ บอกธรรมแก่ภิกษุ ๕๐๐ รูป. พระศาสดา
( ^  W. {1 V( _& jทรงดำริว่า " ภิกษุนี้ ย่อมไม่มีแม้ความคิดว่า ' เราจักทำการสลัดออก
: ^& Y9 f! }& s5 @จากทุกข์แก่ตน; เราจักยังเธอให้สังเวช."
9 X# C3 y6 l$ c1 L* ?% l' hจำเดิมแต่นั้นมา พระองค์ย่อมตรัสกะพระเถระนั้น ในเวลาที่พระ-" Q  a% @& C+ }. x
เถระมาสู่ที่บำรุงของพระองค์ว่า " มาเถิด คุณใบลานเปล่า, นั่งเถิด คุณ' F6 K* B! [+ L) W6 u$ G' y: e
ใบลานเปล่า, ไปเถิด คุณใบลานเปล่า, แม้ในเวลาที่พระเถระลุกไป ก็; X7 b* f5 y1 e
ตรัสว่า " คุณใบลานเปล่า ไปแล้ว." พระโปฐิละนั้นคิดว่า " เราย่อม* h) l2 q3 a. C3 \. I% f7 F
ทรงไว้ซึ่งพระไตรปิฎกพร้อมทั้งอรรถกถา, บอกธรรมแก่ภิกษุ ๕๐๐ รูป) G& W6 @, e7 R9 d: D
ถึง ๑๘ คณะใหญ่, ก็เมื่อเป็นเช่นนั้น พระศาสดายังตรัสเรียกเราเนือง ๆ1 E# w1 L" x" ^# m0 y
ว่า ' คุณใบลานเปล่า ' พระศาสดาตรัสเรียกเราอย่างนี้ เพราะความไม่มี/ ]: L) M- e* v
คุณวิเศษ มีฌานเป็นต้นแน่แท้." ท่านมีความสังเวชเกิดขึ้นแล้ว จึงคิดว่า
; |* Y8 O, t, _8 j( k$ B9 A( d" บัดนี้ เราจักเข้าไปสู่ป่าแล้วทำสมณธรรม" จัดแจงบาตรและจีวรเอง6 c1 i( c  u; k2 j% B' ~- @
ทีเดียว ได้ออกไปพร้อมด้วยภิกษุผู้เรียนธรรม แล้วออกไปภายหลังภิกษุ' r9 s  U9 S1 J
ทั้งหมดในเวลาใกล้รุ่ง. พวกภิกษุนั่งสาธยายอยู่ในบริเวณ ไม่ได้กำหนด
% C: }: H' C: i6 _* `& T) E# a; w6 Lท่านว่า " อาจารย์." พระเถระไปสิ้นสองพันโยชน์แล้ว, เข้าไปหาภิกษุ
3 _+ F; S9 ]% ~8 @- W2 M๓๐ รูป ผู้อยู่ในอาวาสราวป่าแห่งหนึ่ง ไหว้พระสังฆเถระแล้ว& ?  H+ l: B3 Y3 V/ e; i
กล่าวว่า " ท่านผู้เจริญ ขอท่านจงเป็นที่พึ่งของกระผม."2 [" e8 r2 Q/ q$ @& [4 N$ s
พระสังฆเถระ. " ผู้มีอายุ ท่านเป็นพระธรรมกถึก, สิ่งอะไรชื่อว่า
% N2 p. {4 ?) {' g/ t3 rอันพวกเราพึงทราบได้ ก็เพราะอาศัยท่าน, เหตุไฉนท่านจึงพูดอย่างนี้ ?". m& n; p; X% V; ?! m' c, j+ o. v
พระโปฐิละ. ท่านผู้เจริญ ขอท่านจงอย่าทำอย่างนี้,, v. [4 u! l) S& ]
ขอท่านจงเป็นที่พึ่งของกระผม.  T. ?. S- i8 m$ @. v
วิธีขจัดมานะของพระโปฐิละ
+ r/ @9 C1 k) s) C& U, C8 Uก็พระเถระเหล่านั้นทั้งหมด ล้วนเป็นพระขีณาสพทั้งนั้น. ลำดับนั้น  b3 o0 [2 p, N5 r" y2 N
พระมหาเถระ ส่งพระโปฐิละนั้นไปสู่สำนักพระอนุเถระ ด้วยคิดว่า3 E9 z% t$ n* E( j3 W9 q" \
" ภิกษุนี้มีมานะ เพราะอาศัยการเรียนแท้." แม้พระอนุเถระนั้นก็กล่าว" c9 Z9 q, E0 C3 H
กะพระโปฐิละนั้น อย่างนั้นเหมือนกัน. ถึงพระเถระทั้งหมด เมื่อส่ง
4 b4 n  \# F% e/ I; {2 ~0 Dท่านไปโดยทำนองนี้ ก็ส่งไปสู่สำนักของสามเณรผู้มีอายุ ๗ ขวบ ผู้ใหม่  X; t! f6 j+ T4 b" q' }$ N" X% |
