แดนนิพพาน "โมทนาทุกดวงจิตถึงซึ่งแดนนิพพาน"

 

   

ค้นหา
ดู: 5532|ตอบ: 12
go

วัดจอมทอง บ.ทุ่งพร้าว ม.๔ ต.แม่สะเรียง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน

Rank: 8Rank: 8

pimnuttapa โพสต์เมื่อ 2013-5-27 23:22 |แสดงโพสต์ทั้งหมด

IMG_8954.JPG



วัดจอมทอง

บ.ทุ่งพร้าว  ม.๔  ต.แม่สะเรียง  อ.แม่สะเรียง  จ.แม่ฮ่องสอน

[พระบรมธาตุเจดีย์]



บันทึกของมิรา : http://www.dannipparn.com/forum-36-1.html

Rank: 8Rank: 8

pimnuttapa โพสต์เมื่อ 2013-5-27 23:23 |แสดงโพสต์ทั้งหมด

IMG_9257.JPG



IMG_8513.JPG



IMG_8516.JPG



การเดินทางไปวัดจอมทอง หรือวัดพระธาตุจอมทอง วัดจอมทอง ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของอำเภอแม่สะเรียง หมู่ที่ ๔ บ้านทุ่งพร้าว ตำบลแม่สะเรียง อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ห่างจากอำเภอแม่สะเรียง ๑ กิโลเมตร


ขับรถไปทางเข้าเมืองอำเภอแม่สะเรียง ใกล้กับพิพิธภัณฑ์อำเภอแม่สะเรียง ซึ่งอยู่ติดริมถนนเส้นทางหลวงหมายเลข ๑๐๘ (เชียงใหม่–แม่สะเรียง–แม่ฮ่องสอน) จะมีทางแยกซ้ายเข้าสู่อำเภอแม่สะเรียง ขับรถไปทางแยกไปวัดจอมทอง (เส้นทางแม่สะเรียง-สบเมย) ซึ่งถนนทางแยกไปวัดจอมทองติดกับวัดจอมแจ้ง ลงไปได้ประมาณ ๕๐๐ เมตร จะเจอป้ายชื่อถนนรพช มส.๔๐๗๕ (ทุ่งพร้าว–ป่ากล้วย) ค่ะ


IMG_8519.JPG



IMG_8521.JPG



IMG_8522.JPG



ป้ายชื่อและซุ้มประตูทางเข้า/ออก วัดจอมทอง ค่ะ


158.jpg



ถนนทางขึ้น/ลง วัดจอมทอง ค่ะ



บันทึกของมิรา : http://www.dannipparn.com/forum-36-1.html

Rank: 8Rank: 8

pimnuttapa โพสต์เมื่อ 2013-5-27 23:31 |แสดงโพสต์ทั้งหมด

IMG_8525.JPG



161.jpg



IMG_8531.JPG



วิหาร วัดจอมทอง ค่ะ


IMG_8948.JPG



IMG_8942.JPG



IMG_8622.JPG



IMG_8944.JPG



IMG_8682.JPG



IMG_8947.JPG



IMG_8576.JPG



พระธาตุจอมทอง ประดิษฐานด้านหลัง วิหาร วัดจอมทอง ภายใน
ประดิษฐานบรรจุพระบรมสารีริกธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า สร้างโดยชาวไทยใหญ่ ตระกูล "แม่เฒ่าหม่อนเงิน" โดยยืมเงินทองในถ้ำ สัญญากับเจ้าที่ว่าถ้าค้าไม้สักได้กำไรดีจะมาสร้างเจดีย์ไว้บนหลังถ้ำนี้ และก็ค้าได้กำไรมากเกินคาดจึงมาก่อสร้างพระเจดีย์ขึ้น ๑ องค์ ประมาณปี พ.ศ.๒๒๐๑ ต่อมาตระกูลไทยใหญ่ชื่อ "พ่อเฒ่าหม่องสลอบปุตตา" สร้างขึ้นอีก ๑ องค์ คู่กันแต่เล็กกว่าเล็กน้อย ประมาณปี พ.ศ.๒๔๓๖ ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของอำเภอแม่สะเรียงปัจจุบันค่ะ


