แดนนิพพาน "โมทนาทุกดวงจิตถึงซึ่งแดนนิพพาน"

 

   

ค้นหา
ดู: 24944|ตอบ: 8
go

วัดพระพุทธบาทหริภุญชัย (ห้วยทรายขาว) ม.๑ ต.ศรีบัวบาน อ.เมือง จ.ลำพูน [คัดลอกลิงค์]

Rank: 8Rank: 8

IMG_1413.jpg



วัดพระพุทธบาทหริภุญชัย (ห้วยทรายขาว)  

ม.๑ ต.ศรีบัวบาน อ.เมือง จ.ลำพูน

----------------------


(แก้ไขข้อมูลล่าสุด : 12 พฤษภาคม 2569)


Rank: 8Rank: 8

DSC09502.JPG



การเดินทางไปวัดพระพุทธบาทหริภุญชัย (ห้วยทรายขาว) มี ๒ เส้นทาง  


๑. เส้นทางแรก (สายเก่า) เข้าทางหมู่บ้านศรีบัวบาน หมู่ที่ ๑ ต.ศรีบัวบาน อ.เมือง จ.ลำพูน

๒. เส้นทางที่สอง (สายใหม่) เข้าทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๑ (ถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ ลำพูน-ลำปาง) กิโลเมตรที่ ๕๗
ต.ศรีบัวบาน อ.เมือง จ.ลำพูน


Picture-1072.1.jpg



Picture-1070.jpg



๑. เส้นทางแรก (สายเก่า) เข้าทางหมู่บ้านศรีบัวบาน หมู่ที่ ๑ ต.ศรีบัวบาน อ.เมือง จ.ลำพูน

ถ่ายภาพเมื่อ พ.ศ.๒๕๕๐ สภาพถนนทางเข้าแคบและเป็นทางลูกรังตามธรรมชาติ การเดินทาง สามารถเดินทางโดยรถจักรยานและรถจักรยานยนต์


DSC09503.1.jpg



DSC09504.JPG



DSC09507.JPG



Picture-1144.jpg



๒. เส้นทางที่สอง (สายใหม่) เข้าทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๑ (ถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ ลำพูน-ลำปาง) กิโลเมตรที่ ๕๗ หรือทางเข้าโครงการศึกษาความเป็นไปได้ของการปลูกพืชน้ำมัน ฯลฯ ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และกระทรวงพลังงาน ต.ศรีบัวบาน อ.เมือง จ.ลำพูน ไปอีก ๔.๕ กิโลเมตร ถึงวัดพระพุทธบาทหริภุญชัย (ห้วยทรายขาว)

การเดินทาง สามารถเดินทางโดยรถจักรยาน รถจักรยานยนต์ และรถยนต์


Rank: 8Rank: 8

Picture-1074.jpg



ซุ้มประตูทางเข้า วัดพระพุทธบาทหริภุญชัย (ห้วยทรายขาว)


วัดพระพุทธบาทหริภุญชัย (ห้วยทรายขาว) เดิมเรียกว่า "วัดพระพุทธบาทห้วยทรายขาว" และเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "สำนักปฏิบัติธรรมพระพุทธบาทห้วยทรายขาว"



Picture-1142.jpg



โครงการศึกษาความเป็นไปได้ของการปลูกพืชน้ำมัน ฯลฯ ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และกระทรวงพลังงาน อยู่ตรงข้ามกับวัดพระพุทธบาทหริภุญชัย (ห้วยทรายขาว)



Rank: 8Rank: 8

IMG_1440.jpg



IMG_1433.jpg



IMG_1435.jpg



IMG_1441.jpg



มณฑปครอบรอยพระพุทธบาท วัดพระพุทธบาทหริภุญชัย (ห้วยทรายขาว)


บูรณะทาสีทองใหม่โดย พระอาจารย์ขันธ์ สิริจันโธ พระสงฆ์ผู้ดูแลและบูรณะ วัดพระพุทธบาทหริภุญชัย (ห้วยทรายขาว)



IMG_1453.jpg



รอยพระพุทธบาท ประดิษฐานภายในมณฑปครอบรอยพระพุทธบาท วัดพระพุทธบาทหริภุญชัย (ห้วยทรายขาว)



IMG_1451.jpg



รอยพระพุทธบาทหริภุญชัย (ห้วยทรายขาว) วัดพระพุทธบาทหริภุญชัย (ห้วยทรายขาว)


เป็นรอยพระพุทธบาทเบื้องขวา ปรากฏรอยนิ้ว ขนาดกว้าง ๗๔ เซนติเมตร ยาว ๑๖๙ เซนติเมตร เป็นรอยบนหินธรรมชาติ แต่อาจจะมีการแต่งที่นิ้วพระบาทไปแล้ว ปัจจุบันได้ทาสีทองทับ


ที่มาชื่อของรอยพระพุทธบาทหริภุญชัย (ห้วยทรายขาว) เดิมชื่อ พระพุทธบาทห้วยทราย (ขาว) คำว่า “ขาว” นี่ได้มาเติมทีหลัง เพราะตอนหลังมีพระมาจากลำพูน เป็นศิษย์สายพระราชพรหมยานเถร (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ) วัดจันทาราม (ท่าซุง) อ.เมือง จ.อุทัยธานี ได้มาแจ้งข่าวว่าพบรอยพระพุทธบาทใหม่ ท่านได้ตั้งชื่อว่า พระพุทธบาทหริภุญชัย


พระไพรัชต์ อภิชาโต เจ้าอาวาสสำนักปฏิบัติธรรมวัดดอยน้อย ต.ศรีบัวบาน อ.เมือง จ.ลำพูน ท่านบอกว่า ทุกเดือน ๘ แรม ๘ ค่ำ สมัยก่อนจะมีชาวบ้านไปสรงน้ำพระพุทธบาทกันตลอด และที่บริเวณส้นพระบาท ถ้าใช้กำปั้นทุบ จะมีเสียงดังคล้ายกับกลอง แต่ก่อนที่จะแต่งรอยพระพุทธบาท ที่ส้นพระบาทจะมีรูและน้ำที่ไหลออกมาจะใสและมีกลิ่นหอม    


---------------------


(แหล่งอ้างอิงข้อมูล : พระชัยวัฒน์ อชิโต สำนักงานธัมมวิโมกข์ วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี. (๒๕๔๙, ๙ ธันวาคม). ตามรอยพระพุทธบาท ฉบับรวมเล่ม ๓ (พิมพ์ครั้งที่ ๑). กรุงเทพฯ: เยลโล่การพิมพ์, หน้า ๓๑๗-๓๑๘.)



