แดนนิพพาน "โมทนาทุกดวงจิตถึงซึ่งแดนนิพพาน"

 

   

ค้นหา
ดู: 9430|ตอบ: 0
go

[พิธีกรรม] เปรตยะพลี (อ.วิเชียร อยู่เกตุ) [คัดลอกลิงค์]

Rank: 8Rank: 8

[พิธีกรรม] เปรตยะพลี (อ.วิเชียร อยู่เกตุ), q$ l) m: w! `  w6 j4 b0 `+ n
เปรตเกิดจากการที่สมัยเป็นมนุษย์ ชอบก่อกรรมทำเข็ญ และผิดศีลธรรมเนืองๆ และเมื่อตายจากโลกนี้ไปแล้ว ก็ไปอุบัติเป็นสัตว์นรก ได้รับทุกข์เวทนาเป็นเวลานาน
( P8 @; i8 y3 B4 Z8 {) O2 z
& V& ~2 {' H& _, Wครั้นหมดอายุไขจากนรกแล้ว ด้วยเศษของกรรมที่กระทำไว้ยังหลงเหลืออยู่ จึงส่งผลให้ไปเกิดเป็น เปรต อยู่ในพื้นภูมิมนุษย์ โดยไม่ต้องอาศัยพ่อแม่เกิด มีลักษณะและอาการตามนั้นๆ
' j$ k8 F% Q! _/ |

  I/ c3 M) g; ^( w& dเปรต ตามความเชื่อไทย มีรูปร่างสูงเท่าต้นตาล ผมยาว คอยาว ผอมโซ  ผิวดำ ท้องโต มือเท่าใบตาล แต่มีปากเท่ารูเข็ม และเปรตจะหิวอยู่ตลอดเวลาเนื่องจากกินอะไรไม่ได้มากนัก จึงชอบมาขอส่วนบุญในงานบุญต่างๆ  ซึ่งเมื่อสะสมบุญได้แล้วมาเกิดในชาติหน้า จะได้ไม่ต้องทุกข์ทรมานอย่างที่เป็นอยู่
. g" J5 n6 y+ C; y' p/ ?7 `5 L0 R. U# _; E% g" D
ซึ่งจากลักษณะนี้ ทำให้คำว่าเปรต กลายมาเป็นคำด่าในภาษาไทย ที่หมายถึง คนที่อดยากผอมโซ เที่ยวรบกวนขอเขากิน หรือเมื่อมีใคร ได้โชคลาภก็รีบมาขอแบ่งปัน9 ^: h) t4 w- s( H7 G

- v8 K+ G% O. ?6 r. e: jเปรตในภพภูมิปัจจุบัน เมื่ออดีตที่ผ่านมาอาจจะเคยมีความเกี่ยวข้องกับเรา โดยไม่รู้ตัวก็เป็นได้ อาจจะเคยเป็นบรรพบุรุษของเราในอดีต หรือมีความเกี่ยวพันกันด้านใดด้านหนึ่ง
# n* a! V6 i  R: K
* h$ P: U9 ?+ h) b$ j* E3 Jความสำคัญของพิธีกรรมพลีเปรตยะ:-4 i6 S( p+ Q6 k  r
(***ผู้ที่ดำเนินการเป็นพิธีกรนำกล่าว ควรอ่านบทความนี้ทุกครั้งก่อนเริ่มพิธีกรรม***)
1 [3 Y( P' K0 w; |( ?ในพระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย จตุกนิบาต เล่ม ๒- หน้าที่ ๒๐๑ กล่าวว่า....
+ L, |1 e: v8 ~$ c6 D0 M! Zข้อที่ ๑ "...หมั่นขยัน ทำมาหากินที่ได้มาซึ่งโภคทรัพย์ต่างๆ โดยธรรมนี้กรรมที่สมควร" ข้อที่ ๒ ของอริยะสาวกนั้นเป็นการชอบแก่เหตุแล้ว เป็นการสมควรแล้ว เป็นการใช้โภคทรัพย์ โดยทางที่ควรใช้แล้วอีกข้อหนึ่ง อริยะสาวกย่อมเป็นผู้ ทำพลี ๕ คือ