บันทึกของมิรา : http://www.dannipparn.com/forum-36-1.html

Rank: 8Rank: 8

pimnuttapa โพสต์เมื่อ 2013-5-27 23:35 |แสดงโพสต์ทั้งหมด

IMG_8542.JPG



IMG_8615.JPG



ตำนานพระธาตุ ๔ จอม

(จอมมอญ จอมกิตติ จอมทอง จอมแจ้ง)



(แหล่งที่มา : นาคฤทธิ์ รวบรวมชำระสะสาง (๒๕๔๐-๒๕๔๕). (๒๕๔๕, ๑ ตุลาคม). พุทธตำนานพระเจ้าเลียบโลก ฉบับชำระสะสาง (พิมพ์ครั้งที่ ๑). เชียงใหม่: ลานนาการพิมพ์, หน้า ๒๒๐-๒๒๑.)


จะขอกล่าวถึงตำนานพระธาตุ ๔ จอมที่ผู้เฒ่าผู้แก่เล่าสู่กันฟังต่อๆ มา มีแม่เฒ่าหม่อนเหมย วงศ์น้อย อายุ ๘๐ กว่าปี กล่าวว่าคราวที่พระพุทธเจ้าเสด็จมาสู่เมืองยวมนี้ พระองค์ได้ทรงหยุดยืนนิ่ง พร้อมเพ่งมองไปทางทิศเหนือยังดอยลูกหนึ่ง ดอยลูกนั้นจึงได้ชื่อว่า “ดอยจอมมอง” ต่อมายามเกิดภัยสงครามผู้คนจึงนำเงินทองบรรทุกเกวียนมาฝังไว้ในถ้ำมากมายถึง ๓ เกวียน ถ้ากองรวมกันก็เป็นม่อนดอย บางส่วนได้สร้างเจดีย์ครอบไว้ จึงเรียกว่า “ดอยจอมม่อน” กาลต่อมาสมัยสมเด็จพระนเรศวรกวาดต้อนพม่า มอญ ไทยใหญ่ (เงี้ยว) กะเหรี่ยง (ยาง) บัญชาให้ช่างชาวมอญบูรณะพระเจดีย์ขึ้นใหม่ จึงเรียกชื่อว่า “พระธาตุจอมมอญ” มาจนกระทั่งปัจจุบันนี้

ย้อนกล่าวถึงเมื่อพระพุทธองค์เพ่งมองที่ดอยจอมมองแล้วเสด็จต่อไปเอาพระหัตถ์ไปแตะที่ดอยลูกหนึ่งอยู่ทิศตะวันตก กิริยาที่มือแตะหรือจับต้อง ภาษาพื้นเมืองโบราณเรียกว่า “ติ” จึงมีชื่อว่า “ดอยจอมกิตติ” มาจนทุกวันนี้ แล้วพระองค์
ก็ไปประทับพระหัตถบาทไว้ยังดอยอีกลูกหนึ่งอยู่บนถ้ำ (ปัจจุบันเรียกดอยพระบาทกันติดปาก ที่จริงเป็นรอยพระหัตถ์ บางกระแสว่าเป็นพระบาท ช่างไปแต่งกลายเป็นพระหัตถ์ไป เมื่อวิเคราะห์ดูแล้วมีขนาดกว้างคืบกว่า ยาว ๑ ศอก ก็เห็นสมควรจะเป็นพระหัตถ์เสียมากกว่า อยู่ใกล้ดอยจอมทอง)