กว่าสามเณรทั้งหมด ซึ่งนั่งทำกรรมคือการเย็บผ้าอยู่ในที่พักกลางวัน.
. d4 }  c) R2 j, m3 o0 A  x3 Wพระเถระทั้งหลายนำมานะของท่านออกได้ ด้วยอุบายอย่างนี้.
- r+ r" c/ v. |! H0 wพระโปฐิละหมดมานะ
8 m: t# {% [/ R% ]/ uพระโปฐิละนั้น มีมานะอันพระเถระทั้งหลายนำออกแล้ว
" }4 f/ H  O1 }& W. p: N8 ~จึงประคองอัญชลีในสำนักของสามเณรแล้วกล่าวว่า * q( c+ q( Z+ y. ?6 x: ?, |: w7 m
" ท่านสัตบุรุษ ขอท่านจงเป็นที่พึ่งของผม."3 ?+ w: ~2 X) g( n5 a
สามเณร. ตายจริง ท่านอาจารย์ ท่านพูดอะไรนั่น, ท่านเป็น
3 I0 E1 @' ^( Q' s8 U. uคนแก่ เป็นพหูสูต, เหตุอะไร ๆ พึงเป็นกิจอันผมควรรู้ในสำนักของท่าน. |; q8 @* L0 a7 i# g
พระโปฐิละ. ท่านสัตบุรุษ ท่านอย่าทำอย่างนี้, 5 `0 S0 x) R( c+ F' L$ y
ขอท่านจงเป็นที่พึ่งของผมให้ได้.
7 C1 I  h8 O: B% o5 l( J1 Oสามเณร. ท่านขอรับ หากท่านจักเป็นผู้อดทนต่อโอวาทได้ไซร้, ผมจักเป็นที่พึ่งของท่าน.4 H# D, C' G, b3 M* G
พระโปฐิละ. ผมเป็นได้ ท่านสัตบุรุษ, เมื่อท่านกล่าวว่า ' จงเข้า% ]' c4 J+ }! I/ O5 t2 E3 q4 Y7 i
ไปสู่ไฟ,' ผมจักเข้าไปแม้สู่ไฟได้ทีเดียว.2 g9 `9 W% g9 s/ `7 \/ Z
พระโปฐิละปฏิบัติตามคำสั่งสอนของสามเณร
& R, t' e& Q7 ~ลำดับนั้น สามเณรจึงแสดงสระ ๆ หนึ่งในที่ไม่ไกล แล้วกล่าวกะ- {5 d1 ^0 l& w( |
ท่านว่า " ท่านขอรับ ท่านนุ่งห่มตามเดิมนั่นแหละ จงลงไปสู่สระนี้."
! I' O% Z! |- Z( y# e  \+ X( jจริงอยู่ สามเณรนั้น แม้รู้ความที่จีวรสองชั้นซึ่งมีราคามาก อันพระเถระ
2 D5 K. @" I+ R& Jนั้นนุ่งห่มแล้ว เมื่อจะทดลองว่า " พระเถระจักเป็นผู้อดทนต่อโอวาทได้
" }$ y" J% q( e+ g6 C+ {. P1 T6 s8 qหรือไม่" จึงกล่าวอย่างนั้น. แม้พระเถระก็ลงไปด้วยคำ ๆ เดียวเท่านั้น.
7 [$ Y0 |6 ?& ~4 nลำดับนั้น ในเวลาที่ชายจีวรเปียก สามเณรจึงกล่าวกะท่านว่า " มาเถิด
3 p9 F! Q2 `$ \; o6 Oท่านขอรับ" แล้วกล่าวกะท่านผู้มายืนอยู่ด้วยคำๆ เดียวเท่านั้นว่า " ท่าน
. d" K% N2 p  Rผู้เจริญ ในจอมปลวกแห่งหนึ่ง มีช่องอยู่ ๖ ช่อง, ในช่องเหล่านั้น เหี้ย
* Y( r3 M: A7 m/ F. a) mเข้าไปภายในโดยช่อง ๆ หนึ่ง บุคคลประสงค์จะจับมัน จึงอุดช่องทั้ง ๕9 w) z7 V" v2 y0 v- [& X- `
นอกนี้ ทำลายช่องที่ ๖ แล้ว จึงจับเอาโดยช่องที่มันเข้าไปนั่นเอง; บรรดา
5 n# |; X! F+ H- j+ ?6 ?/ P* Rทวารทั้งหก แม้ท่านจงปิดทวารทั้ง ๕ อย่างนั้นแล้ว จงเริ่มตั้งกรรมนี้ไว้
& i* v. k7 n8 P4 Y6 b+ I9 O/ Y! M5 hในมโนทวาร." ด้วยนัยมีประมาณเท่านี้ ความแจ่มแจ้งได้มีแก่ภิกษุผู้