IMG_1454.jpg



คำนมัสการพระพุทธบาท
(ว่านะโม ๓ จบ) ยัง ตัตถะ โยนะกะปุเร มุนิโน จะปาทัง ตัง ปาทะ วะลัญชะนะ มะหัง สิระสา นะมามิฯ



IMG_1412.jpg



ตำนานรอยพระพุทธบาทหริภุญชัย (ห้วยทรายขาว)



นะโมตัสสะ เอวมฺเมสฺติ เอกํสมยํธรรมาโน ชนปทฺ จาริกํ จรมาโก

"สาธุโวดูรา สัปปุรุษทั้งหลาย ปางเมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตนอันประกอบด้วยมหากรุณาเป็นที่พึ่งแก่สัตว์โลกทั้งมวล ตนเป็นครูแก่คนและเทวดาทั้งหลาย เมื่อพระพุทธเจ้ายังทรมานโปรดบรรดาสัตว์ทั้งหลาย พระตถาคตเจ้าได้กระทำตามพุทธประเพณีอันโบราณ พระพุทธเจ้าอันล่วงแล้วมาแต่ก่อนได้กระทำมาชุตน"


เอกํสมยํ ยังมีอีกหลายสมัยกาล คาบหนึ่งพระพุทธเจ้า ตนมีโสภาคยะอันงาม ประกอบด้วยฉัพพรรณรังสี รัศมี ๖ สิ่ง วรรณะ ๗ ประการ ประทับสำราญในป่าเชตะวันอาราม อันมีในเมืองพาราณสี

เอกทิวสํ ยังมีในวันหนึ่งนั้น พระพุทธเจ้าแห่งเราได้ส่องมรรคญาณอันประเสริฐ เล็งเห็นอนาคตภายหน้า ศาสนาแห่งกูพระตถาคตจักได้รุ่งเรืองในเมืองสุวรรณภูมิ เมื่อพระตถาคตได้รู้แล้วดั่งอั้น พระพุทธเจ้าจึงได้เสด็จฯ มาพร้อม อรหันตาเจ้าทั้งหลาย มีพระสารีบุตรเถระ พระอานนท์เถระ พระโสณะเถระ และพระยาอโศกราชาเมืองกุสินาราเป็นอุบาสก ผู้อุปัฏฐากพระพุทธเจ้า ได้เทศนาธรรมโปรดเวไนยสัตว์ทั้งหลายนั้น ได้ฐาปนาไว้ยังเกศาธาตุรอยพระพุทธบาทไว้ตามบ้านน้อยเมืองใหญ่ทั้งหลายนั้น ขึ้นมาตามลำดับราชธานี ตามต้นน้ำและแม่น้ำ

ตโตปรํภควา เมื่อนั้นพระพุทธเจ้าพร้อมกับอรหันตาเจ้าทั้งมวล ได้มาถึงริมฝั่งแม่น้ำแม่ระมิงค์ ฝ่ายตะวันออกเมืองหริภุญชัย ได้เข้าไปบิณฑบาตในบ้านลัวะแห่งนั้น ชาวลัวะทั้งหลายก็มีจิตใจปิติยินดีมากนัก จึงได้ตกแต่งขาทะนียะโภชนียะ ข้าวบิณฑบาตไปถวายแก่พระพุทธเจ้าและอรหันตาเจ้า แล้วดังนั้น พระพุทธเจ้าได้ขึ้นไปสู่ก้อนหินลูกหนึ่ง อันมีฐานดังหลังเต่า มีดอย ๕ ลูกแวดล้อมทุกด้าน เป็นรมณียสถานอันวิเศษ ดอยทั้ง ๕ ลูกนั้น มีเทวบุตร ๕ ตน อันมีฤทธิ์ ยศะบริวารมากมาย


ประการหนึ่งนั้น มีมหายักษ์ราชาตนหนึ่งเป็นใหญ่กว่าเทวดาในสถานเขตแดนที่นั้น เมื่อพระพุทธเจ้าลงไปชำระตน (สรงน้ำ) ในห้วยอันมีที่ใกล้นั้น แล้วจึงได้ฉันข้าวบิณฑบาตบนก้อนหินนั้น

พระพุทธเจ้าได้เทศนาธรรมแก่ชาวลัวะที่ได้ตามมาด้วย ทานกถา สีลกถา สัคคกถา ภาวนากถา ขณะนั้น พระยาชมพูนาคราชได้เอาพัดวารชิณีมาพัดวีถวายพระพุทธเจ้า มหายักษ์ตนนั้นได้เอาฉัตรขาวมาถวายกั้นบังแดดแก่พระพุทธเจ้า

ครั้นพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐเทศนาธรรมแล้ว มหายักษ์ราชาได้อภิวาทกราบไหว้พระพุทธเจ้าว่า "ข้าแต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ข้าขอพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐจงเมตตาไว้ยังรอยพระบาทให้แก่ข้าพเจ้าทั้งหลาย เพื่อแทนตนพระพุทธเจ้าเถิด"