จากนั้นพระองค์ก็ท่องเที่ยว (ต้องเตียว) ต่อไปยังดอยอีกลูกหนึ่งอยู่ทางทิศตะวันออก จึงมีชื่อเรียกว่า "ดอยจอมท่อง" (จอมต้อง) ต่อมาเพี้ยนเป็น "ดอยจอมทอง" มาจนถึงทุกวันนี้ จากนั้นพระองค์ก็จาริกเดินทางต่อไป มาสว่างยังดอยอีกลูกหนึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองยวมเดิม จึงเรียกว่า "ดอยจอมแจ้ง" มาจนกระทั่งทุกวันนี้  

ต่อมาในยุคของพระฤาษี ประมาณ พ.ศ.๑๐๐๐ กว่า (เข้าใจว่าจะอยู่ในสมัยเดียวกันกับพระฤาษีวาสุเทพแห่งอุจฉุตบรรพต (เขาไร่อ้อยหรือดอยสุเทพ) ส่วนที่เมืองยวมยังมีฤาษี ๔ ตนเป็นพี่น้องกัน ฤาษีผู้พี่พำนักอยู่ดอยจอมกิตติ เก่งทางหมอยา สามารถชุบชีวิตผู้ที่พึ่งตายใหม่ๆ แล้วให้ฟื้นคืนชีพได้ โดยสอนให้ศิษย์ทำการผสมสูตรยาชุบชีวิตไว้เป็นอย่างดีแล้ว ก็กระโจนลงสู่หม้อยาที่กำลังร้อนเดือดอยู่ ร่างฤาษีได้ละลายหายไปในหม้อยานั้น ศิษย์ตกใจเป็นอย่างยิ่งจึงผสมสูตรยาผิดๆ ถูกๆ ด้วยลืมขั้นตอนการใส่ยาชุบชีวิต ทำให้พระฤาษีผู้เป็นอาจารย์ต้องมาจบชีวิตลงในหม้อยานั่น ปัจจุบันยังมีผู้พบยาฤาษีผสมเป็นก้อนหิน เมื่อทุบดูข้างในจะมีผงยาสีขาวบ้าง เหลืองบ้าง สามารถนำมาแช่น้ำเป็นยาวิเศษรักษาโรคภัยไข้เจ็บได้ตามความเชื่อของคนเจ็บป่วยที่รักษาที่อื่นไม่หาย ก็มาหายกับยาฤาษีผสมนี้ก็มี

พระฤาษีองค์รอง พำนักอยู่ดอยจอมทอง เก่งทางเล่นแร่แปรธาตุ สามารถซัดตะกั่วให้กลายเป็นทองคำก็ได้ พระฤาษีผู้น้องอีกตนหนึ่งพำนักอยู่ดอยจอมแจ้ง เก่งทางวิชาอาคมไสยเวทย์ทุกประการ พระฤาษีผู้น้องสุดท้องพำนักอยู่ดอยจอมมอญ เก่งทางเรียกฝนเรียกลม สำเร็จกสิณน้ำกสิณลม บันดาลให้มีน้ำหรือให้บังเกิดเป็นน้ำบ่อทิพย์ขึ้นบนเขาที่แห้งแล้งก็ได้ (มีผู้พบบ่อน้ำทิพย์บนเขาดอยจอมมอญ ๒ รายให้ดื่มกินได้ เมื่อพาผู้อื่นไปเอากลับหายไปหาไม่พบ ปัจจุบันเจาะบ่อบาดาล น้ำใต้ดินได้ไหลพุ่งขึ้นมาเอง ไม่ต้องใช้เครื่องสูบน้ำ พระฤาษีผู้นี้อาจบันดาลให้มีน้ำอุดมสมบูรณ์เป็นน้ำบ่อทิพย์ใช้เป็นประโยชน์ได้ทั้งวัดเลยทีเดียว)