  W7 `- M) j# }9 \, A$ y5 I
$ P0 n8 c8 P( \% y๑. ญาติพลี(ให้การสงเคราะห์ญาติทั้งหลาย)$ o* W! y2 m6 ~2 D! ?
๒. อติถีพลี (ให้การต้อนรับแขกผู้มาเยือน)3 W5 P& a8 Z( A9 A
๓. ปุพพะเปรตยะพลี (ทำบุญอุทิศให้แก่ผู้ตายหรือผู้ล่วงลับ)
0 p; W& B/ G* k4 B* X๔. ราชพลี (ช่วยเหลือราชการ เช่น การจ่ายภาษี การให้ความเคารพต่อกฏหมายบ้านเมือง เป็นต้น)
7 y& P: M1 w" V; [  j๕. เทวตาพลี (หมั่นทำบุญกุศลอุทิศให้เทวดา)

; r; h9 P* P: t5 t: Y

& i( j; P, _& r* }( p: r6 y0 w3 s5 L  {โดยโภคทรัพย์ที่หามาได้ด้วยความหมั่นขยัน ฯลฯ ที่ได้มาโดยธรรม นี้เป็นกรรมที่สมควรข้อที่ ๓ ของอริยะสาวกนั้นเป็นการชอบแก่เหตุแล้ว เป็นการสมควรแล้ว เป็นการใช้(โภคทรัพย์) โดยทางที่ควรใช้แล้วอีกข้อหนึ่ง อริยะสาวกย่อมตั้งใจบริจาค ทักษิณาทานอย่างสูง ที่จะอำนวยผลดีเลิศ มีสุขเป็นวิบาก เป็นทางสวรรค์ ในสมณะพราหมณ์ทั้งหลาย ผู้เว้นไกลจากความ มัวเมา ประมาท มั่นคงอยู่ในขันติโสรัจจะ ฝึกฝนตนอยู่ผู้เดียว ระงับตนเองอยู่ผู้เดียว ดับกิเลสจนอยู่ผู้เดียว ด้วยโภคทรัพย์ที่ได้มาด้วยความหมั่นขยัน ฯลฯ ที่ได้มาโดยธรรม นี้เป็นกรรมที่สมควรข้อที่ ๔ ของอริยะสาวกนั้น เป็นการชวบแก่เหตุแล้ว เป็นการสมควรแล้วเป็นการใช้โภคทรัพย์ โดยทางที่ควรใช้แล้ว ดูก่อนคฤหบดีอริยะสาวกนั้น ย่อมเป็นผู้ทำกรรมที่สมควร ๔ นี้ด้วยโภคทรัพย์ที่ได้มาด้วยความหมั่นขยัน ที่สะสมขึ้นด้วยกำลังแขนที่ต้องทำงานจนเหงื่อไหล ที่ชอบธรรมที่ได้มาโดยธรรม ดูก่อนคฤหบดี โภคทรัพย์ทั้งหลายของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ถึงความหมดเปลืองไป เว้นเสียจากกรรมที่สมควร ๔ ประการนี้ โภคทรัพย์เหล่านี้เรียกว่าหมดไปโดยไม่ชอบแก่เหตุ
. }; i2 K4 G* Wหมดไปโดยไม่สมควร ใช้ไปโดยทางที่ไม่ควร.... "