เมื่อพระพุทธเจ้าได้ยินคำอันมหายักษ์ราชากล่าวนั้น พระองค์ได้มีพุทธเมตตาลุกขึ้นจากที่นั้น แล้วหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ทรงอธิษฐานย่ำไว้ยังรอยพระบาทบนหินลูกนั้น มหาปฐวีก็ไหวหวั่นไปมาเป็นที่โกลาหลยิ่งนัก เพื่อเป็นนิมิตว่าศาสนาแห่งพระพุทธเจ้าจักตั้งมั่นรุ่งเรืองในเมืองหริภุญชัยที่นั้น

พระพุทธเจ้าได้ตรัสกับมหายักษ์ราชานั้นว่า “ดูราพระยายักษ์ กูพระตถาคต ได้ฐาปนารอยพระบาทแห่งกูพระตถาคตนี้ไว้ให้เป็นที่ไหว้สักการบูชาแก่คน เทวบุตร อินทร์ พรหม กุมภัณฑ์ คันธัพพะ นาคา ยักษ์ ปรไมย์ไอยศวรทั้งหลาย ก็ด้วยคำขอแห่งมหายักษ์นี้แล ครั้นว่าบุคคลใดมาสักการบูชาด้วยอามิสบูชา จำศีลกินทาน บุคคลผู้นั้นก็จักพ้นจากทางวินาศฉิบหายทั้งชั่วนี้และชั่วหน้า จักประกอบไปด้วยความวุฒิเจริญ มีผญา (ปัญญา) มากมาย พลันรอดเนรพาน (นิพพาน) บ่อย่าชาแล

ดูรามหายักษ์ สูท่านได้กระทำบุญสมภารมาแต่ก่อน เพื่อว่าจักปรารถนาโพธิญาณเป็นพระพุทธเจ้าตนหนึ่ง ภายหน้าเมื่อกูตถาคตได้นิพพานไปแล้วดังอั้น มหายักษ์จักได้ไปเกิดเป็นพระยาเมืองหริภุญชัย จักได้ยกยอศาสนาและรอยพระพุทธบาทกูพระตถาคต ให้ลือชาปรากฏ

เมื่อใดเสียชีวิตจากเป็นพระยาแล้วดั่งอั้น มหายักษ์จักได้จุติเป็นมหาเทวะอารักษ์ตนใหญ่รักษาพระธาตุ พระบาท และเมืองหริภุญชัย ตราบ ๕,๐๐๐ วัสสา ชาวเมืองจักเรียกชื่อว่า “มหาอารักษ์ยักษ์ร่มขาว” ก็เมื่ออานิสงส์ได้เอาฉัตรกั้นบังหื้อ (ให้) พระพุทธเจ้าวันนั้น" ภายหน้ามหายักษ์ตนนี้ จักได้ตรัสรู้ผญ๋าสัพพัญญู เป็นพระพุทธเจ้าตนหนึ่งในสารมัณฑกัปป์ ภายพู้นชาแล

เมื่อมหายักษ์ได้ฟัง ก็มีใจปิติอภิรมย์ ชมชื่นมากนัก จึ่งได้นำสัมปัตติทิพย์ อันมีคำ (ทองคำ) อันงามบริสุทธิ์ และสัมปัตติทิพย์มาถวายรอยพระพุทธบาทเจ้า บ่แต่เท่านั้น พญาชมพูนาคราชนำมายังแก้วปัทมราชลูกประเสริฐ และแก้วรัตนะ ๗ ประการเป็นบริวาร มาถวายบูชารอยพระพุทธบาท เจ้าที่นั้นนำเอาสัมปัตติทิพย์ทั้งมวลฝังไว้ในถ้ำอันมีลุ่มพื้น (ข้างล่าง) รอยพระพุทธบาท เทวบุตร เทวดา
คันธัพพะ นาคา ยักษ์ ทั้งหลาย ก็อภิวาทไหว้วันทาพระพุทธเจ้า อรหันตาเจ้าทั้งหลายหมู่นั้น ด้วยสาธุการปริยายต่างๆ นั้นชาแล

ต่อแต่นี้ไปภายหน้า จักสำแดงยังการทั้งมวลให้แจ้ง อันว่ารอยพระบาทเจ้าแห่งนี้ พระพุทธเจ้าแห่งเราได้มาฉันข้าวบิณฑบาต อาบน้ำชำระตน องค์ได้สถาปนารอยพระบาทเจ้าแห่งนี้ พระพุทธเจ้าแห่งเราเป็นอันดีแล้ว พระพุทธเจ้าก็ขึ้นไปสู่ยอดดอย เล็งดูยังฐานะที่พระพุทธเจ้าจะไปนั้น รำพึงว่า "แดนที่เราจะไปนั้น จักรุ่งเรืองตราบ ๕,๐๐๐ วัสสา" ดังอั้น


ถัดแต่นั้นพระพุทธเจ้าจึ่งเสด็จไปในหนตะวันตกสู่สถานที่นั้น พระพุทธเจ้าได้สถาปนาพระเกศาธาตุ ตรัสทำนายว่า “ดูก่อนอานนท์ ฐานะที่นี่ภายหน้าจักปรากฏนครใหญ่ชื่อหริภุญชัยบุรี เหตุเราตถาคตได้มาฉันหมากสมอ ไว้เกศาธาตุที่นี้ชาแล”

เมื่อพระพุทธเจ้าปรินิพพานไปได้พันปีถ้วน สองพญายักษ์ได้เกิดเป็นพญาธรรมมิกราชในเมืองหริภุญชัย พร้อมกับอรหันตาเจ้าสองตน ได้นำธาตุกระดูกอกของพระพุทธเจ้า ๕ ดวง มาฝังไว้ในแผ่นหินบนยอดดอยที่พระพุทธเจ้ายืนอยู่ลึก ๗ วา พระยาธรรมตนนั้น ก็ได้ถวายบูชาพระบาทพระธาตุด้วยอามิสบูชา วัตถุแก้ว แหวน เงินทองเป็นอันยิ่ง แต่นั้นเมิน (นาน) ไปเกิดภัยอันร้ายแก่เมืองหริภุญชัย รอยพระพุทธบาทสถานที่นี้ได้ร้าง บ่มีผู้รู้จักไปในที่สุด

----------------------


(แหล่งอ้างอิงข้อมูล : หนังสือตำนานรอยพระพุทธบาทหริภุญชัย (ห้วยทรายขาว). หน้า ๕-๙.)