พระฤาษีทั้งสี่พี่น้องนี้ยังได้สร้างเจดีย์สำเร็จด้วยหินอยู่บนเขาทั้งสี่จอมไว้เป็นที่สักการบูชาของสาธุชนอีกด้วยและมีอาจารย์ของฤาษีเป็นอาจารย์ใหญ่ที่ถ่ายทอดวิชาต่างๆ ให้ฤาษีทั้ง ๔ ตนนี้ ท่านพำนักอยู่ถ้ำเหง้า (หรืออาจเป็นถ้ำพระเจ้า ซึ่งอยู่ในป่าทางทิศเหนือที่พบรอยพระพุทธบาทนั้นก็ได้) เมื่อหมดยุคของพระฤาษีแล้วก็รกร้างเสื่อมโทรมไปตามกาลเวลาและหนีภัยสงครามกันด้วย

กาลต่อมาถือเอาบุพพนิมิตที่พระพุทธเจ้าเสด็จมาโปรดชาวเมืองยวมพยากรณ์จอมดอยสี่แห่ง จึงได้สร้างพระธาตุเจดีย์ขึ้น ๔ มุมเมือง โดยที่ชาวอำเภอแม่สะเรียงเป็นอำเภอชายแดนติดเขตพม่า แต่ก่อนเคยเป็นถิ่นฐานอาศัยของชนเผ่าลัวะ (ละว้า) ยาง (กะเหรี่ยง) ต่อมามีชนพื้นเมืองพม่า ไทยใหญ่ (เงี้ยว) มอญ (เม็ง) อพยพมาอาศัยอยู่ด้วย เพื่อความสมานสามัคคีกันในหมู่คณะ ต่างก็ถึงซึ่งพระรัตนตรัยเป็นสรณะที่พึ่ง จึงปรึกษาหารือกันให้ชาวมอญสร้าง “พระธาตุจอมมอญ” ไว้เป็นที่กราบไหว้สักการบูชา ประมาณปี พ.ศ.๒๑๔๓ (สมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช) ชาวพม่าสร้าง “พระธาตุจอมกิตติ” ไว้สักการบูชา ชาวไทยใหญ่ (เงี้ยว) สร้าง “พระธาตุจอมทอง” ไว้สักการบูชา ประมาณปี พ.ศ.๒๒๐๑ ชาวพื้นเมืองได้ช่วยกันสร้าง "พระธาตุจอมแจ้ง" ประมาณปี พ.ศ.๒๔๕๗ ไว้สักการบูชา


พระธาตุ ๔ มุมเมืองทุกแห่งได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุจากประเทศพม่ามาบรรจุไว้ในพระเจดีย์อีกด้วย และปรากฏเหตุการณ์อัศจรรย์คือ มีแสงพระธาตุเสด็จลอยไปมาหาสู่กันระหว่างพระธาตุ ๔ จอมนี้อยู่เสมอในคืนวันพระและวันสำคัญในทางพระพุทธศาสนา

ผู้เฒ่าผู้แก่ได้เล่าสืบๆ กันมา ผูกเป็นคำกลอนพูดติดปากกันว่า “จอมมอญ มาจอมมะติ มาต้องที่นี่และมาแจ้งที่นี่” ก็คือพระธาตุจอมมอญ จอมกิตติ จอมทอง และจอมแจ้ง นั่นเอง ผู้เฒ่ากล่าวว่าพุทธองค์ได้พยากรณ์ไว้ว่า “หากพระธาตุ ๔ จอมนี้เจริญรุ่งเรืองขึ้นมาเมื่อใด ชาวเมืองยวมและพุทธศาสนาจะมีความเจริญรุ่งเรืองถึงที่สุด จะได้อยู่เย็นเป็นสุขทุกถ้วนหน้ากัน” ปัจจุบันพระธาตุ ๓ แห่งได้บูรณปฏิสังขรณ์มีความเจริญรุ่งเรืองตามลำดับ ยังคงค้างพระธาตุจอมกิตติที่ยังไม่ค่อยเจริญเท่าใดนัก ถึงกระนั้นอำเภอแม่สะเรียงก็มีความเจริญรุ่งเรืองขึ้นกว่าเก่ามาก นับว่าเจริญเป็นอันดับ ๒ รองจากอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอนเลยทีเดียว


ดังนั้นพระธาตุ ๔ จอม จึงถือเป็น "พระธาตุคู่บ้านคู่เมือง" แม่สะเรียง สมดั่งคำขวัญของอำเภอแม่สะเรียง

                                           .....ผ้าทอกะเหรี่ยง              เสนาะเสียงสาละวิน
                                              งามถิ่นธรรมชาติ                พระธาตุสี่จอม
                                                           ดอกไม้หอมเอื้องแซะ        
                                           แวะบูชารอยพระหัตถ์         พระบาทเมืองยวม.....(ผู้เรียบเรียง)


บันทึกของมิรา : http://www.dannipparn.com/forum-36-1.html

Rank: 8Rank: 8

pimnuttapa โพสต์เมื่อ 2013-5-27 23:42 |แสดงโพสต์ทั้งหมด

IMG_8570.JPG



IMG_8664.JPG



164.jpg



ประวัติวัดพระธาตุจอมทอง



(แหล่งที่มา : ป้ายประวัติวัดพระธาตุจอมทอง)


ดอยจอมทอง เป็นภูเขาสูงต่อกันเป็นเทือก อยู่ทางทิศตะวันออกของตลาดแม่สะเรียง ระยะทางจากตลาดไปประมาณ ๒ กิโลเมตร ที่บนเขามีถ้ำอยู่ ๑ ถ้ำ ตามประวัติถ้ำแห่งนี้มีสมบัติมากมายเป็นต้นว่า เงิน ถ้วยโถ โอง ชาม ฆ้อง กลอง ของโบราณ โดยมีเทพเจ้าอยู่เฝ้ารักษา เวลานี้มีหินใหญ่มาปิดปากถ้ำนี้ไว้ ปิดไว้เมื่อใด ใครเป็นผู้ปิด ไม่มีใครทราบ เพียงแต่สันนิษฐานว่าเทพเจ้าที่เฝ้าอยู่ปากถ้ำปิดเอง เพราะมีคนไปยืมของแล้วไม่คืน

ในสมัยนั้นมีพ่อค้าไม้ ซึ่งเป็นคนไทยจำนวน ๒ คน มีชื่อว่าอย่างไรไม่ปรากฏ เพียงแต่ว่า ๑ ในนั้นเป็นสามีของแม่เฒ่าหม่อนเงิน (แม่เฒ่าหม่อนเงินมีอายุถึง ๑๓๕ ปี) ได้พบทรัพย์ในถ้ำ จึงได้ขอยืมเงินจากเทพเจ้านำไปลงทุนทำไม้สักเอาไปขายที่ประเทศพม่า โดยให้คำมั่นสัญญากับเทพเจ้าไว้ว่า ไม้สักที่นำเอาไปถึงประเทศพม่าได้กำไรดีก็จะสร้างเจดีย์ไว้บนหลังถ้ำ โดยโชคบุญบารมีของคนไทยทั้งสองคนนี้ การทำไม้สักไปขายได้กำไรมาตามที่คาดเอาไว้ เดินทางกลับถึงบ้านเมืองก็ไม่ผิดสัญญาที่ให้ไว้ต่อเทพเจ้า ในปี พ.ศ.๒๒๐๑ จึงก่อสร้างเจดีย์ขึ้น ๑ องค์ พร้อมทั้งอัญเชิญพระบรมธาตุ จากประเทศพม่า ขึ้นมาบรรจุเอาไว้อีกด้วย และได้พัฒนาเป็นวัดในปี พ.ศ.๒๒๕๖ ตั้งชื่อว่า “วัดจอมทอง” ตราบทุกวันนี้