. ~7 W) O- p* y8 E+ Y
* l* O! ~; ?- ^+ e" qจากบทความพระไตรปิฎก ของพระพุทธศาสนา จะเห็นว่าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพระพุทธเจ้า ท่านทรงมีเมตตาต่อสรรพสัตว์ทุกหมู่เหล่า และยังทรงสอนให้มีการแผ่เมตตาให้กับเพื่อร่วมโลก ซึ่งอาจจะได้รับวิบากกรรมเก่าไปเกิดในแดนต่างๆ เช่นเดียวกันกับเปรตยะก็เป็นอีกภพหนึ่ง ที่ได้รับกรรมที่ตนได้กระทำไว้ เมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่ในโลกมนุษย์
) W& o6 Y& M; _" Q! \! ^+ R- j# G
การทำพิธีเปรตยะพลี โดยให้เครื่องสังเวยกับเปรตผู้ล่วงลับ นับว่าเป็นกุศลอย่างยิ่ง เราชาวพุทธทุกคนควรหาโอกาส ทำบุญอุทิศทานให้เปรตยะเป็นครั้งคราว นับว่าเป็นสิ่งที่ดีมีประโยชน์ ในการเสริมบุญบารมี
- s2 y0 j4 l4 a' ]) r% j/ W0 d" p
+ H/ s! D% n$ s' U8 k0 _
เครื่องสังเวยที่คนไทยนิยมใช้ในการทำพลีให้เปรตยะ:-$ b5 Q+ I  d$ m
๑. อาหารคาว-หวาน
% `! m. f4 ?! Y/ P- W; F4 g7 [๒. ขนม นมเนย
/ B' O! j7 d1 o1 B0 L๓. เหล้าขาว
% S7 o2 b( K7 v, t$ J๔. หมากพลู7 n5 m) d2 q' I) l
๕. น้ำเปล่า ๑ แก้ว3 q! i4 s1 c! c2 x
๖. ธูป ๑ ดอก
3 W, O) @) a. t+ {8 L, w๗. มาลัย ๑ พวง
6 j6 d* r+ ^8 w& r# L; K7 s
+ a- L5 j% H( P0 v
คำบอกล่าวเปรตยะพลี:-
$ |  E( K1 j4 o
(***ขณะทำพิธีนี้ ตอนถือธูป ๑ ดอก ห้ามยกมือพนมไหว้ เพราะเปรตมีภูมิต่ำกว่ามนุษย์ ให้ยืนเฉยๆ ถือธูปไว้ที่ระดับเหนือสะดือขึ้นมาเล็กน้อย ห้ามยกมือไหว้ตั้งแต่ต้น-จนจบพิธีกรรม เมื่อวางถาดอาหารของพลีเสร็จแล้ว ให้ปักธูปลงกับพื้นดิน (ต้องให้ปลายด้านธูปสัมผัสกับพื้นดิน) และหันหลังให้กับของสังเวยเหล่านั้น พร้อมกับเดินหนีทันที อย่าหันกลับมามองอาหารพลีอีกเด็กขาด พิธีกรรมนี้จะทำที่ไหนก็ได้ เช่น แยกทางสามแพร่ง สี่แพร่ง ตามทางเดินต่างๆ หรือข้างถนน)

/ P5 \  G5 E6 |( w- v+ Q1 [7 c8 [7 ]% V; `' u
ข้าพเจ้าชื่อ.................................นามสกุล......................อายุ........ปี สถานที่เกิด..................ข้าพเจ้าได้แต่งบุญบัตรพลีเปรตยะ ให้กับผู้ล่วงลับ มตกะผู้ล่วงลับไปแล้วจากโลกนี้ ทุกหมู่เหล่ารวมถึงอสูรกาย สัมภเวสี อสัมภเวสี สัตว์เดรัจฉานทั้งหลาย รวมถึงเจ้ากรรม และนายเวร ของข้าพเจ้า ที่ได้ทุกขเวทนาอยู่ในขุมนรกหนึ่งขุมนรกใด ขอจงรับเครื่องสังเวย ที่ข้าพเจ้าได้ทำพลี อาหารคาวหวานไปให้ท่านทั้งหลาย เมื่อท่านทั้งหลายได้รับเครื่องสังเวยจนอิ่มหนำสำราญดีแล้ว โปรดนำสารนี้ไปบอกแก่ผู้ที่ไม่ได้มา ให้รับทราบโดยทั่วกันว่า: h, |8 x/ p3 O) N: X
ถ้ามีท่านใดที่เคยมีเวร มีกรรมกับข้าพเจ้า อยู่ในนรกขุมหนึ่งขุมใดก็ดี ขอท่านพญามาร นายขุม นายเวรก็ดี ช่วยแจ้งข่าวไปยังเจ้ากรรม และนายเวรของข้าพเจ้าด้วยว่า ข้าพเจ้าได้แต่งบุญบัตรพลีเปรตยะ พลีไปให้เขาเหล่านั้นแล้ว เพื่อเป็นการขอขมากรรมต่อเขาเหล่านั้น ณ วันนี้ คืนนี้ ขอท่านทั้งหลายอย่ามีเวรมีกรรมกันต่อไปอีกเลย
1 ]! C0 A9 A9 s" B# y

  [8 b+ H! A" Iในวันนี้ข้าพเจ้าชื่อ..................นามสกุล................ได้ตั้งกองบุญ ( ๒๔ กองบุญ , ไหว้พระ, สวดมนต์, นั่งสมาธิ, ฟังธรรม, ถวายผ้าป่า,ทำสังฆทาน ฯลฯ) และได้เปลี่ยนจิตใจเป็นคนดีแล้ว
4 _8 z, h! \! R" }, V9 q. C# Zท่านใดที่ปรารถนากองบุญ-กุศล กองทาน กองศีล ของข้าพเจ้าที่ได้มีอยู่แล้ว และได้กระทำไปแล้วในวันนี้ ขอกุศลทั้งหลายนี้ จงสำเร็จแด่ท่านทั้งหลายด้วยเถิด ต่อด้วย....