IMG_1450.jpg




ประวัติวัดพระพุทธบาทหริภุญชัย (ห้วยทรายขาว)



วัดพระพุทธบาทหริภุญชัย (ห้วยทรายขาว) ตั้งอยู่ในเขตบ้านศรีบัวบาน หมู่ที่ ๑ ตำบลศรีบัวบาน อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน เป็นพุทธสถานโบราณที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดลำพูน ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ สถาปนาประทับรอยพระพุทธบาทให้เป็นที่สักการบูชาแก่เหล่ามนุษย์ และเทวดาทั้งหลาย ตั้งอยู่ในป่าเขตพื้นที่การศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ วิทยาลัยเขตหริภุญชัย

โดย พระครูปัญญาธรรมวัฒน์ (ครูบาอินทร) เป็นผู้ฟื้นฟูบูรณะก่อตั้งเป็นวัดขึ้นมาจากพื้นที่รกร้างมาเป็นเวลาอันยาวนาน ตามประวัติจารึกปรากฏที่ขอบปูนรอบรอยพระพุทธบาทได้เลือนรางไปมากแล้ว แต่พอจับใจความได้ว่า มีการสร้างศาลาครอบรอยพระพุทธบาท เมื่อปี พ.ศ.๒๒๕๘

- จุลศักราช ๑๒๖๕ (พ.ศ.๒๔๔๖) โดย ครูบาใจยา วัดพญาผาบ ได้มาบูรณะศาลาไม้ครอบรอยพระพุทธบาท ๑ หลัง ศาลาบาตร ๑ หลัง ศาลาที่พัก ๑ หลัง


- พ.ศ.๒๔๙๐ ครูบาปัญโญ วัดศรีบัวบาน ได้มาบูรณะมณฑป ก่ออิฐถือปูน


- พ.ศ.๒๕๒๘ พระครูปัญญาธรรมวัฒน์ (ครูบาอินทร) เป็นประธาน พร้อมคณะศรัทธา ได้มาก่อตั้งเป็นสำนักสงฆ์ โดยสร้างศาลาพัก ๑ หลัง กุฏิที่พักสงฆ์ ๒ หลัง โรงครัว แท็งก์น้ำ


- ต่อมา
พระครูปัญญาธรรมวัฒน์ (ครูบาอินทร) ได้มีบัญชาให้ พระอาจารย์ประกอบบุญ สิริญาณโน เข้ามาบูรณะดูแล เมื่อวันที่ ๒๑ มกราคม พ.ศ.๒๕๕๒ (แต่เนื่องจากพระอาจารย์ประกอบบุญ ไม่ได้จำพรรษาที่วัด หรือไม่ได้ขึ้นมาวัดนาน เพราะติดภารกิจสร้างวัดหลายแห่งและกิจอีกหลายประการ วัดจึงถูกปล่อยให้รกร้างอีกครั้งหนึ่ง)

- วันที่ ๒ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๒ พระครูสิริวรธรรม เจ้าคณะตำบลศรีบัวบาน ได้มอบหมายให้ พระอาจารย์ขันธ์ สิริจนฺโธ ทำการบูรณะวัดขึ้นมาใหม่ เพื่อเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ควรแก่การสักการบูชาของพุทธศาสนิกชน และความเจริญรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนาต่อไปในภายหน้า

..และนับจากวันนั้นเป็นต้นมา.. วัดพระพุทธบาทหริภุญชัย (ห้วยทรายขาว) โดยการนำบุญของพระอาจารย์ขันธ์ สิริจันโธ ..ก็มีคนบุญ และมีสายธารบุญทยอยมาช่วยกันบูรณะและพัฒนาวัดอย่างไม่ขาดสาย.. เนื่องจากสิ่งปลูกสร้างเดิมที่ถูกปล่อยให้รกร้างมานานหลายปีนั้นอยู่ในสภาพที่ใช้การไม่ได้เลย และได้บูรณะศาลาใกล้รอยพระพุทธบาทจนแล้วเสร็จ

ต่อมาเมื่อวันที่ ๑๔ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๕ พระอาจารย์ขันธ์ สิริจนฺโธ พระสงฆ์ผู้ดูแลและบูรณะ วัดพระพุทธบาทหริภุญชัย (ห้วยทรายขาว) ได้รับประทานพระบรมสารีริกธาตุ และพระนามพระพุทธรูปประจำศาลาปฏิบัติธรรม วัดพระพุทธบาทหริภุญชัย (ห้วยทรายขาว) จังหวัดลำพูน ว่า “พระพุทธอัมรินทรรัตนบพิตร” จากสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ซึ่งพระองค์ท่านได้มอบหมายให้พระเทพสารเวที เป็นผู้แทนพระองค์ในพิธีประทานพระบรมสารีริกธาตุ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร

----------------------


(แหล่งอ้างอิงข้อมูล : หนังสือตำนานรอยพระพุทธบาทหริภุญชัย (ห้วยทรายขาว). หน้า ๑๐-๑๕.)