  ^4 E% k5 p: I- m' }9 s: F6 G; Lเป็นพหูสูต ดุจการลุกโพลงขึ้นแห่งดวงประทีปฉะนั้น. พระโปฐิละนั้น0 \  o  j/ Z% s# D) y- ^
กล่าวว่า " ท่านสัตบุรุษ คำมีประมาณเท่านี้แหละพอละ" แล้วจึงหยั่งลง
7 ^, u/ M4 D' }, u/ X- D4 lในกรชกาย๒ ปรารภสมณะธรรม.  c; S: `: Y5 M1 \# J9 _* U4 t
ทางเจริญและทางเสื่อมแห่งปัญญา
8 l1 e0 ~' T6 _3 i9 j* Uพระศาสดาประทับนั่งในที่สุดประมาณ ๑๒๐ โยชน์เทียว ทอด* [7 F% ?, D: H. D+ g' t
พระเนตรดูภิกษุนั้นแล้วดำริว่า " ภิกษุนั้นเป็นผู้มีปัญญา (กว้างขวาง)
; ]3 }/ G  E2 R2 L5 \( K( a- n/ bดุจแผ่นดิน ด้วยประการใดแล; การที่เธอตั้งตนไว้ด้วยประการนั้นนั่นแล; X$ @6 B7 Q1 ?# X$ M
ย่อมสมควร." แล้วทรงเปล่งพระรัศมีไป ประหนึ่งตรัสอยู่กับภิกษุนั้น
# o# N- Z: h! D7 y0 N* Lตรัสพระคาถานี้ว่า :-& r2 c) k' W- a# R! G7 J9 y, F1 t1 `
๕. โยคา เว ชายตี ภูริ อโยคา ภูริสงฺขโย เอตํ เทฺวธา ปถํ ญตฺวา ภวาย วิภวาย จตถตฺตานํ นิเวเสยฺย ยถา ภูริ ปวฑฺฒติ.( g) M) O$ }% w  S, I; l
" ปัญญาย่อมเกิดเพราะการประกอบแล, ความสิ้นไปแห่งปัญญาเพราะการไม่ประกอบ, บัณฑิตรู้
% w  E; c- j/ z% Q$ I8 K, ~ทาง ๒ แพร่ง แห่งความเจริญและความเสื่อมนั่นแล้ว พึงตั้งตนไว้โดยประการที่ปัญญาจะเจริญขึ้นได้."
5 L4 d5 M. R6 d6 ?จากเรื่องนี้ ทำให้ผมคิดว่าผมเข้าใจคลาดเคลื่อนหรือเปล่า  แม้แต่ครั้งพุทธกาล พระพุทธองค์ ท่านจะโปรดใคร ท่านก็จะเลือกบุคคลที่ปฎิบัติอยู่แล้ว ส่วนปริยัต ปฎิเวธ ท่านจะมาแนะนำภายหลัง ผมก็เลยงง แม้แต่ครูบาอาจารย์ เก่าๆท่านก็จะเน้นปฏิบัติ ก่อน แทบทั้งสิ้น ต่อมาท่านก็จะมาให้เรียน ปริยัติ ปฏิเวธ ภายหลัง  แม้แต่ปู่ฤาษึลิงดำที่ก้เน้นปฎิบัติ ในความคิดผม ถ้าหากเราเรียนปริยัติก่อนเราก็จะได้แต่สัญญา (ความจำได้หมายรู้) แต่ไม่เข้าใจ  ผมอาจมีความรู้น้อยเกินไปด้วยครับ

Rank: 1

2#
มารน้อย โพสต์เมื่อ 2013-8-6 00:26 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
ขอบคุณครับที่ให้ความกระจ่างขึ้นมากเลย ผมเข้าใจมากถึงเจตนาดี ที่อาจารย์มีต่อมนุษยชาติ ผมขอโมทนาบุญด้วยครับ ผมจะจำในสิ่งที่ อาจารย์มีเจตนาที่ดี จะตั้งใจ ใน ทาน ศีล ภาวนา สมาธิ ให้เจริญต่อไป  ขอบคุณในความเมตตาครับ
‹ ก่อนหน้า|ถัดไป

สมาชิกที่เพิ่งอ่านหัวข้อนี้

คุณต้องเข้าสู่ระบบก่อนจึงจะสามารถตอบกลับ เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก

แดนนิพพาน ดอท คอม

GMT+7, 2026-6-5 06:04 , Processed in 0.067685 second(s), 14 queries .

Powered by Discuz! X1.5

© 2001-2010 Comsenz Inc. Thai Language by DiscuzThai! Team.