3 `1 X, g6 s# Y; j& O) T) e- ~- W5 L0 ]' v2 t# v3 X
คำขอขมาลาโทษต่อเจ้ากรรม และนายเวร:-: t% z! j+ e6 j- Z: X
กรรมใดที่ข้าพเจ้าได้กระทำไว้ ในอดีตชาติ ปัจจุบันชาติ ด้วยกายกรรม ๓ ฆ่าสัตว์, ลักทรัพย์, ประพฤติผิดในกาม วจีกรรม ๔ ,พูดเท็จ, พูดส่อเสียด, พูดคำหยาบ, พูดเพ้อเจ้อเหลวไหล, มโนกรรม ๓ , ความโลภะ, ความพยาบาท,  การคิดปองร้าย, ขอผลกรรมนั้น จงอย่ามีเวรและกรรมกับข้าพเจ้าอีกเลย บุญกุศลอันใดที่ข้าพเจ้าได้กระทำไว้ในอดีตชาติ และปัจจุบันชาติ ขอจงสำเร็จกับเจ้ากรรม และนายเวร ทั้งหลายด้วยเถิด ขออย่าได้มีเวรและกรรม ซึ่งกันและกันเลย พุทโธอโหสิ ธัมโมอโหสิ สังโฆอโหสิ
% q( k0 l4 h1 H, O
, F  m( O3 A- W) r, Z" `' ^


* G# ?2 T' R5 E" o* Hคำอุทิศบุญกุศลให้กับเปรตผู้ล่วงลับจากโลกนี้ไปแล้ว:-0 [  l4 I3 a  x" I& s6 [1 j( j
อิทังเม ญาตีนัง โหตุ สุขิตาโหนตุ ญาตะโย          สุขิตาโหนตุ ญาตะโย; D# o5 H" [3 U  N& c
ขอบุญส่วนนี้ จงสำเร็จแก่ญาติทั้งหลาย ของข้าพเจ้า          ขอให้ญาติทั้งหลายของข้าพเจ้า มีความสุข

1 P$ @, e, C$ v; u$ B! j* A
อิทัง สัพพะเปตานัง โหตุ          สุขิตา โหนตุ สัพพะเปตา
9 m6 o( Y) B2 k1 u# H
ขอบุญส่วนนี้ จงสำเร็จแก่เปรตทั้งหลาย          ขอให้เปรตทั้งหลาย มีความสุข

3 F+ ~! o7 M/ m! ]! p. \8 f
อิทัง สัพพะเวรีนัง โหตุ          สุขิตา โหนตุ สัพเพเวรี% n* G* ^7 X7 p0 s. o9 r& i
ขอบุญส่วนนี้จงสำเร็จแก่เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย          ขอให้เจ้ากรรมและนายเวรทั้งหลายมีความสุข

8 A9 M4 `* `! y$ @
อิทัง สัพพะสัตตานัง โหตุ          สุขิตา โหนตุ สัพเพ สัตตา6 X% Z/ L4 l0 B7 ?2 u" ]) l
ขอบุญส่วนนี้จงสำเร็จแก่สัตว์ทั้งหลาย          ขอสัตว์ทั้งหลายมีความสุข ทั่วหน้ากันเทอญ


" w6 t6 D- l. m( B# Aพุทธังขมามิ ธัมมังขมามิ สังฆังขมามิ ยมมาขมามิ เอหิปิมัง พาเรหิ นัตตัสสะ3 O- J+ g8 U$ Z  s  I8 }

. `: c! G1 u) s& [
‹ ก่อนหน้า|ถัดไป

สมาชิกที่เพิ่งอ่านหัวข้อนี้

คุณต้องเข้าสู่ระบบก่อนจึงจะสามารถตอบกลับ เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก

แดนนิพพาน ดอท คอม

GMT+7, 2026-2-17 07:31 , Processed in 0.034218 second(s), 15 queries .

Powered by Discuz! X1.5

© 2001-2010 Comsenz Inc. Thai Language by DiscuzThai! Team.