IMG_1448.jpg



พระอาจารย์ขันธ์ สิริจันโธ พระสงฆ์ผู้ดูแลและบูรณะ วัดพระพุทธบาทหริภุญชัย (ห้วยทรายขาว)

ท่านเล่าให้ฟังว่า ใต้พื้นข้างล่างรอยพระพุทธบาทจะเป็นถ้ำ เมื่อเคาะพื้นภายในมณฑปครอบรอยพระพุทธบาท จะได้ยินเสียงดังก้องๆๆ เหมือนเสียงเวลาคนตีกลอง


Rank: 8Rank: 8

IMG_1417.jpg



ลานหินรอยพระบาทพระอรหันต์ อยู่ด้านหลังมณฑปครอบรอยพระพุทธบาท วัดพระพุทธบาทหริภุญชัย (ห้วยทรายขาว)



IMG_1443.jpg



รอยพระบาทพระอรหันต์ วัดพระพุทธบาทหริภุญชัย (ห้วยทรายขาว)


เป็นรอยพระบาทปรากฏเป็นธรรมชาติ แต่ไม่มีรอยนิ้วเท้าให้เห็น เป็นแค่อุ้งเท้า กว้าง ๑๓ เซนติเมตร ยาว ๓๓ เซนติเมตร



IMG_1444.jpg



คำนมัสการรอยพระบาท

(ว่านะโม ๓ จบ) สาธุ สาธุ สาธุ อะหังนะมามิ พระอะระหันต๋าเถระ บาทะ วะรัง สิระสา นะมามิ



IMG_1416.1.jpg



IMG_1418.1.jpg



รอยพระบาทพระอรหันต์ วัดพระพุทธบาทหริภุญชัย (ห้วยทรายขาว)


Rank: 8Rank: 8

IMG_1447.jpg



วิหารธรรม วัดพระพุทธบาทหริภุญชัย (ห้วยทรายขาว)


มีพระพุทธมหาจักรพรรดิ์ ศรีอริยหริภุญชัย เป็นพระประธานประจำวัด คณะผู้จัดสร้างวิหารธรรมและองค์พระมหาจักรพรรดิ สร้างถวายโดย คณะศรัทธาและคณะศิษยานุศิษย์หลวงปู่ทวด เหยียบน้ำทะเลจืด หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ พระอาจารย์วรงคต วิริยธโร (หลวงตาม้า) วัดพุทธพรหมปัญโญ (วัดถ้ำเมืองนะ) อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่



IMG_1455.jpg



พระพุทธมหาจักรพรรดิ์ ศรีอริยหริภุญชัย และพระพุทธรูปต่างๆ ประดิษฐานภายในวิหารธรรม วัดพระพุทธบาทหริภุญชัย (ห้วยทรายขาว)



IMG_6437.JPG



การปฏิบัติน่ะ  ถ้าทำจริงนะไม่ยาก  ที่ยากน่ะไม่พากันทำ

(ให้สวด)  ก่อนนอน  ตื่นนอน  กินข้าว  อาบน้ำ

ใครจะใหญ่เกินกรรม



IMG_1456.1.jpg



พระอาจารย์ขันธ์ สิริจนฺโธ พระสงฆ์ผู้ดูแลและบูรณะ วัดพระพุทธบาทหริภุญชัย (ห้วยทรายขาว)



IMG_1456.jpg



ประวัติพระอาจารย์ขันธ์  สิริจนฺโธ

พระสงฆ์ผู้ดูแลและบูรณะ วัดพระพุทธบาทหริภุญชัย (ห้วยทรายขาว)


l2.png



พระอาจารย์ขันธ์ สิริจนฺโธ (ขันธ์ สิริจันโธ) ถือกำเนิดที่จังหวัดเลย แต่มาโตที่จังหวัดลพบุรี ตอนอายุ ๗ ขวบ ได้พบพระอาจารย์บุญตา วิสุทธสีโล วัดคลองเกตุ ตำบลคลองเกตุ อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี ซึ่งท่านเมตตาพระอาจารย์ขันธ์ในวัยเด็กมาก โดยทุกวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ หลวงปู่บุญตาท่านสอนให้ทำสมาธิ วิปัสสนา พระกรรมฐาน สอนให้รู้บุญรู้บาป สอนให้รู้ทางธรรม ทำอยู่อย่างนี้หลายปี จนพระอาจารย์ขันธ์ศรัทธาในพระพุทธศาสนา และศรัทธาหลวงปู่บุญตามาก


หลวงปู่บุญตา ท่านเคยเล่าให้ฟังว่า ท่านเดินทางมาจากจังหวัดอุบลราชธานี เป็นศิษย์หลวงปู่เสาร์ กันตสีโล อยู่กับหลวงปู่เสาร์ ๕ พรรษา ก็ได้ลาหลวงปู่เสาร์เพื่อหาโมกขธรรม (ธุดงค์) ในที่สุดท่านก็มาเจอกับหลวงปู่มั่น ที่วัดเจดีย์หลวง จังหวัดเชียงใหม่ ในสมัยนั้น อยู่ฟังธรรมกับหลวงปู่มั่น จนมีความเข้าใจเรื่องการประพฤติปฏิบัติ ก็ลาหลวงปู่มั่นเพื่อธุดงค์ต่อไปจนถึงจังหวัดลพบุรี


และได้อยู่ปฏิบัติธรรมที่วัดคลองเกตุ อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี จนกระทั่งปี พ.ศ.๒๕๔๕ ท่านได้มรณภาพลงด้วยวัยชรา สิริอายุรวม ๙๓ ปี ๒ เดือน ซึ่งนำความโศกเศร้ามายังศิษยานุศิษย์ทุกคน รวมทั้งพระอาจารย์ขันธ์ สิริจันโธ ซึ่งหลวงปู่ให้ความเมตตาเป็นพิเศษ


หลวงปู่บุญตา เคยบอกกับพระอาจารย์ขันธ์ว่า “ให้ตั้งใจปฏิบัติสวดมนต์ภาวนา และถือธุดงค์เป็นวัตร (ธุดงควัตร) ถ้าไปสร้างวัดที่ไหน อย่าไปติดในทรัพย์ของญาติโยม ให้นำทรัพย์นั้นไปสร้างบุญให้โยมเขา โยมจะได้พ้นทุกข์กัน” พระอาจารย์ขันธ์ ก็ได้ยึดคำสอนดังกล่าวเป็นสรณะ ยึดมั่นถือปฏิบัติเป็นกิจวัตร โดยธุดงค์รอนแรมไปยังจังหวัดต่างๆ และตั้งใจสวดมนต์ภาวนาเรื่อยมา


กระทั่งปี พ.ศ.๒๕๔๒ พระอาจารย์ขันธ์ได้ธุดงค์มาถึงวัดพระพุทธบาทหริภุญชัย (ห้วยทรายขาว) จังหวัดลำพูน ซึ่งขณะนั้นวัดพระพุทธบาทหริภุญชัย (ห้วยทรายขาว) รกร้างมาก พระอาจารย์ขันธ์ ได้เห็นถึงความรกร้างว่างเปล่าของวัดแห่งนี้ จึงอธิษฐานจิตกับพระบาท และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่วัดแห่งนี้ “ถ้าข้าพเจ้ามีบุญวาสนาบารมี จะมาปลูกสร้างถาวรวัตถุ และนำพาญาติโยมสร้างบุญสร้างกุศลที่วัดแห่งนี้” อธิษฐานแล้วก็ได้ธุดงค์จากไป เนื่องจากในขณะนั้นยังแสวงหาโมกขธรรมอยู่


ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๔๒ ที่ได้ธุดงค์จากวัดพระพุทธบาทหริภุญชัย (ห้วยทรายขาว) ไป กระทั่งในปี พ.ศ.๒๕๕๒ (รวม ๑๐ ปี) ได้มีนิมิตถึงวัดแห่งนี้ว่า “ท่านยังรออยู่” พระอาจารย์ขันธ์จึงเดินทางมายังวัดพระพุทธบาทหริภุญชัย (ห้วยทรายขาว) อีกครั้ง ในวันที่ ๒ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๒ และได้ถางป่าที่รกร้าง เก็บกวาดใบไม้เก่าใหม่ที่ทับถมมานาน เพราะรกร้างมาหลายปี ปฏิบัติอยู่ได้ ๑ อาทิตย์


ในขณะที่ถางป่าอยู่เพลินๆ ก็มีศรัทธา ครอบครัววีระเดชะ, ดาบตำรวจสมเดช ได้เข้ามาพร้อมกับครอบครัวของ โยมเฮียน้อย ซึ่งเป็นเจ้าของบริษัท โชคไพศาล ได้มาปวารณากับพระอาจารย์ขันธ์ว่า “จะชวนพรรคพวกมาทอดผ้าป่า เพื่อบูรณะสร้างวัดแห่งนี้” หลังจากนั้น ก็ได้บูรณะสร้างศาลาหลังใหญ่จนแล้วเสร็จ ต่อมามี คุณตาชาญชัย ได้มาถวายกระเบื้องหลังคา และกระเบื้องรอบนอก รวมทั้งหินทราย ค่าแรงคนงาน จนศาลาหลังใหญ่แล้วเสร็จภายใน ๓ เดือน


เมื่อสายธารบุญเริ่มเกิด ก็มีการสานต่อบุญอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากครอบครัวของคุณณัฐนันท์ โสภิณธนเศรษฐ คุณจินตนา ครอบครัวสัตยานุวงค์ ครอบครัวพฤฒิพรธานี (คุณจุ๋ม) มาสร้างองค์เทพถวายพร้อมฐาน จนต่อมาในปี พ.ศ.๒๕๕๓ ได้มีคณะศิษย์ที่เป็นทนายความอยู่จังหวัดเชียงใหม่, ร้อยเอกสุรินทร์ ไพสันต์, คุณอัม พร้อมครอบครัวและคณะศิษย์ มาร่วมสร้างองค์อินทร์ และมีคณะศิษย์หลวงตาม้า วัดถ้ำเมืองนะ มาสร้างพระมหาจักรพรรดิถวาย


ต่อมา มีพระสงฆ์มาประจำพรรษากับพระอาจารย์ขันธ์ ดังนั้นพระอาจารย์ขันธ์ จึงได้สร้างกุฏิสำหรับพระสงฆ์เพื่อประจำพรรษาอีก ๒ หลัง โดยได้รับโมทนาบุญจาก คุณตาชาญชัย, น้องแมคและเพื่อน มาสร้างกุฏิจนแล้วเสร็จ ต่อมา บริษัท ปตท. จำกัด ได้มาร่วมทำบุญ โดยการสร้างห้องน้ำให้วัด ๓ ห้อง อย่างไรก็ตาม ก็ยังคงไม่เพียงพอสำหรับรองรับคนบุญ


เมื่อต้นปี พ.ศ.๒๕๕๔ พลอากาศตรีเกษมศักดิ์ เอมเอี่ยม และครอบครัว พร้อมเพื่อนทหาร ได้มาสร้างห้องน้ำเพิ่มอีก ๖ ห้อง และคุณตาเกษม เจ้าของไร่สวนเกษม พร้อมครอบครัว ก็ได้มาสร้างห้องน้ำเพิ่มอีก ๒ ห้อง เพื่ออำนวยความสะดวกสำหรับคนมาทำบุญได้เป็นอย่างดี


เนื่องจากวัดพระพุทธบาทหริภุญชัย (ห้วยทรายขาว) อยู่ในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ และเป็นป่าที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์ หากการเดินทางมายังวัดค่อนข้างลำบาก คุณธนกร และคุณพ่อ ดาบตำรวจองอาจ นพฤทธิ์ จึงได้นำปัจจัยมาสร้างถนน จากถนนทางหลวงมายังหน้าวัด เป็นระยะทาง ๔.๕ กิโลเมตร


และได้รับการบอกบุญมาจากบริษัทการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค นำผ้าป่ามาทอดถวาย และมีโครงการจะเดินสายไฟฟ้าถาวรให้วัดต่อไป และปัจจุบัน พลอากาศตรีเกษมศักดิ์ เอมเอี่ยม และครอบครัว กำลังดำเนินการสร้างที่พักสำหรับญาติโยมที่จะมาปฏิบัติธรรมอีกด้วย


คำอธิษฐานจิตของพระอาจารย์ขันธ์ กับรอยฝ่าพระบาท และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของวัดพระพุทธบาทหริภุญชัย (ห้วยทรายขาว) “...จะมาปลูกสร้างถาวรวัตถุ และนำพาญาติโยมสร้างบุญสร้างกุศลที่วัดแห่งนี้” ..เริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรม.. มีคนบุญมาร่วมกันบูรณะและสร้างถาวรวัตถุให้วัดหลากหลาย


อาทิเช่น “บ้านเจ้าที่ คุณตาทอง-คุณยายเงิน” ซึ่งพระอาจารย์ขันธ์ตั้งใจที่จะสร้างให้เป็นแหล่งศึกษาสำหรับเยาวชน โดยจะถ่ายทอดศิลปวัฒนธรรม ความเป็นอยู่ของคนในสมัยโบราณ ให้คนรุ่นหลังได้เห็นและเรียนรู้จากอดีต โดยจะมีรูปปั้นจำลองเกวียน วัว ควาย กองฟาง อยู่บริเวณบ้านเจ้าที่ ก็ได้รับน้ำใจจาก ครอบครัวณัฐนันท์ โสภิธนเศรษฐี และเพื่อนจากกรุงเทพฯ มาร่วมสร้าง


ปัจจุบัน...วัดพระพุทธบาทหริภุญชัย (ห้วยทรายขาว) กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง “ศาลาปฏิบัติธรรม” วัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นสถานที่ในการปฏิบัติธรรมและนั่งสมาธิ ตลอดจนเพื่อใช้เป็นสถานที่ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา สร้างผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ เพื่อเป็นพุทธศาสนิกชนที่ดีต่อไป


เมื่อวันที่ ๑๔ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๕ พระอาจารย์ขันธ์ ได้รับประทานพระบรมสารีริกธาตุ และพระพุทธรูปพระนามว่า “พระพุทธอัมรินทรรัตนบพิตร” เพื่อนำประจำศาลาปฏิบัติธรรม จากสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทั้งนี้ คาดว่าศาลาปฏิบัติธรรมจะสร้างแล้วเสร็จในปลายปี พ.ศ.๒๕๕๕ นี้


วัดพระพุทธบาทหริภุญชัย (ห้วยทรายขาว) ตั้งอยู่ที่ตำบลศรีบัวบาน อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติแม่ธิ-แม่ตีบ ปัจจุบันได้รับมอบใบอนุญาตให้เป็น “พุทธอุทยานสงฆ์” จากรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ ฯพณฯ สุวิทย์ คุณกิตติ โดยการประสานงานของหัวหน้าอติเทพผ่านท่านอธิบดีกรมป่าไม้


...และในอนาคตอันใกล้นี้ วัดพระพุทธบาทหริภุญชัย (ห้วยทรายขาว) มีโครงการที่จะนำองค์พระแม่จามเทวีขึ้นประดิษฐานบนแท่น ใกล้กับองค์พระเจ้าทันใจ และจะทำการบูรณะพระพุทธรูปและศาลาที่มีการก่อสร้างไว้แล้วบริเวณพื้นที่ด้านใต้ของวัด เพื่อพัฒนาเป็นสถานปฏิบัติธรรมของคนที่มาทำบุญต่อไป


ในการนี้ จึงขอบอกบุญ และเชิญชวนผู้ใจบุญทุกท่านร่วมทำบุญสร้างถาวรวัตถุเพื่อเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา และร่วมปฏิบัติธรรมด้วยกัน ที่วัดพระพุทธบาทหริภุญชัย (ห้วยทรายขาว) จังหวัดลำพูน


...ขอความสุข ความเจริญ อายุ วรรณะ สุขะ พละ ปฏิภาณ ธนสมบัติ จงบังเกิดแก่ทุกคนที่มีใจเป็นกุศล มาร่วมทำบุญ ทำสมาธิ และบูรณะวัดแห่งนี้ โดยทั่วกัน ...โมทนาสาธุ...


----------------------


(แหล่งอ้างอิงข้อมูล : หนังสือตำนานรอยพระพุทธบาทหริภุญชัย (ห้วยทรายขาว). หน้า ๑๗-๒๓.)


IMG_1446.jpg



IMG_1428.jpg



IMG_1467.jpg



ศาลาต่างๆ วัดพระพุทธบาทหริภุญชัย (ห้วยทรายขาว)


IMG_1438.jpg



IMG_1439.jpg



กุฏิสงฆ์ วัดพระพุทธบาทหริภุญชัย (ห้วยทรายขาว)


Rank: 8Rank: 8

IMG_1459.jpg



รูปพระสีวลีเถระ วัดพระพุทธบาทหริภุญชัย (ห้วยทรายขาว)


IMG_1466.jpg



รูปเหมือนหลวงปู่ทวด วัดพระพุทธบาทหริภุญชัย (ห้วยทรายขาว)


IMG_1462.jpg



รูปพระแม่กวนอิมมหาโพธิสัตว์ (พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร) วัดพระพุทธบาทหริภุญชัย (ห้วยทรายขาว)


IMG_1465.jpg



รูปพระแม่ธรณีบีบมวยผม วัดพระพุทธบาทหริภุญชัย (ห้วยทรายขาว)


IMG_1429.jpg



IMG_1430.jpg



รูปท้าวสักกเทวราช (ท้าวอมรินทร์เทวาธิราช หรือ พระอินทร์) วัดพระพุทธบาทหริภุญชัย (ห้วยทรายขาว)


Rank: 8Rank: 8

IMG_1457.jpg



รูปปั้นพระศิวะ มหาเทพ (พระอิศวร) วัดพระพุทธบาทหริภุญชัย (ห้วยทรายขาว)


IMG_1463.jpg



รูปปั้นพระนารายณ์ (พระวิษณุ) พระแม่ลักษมี และ พระแม่อุมาเทวี (เรียงจากขวามือ-ซ้ายมือ) วัดพระพุทธบาทหริภุญชัย (ห้วยทรายขาว)


IMG_1461.jpg



รูปพระพิฆเนศ วัดพระพุทธบาทหริภุญชัย (ห้วยทรายขาว)


IMG_1458.jpg



รูปท้าวเวสสุวรรณ วัดพระพุทธบาทหริภุญชัย (ห้วยทรายขาว)


IMG_1460.jpg



รูปปั้นปู่ฤาษี วัดพระพุทธบาทหริภุญชัย (ห้วยทรายขาว)

พระอาจารย์ขันธ์ สิริจันโธ พระสงฆ์ผู้ดูแลและบูรณะ วัดพระพุทธบาทหริภุญชัย (ห้วยทรายขาว) ท่านเล่าให้ฟังว่า สมัยที่ท่านเดินธุดงค์มาถึง ณ สถานที่แห่งนี้ ได้ปักกลดนั่งสมาธิอยู่ตรงตำแหน่งที่ตั้งรูปปั้นปู่ฤาษีในปัจจุบันนี้ ท่านได้นิมิตเห็นพระฤาษีตนหนึ่ง ดังนั้นต่อมาท่านจึงได้สร้างรูปปั้นปู่ฤาษีไว้ตามนิมิตนั้น


IMG_1464.jpg



รูปปั้นพญานาค วัดพระพุทธบาทหริภุญชัย (ห้วยทรายขาว)


Rank: 8Rank: 8

ขอจบการเดินทางด้วยคติธรรมคำสอนของหลวงปู่ทวด จากหนังสือตำนานรอยพระพุทธบาทหริภุญชัย (ห้วยทรายขาว) หน้า ๒๔-๒๕ และภาพวัดพระพุทธบาทหริภุญชัย (ห้วยทรายขาว) ถ่ายภาพเมื่อ พ.ศ.๒๕๕๐ สวัสดีค่ะ


l4.png



รูปหลวงปู่ทวด.jpg



คติธรรมคำสอน

พระราชมุนีสามี รามคุณูปมาจารย์

"สามีราโมภิกษุ"

(หลวงปู่ทวด)

ท่านเป็นพระมหาเถระที่รู้จักกันทั่วประเทศ ในนาม

"หลวงปู่ทวด เหยียบน้ำทะเลจืด"

prakob024-removebg-preview.1-removebg-preview.png



ละได้ย่อมสงบ


ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้  ล้วนแต่เคลื่อนที่ไปสู่ความเป็น

อนิจจัง  ทุกขัง  อนัตตา

ทุกอย่างในโลกนี้  เคลื่อนไปสู่การสลายตัวทั้งสิ้น

ไม่ยึด  ไม่ทุกข์  ไม่สุข  ละได้ย่อมสงบ

l54 - Copy (2).png



Picture-1082.jpg



*หมายเหตุ : ติดตาม คติธรรมคำสอนของหลวงปู่ทวด เพิ่มเติมได้ที่เว็บแดนนิพพาน @ http://www.dannipparn.com/thread-72-1-1.html


l6.1.png



ภาพวัดพระพุทธบาทหริภุญชัย (ห้วยทรายขาว) พ.ศ.๒๕๕๐



Picture-1112.1.jpg



Picture-1104.jpg



Picture-1111.jpg



Picture-1105.jpg



Picture-1117.1.jpg



Picture-1106.jpg



Picture-1108.jpg



Picture-1124.1.jpg



Picture-1084.1.jpg



Picture-1090.1.jpg



Picture-1127.jpg



Picture-1133.3.jpg



Picture-1137.2.jpg



Picture-1092.1.jpg



---------------------


ขอกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงสำหรับข้อมูลจาก :
          • วัดพระพุทธบาทหริภุญชัย (ห้วยทรายขาว) อ.เมือง จ.ลำพูน
          • พระอาจารย์ขันธ์ สิริจันโธ
พระสงฆ์ผู้ดูแลและบูรณะ วัดพระพุทธบาทหริภุญชัย (ห้วยทรายขาว)
          • หนังสือตำนานรอยพระพุทธบาทหริภุญชัย (ห้วยทรายขาว)
          • พระชัยวัฒน์ อชิโต สำนักงานธัมมวิโมกข์ วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี. (๒๕๔๙, ๙ ธันวาคม). ตามรอยพระพุทธบาท ฉบับรวมเล่ม ๓ (พิมพ์ครั้งที่ ๑). กรุงเทพฯ: เยลโล่การพิมพ์.


**หมายเหตุ :


ท่านใดประสงค์จะนำรูปภาพหรือเนื้อหาบทความไปใช้ประโยชน์ที่อื่น สามารถนำไปใช้ได้เลย โดยไม่ต้องขออนุญาตจากข้าพเจ้าก่อน


และได้โปรดกรุณาให้เครดิตอ้างอิงแหล่งข้อมูลที่มา : เว็บแดนนิพพาน และกรุณาอย่าลบหรือครอบตัดเครดิตแหล่งที่มาบนรูปภาพ “Photo by Dannipparn.com”


(ป.ล. หากว่ากระทู้บทความนี้ มีข้อผิดพลาดประการใด ข้าพเจ้าต้องขออภัยในความผิดพลาดต่างๆ ในฐานะปุถุชนที่ย่อมทำผิดและถูกสลับกันไปไว้ ณ ที่นี้ด้วย และจะนำไปปรับปรุงแก้ไขในครั้งต่อไป)


บันทึกของมิรา : http://www.dannipparn.com/forum-36-1.html
‹ ก่อนหน้า|ถัดไป

สมาชิกที่เพิ่งอ่านหัวข้อนี้

คุณต้องเข้าสู่ระบบก่อนจึงจะสามารถตอบกลับ เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก

แดนนิพพาน ดอท คอม

GMT+7, 2026-6-4 22:08 , Processed in 0.147870 second(s), 16 queries .

Powered by Discuz! X1.5

© 2001-2010 Comsenz Inc. Thai Language by DiscuzThai! Team.