ต่อมาในปี พ.ศ.๒๔๓๖ ก็มีคนไทยใหญ่ชื่อ “ตะก่าสลอบปุตตา กับภรรยาชื่อ นางสุก” พร้อมด้วยลูกทุกคนได้สร้างเจดีย์ขึ้นอีก ๑ องค์ คู่กับองค์ใหญ่ แต่องค์เล็กกว่าเล็กน้อย มีระฆังทองเหลืองใบใหญ่ ๑ ใบ มีเส้นผ่าศูนย์กลาง ๑.๐๐ เมตร รอบวงมี ๑.๕๐ เมตร จารึกไว้ตัวหนังสือไทยใหญ่รอบตัวระฆังถัดมาเป็นตัวหนังสือเมืองเหนือ มีข้อความบางตอนบอกไว้ว่า “ศรัทธาตะก่าสลอบปุตตาภรรยาชื่อ นางสุกพร้อมด้วยลูก สร้างถวายเมื่อปีจุลศักราช ๑๒๕๕ ตั๋วปีก๊าไส้ เดือนยี่ดับ ๔ ค่ำ) สร้างวิหาร ๑ หลัง โฮง ๑ หลัง" (วิหารคืออุโบสถ โฮงคือกุฏิ)

ต่อมาในปี พ.ศ.๒๕๑๒ ครูบาศรีทม มอบหมายให้ พระอินสม สุวีโร ทำการบูรณปฏิสังขรณ์วัดจนพัฒนามาจนถึงปัจจุบัน ปัจจุบัน (๒๕๕๖) มีครูบาอินสม สุวีโร เป็นเจ้าอาวาสวัดจอมทอง และได้พระราชทานเป็น พระครูสุวีธรรมานุยุต ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอสบเมย



บันทึกของมิรา : http://www.dannipparn.com/forum-36-1.html

Rank: 8Rank: 8

pimnuttapa โพสต์เมื่อ 2013-5-27 23:49 |แสดงโพสต์ทั้งหมด

IMG_8559.JPG



IMG_8639.JPG



พระธาตุจอมทององค์ใหญ่ วัดจอมทอง ค่ะ


IMG_8669.JPG



IMG_8638.JPG



พระธาตุจอมทององค์เล็ก วัดจอมทอง
ค่ะ


IMG_8659.JPG


จุดธูปเทียน ถวายดอกไม้ ลูกแก้วจักรพรรดิ เป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา และขอโมทนาบุญกับผู้สร้าง ผู้บูรณะ หรือผู้ที่เกี่ยวข้องในบุญกุศล ณ สถานที่แห่งนี้ทั้งหมดทั้งมวลตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและอนาคต และตั้งจิตอธิษฐานเพื่อให้ ณ สถานที่แห่งนี้เป็นที่ตั้งอยู่คู่กับพระพุทธศาสนาสืบต่อไปจน ๕๐๐๐ ปี ค่ะ สาธุ สาธุ


IMG_8548.JPG



เดี๋ยวเรามากราบนมัสการพระธาตุจอมทอง วัดจอมทอง พร้อมกันเลยนะคะ

(กล่าวนะโม ๓ จบ) อะหัง วันทามิ ธาตุโย อะหัง วันทามิ สัพพะโส พุทธัง ธัมมัง สังฆัง เอวัง ธาตุโย จัดตารี สะสะมา ทันตะ เกสา โลมา นะขา ตะจะ อะหัง วันทามิ ธาตุโย

ข้าพเจ้าขอถึงซึ่งพระพุทธ พระธรรม และพระอริยสงฆ์เป็นที่พึ่ง ข้าพเจ้าขอกราบนอบน้อมบูชาพระคุณขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงเสียสละสั่งสมบารมีนับชาติมิถ้วน ตรัสรู้พระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ ประกาศธรรมนำเวไนยสัตว์ออกจากสังสารวัฏ พร้อมกราบพระธรรม และพระอริยสงฆ์ ขอตั้งสัจจะอธิษฐานด้วยอานิสงส์ผลแห่งบุญนี้ จงเป็นปัจจัยให้ได้ถึงซึ่งพระนิพพาน แม้ต้องเกิดในทิพย์จุติใดๆ ขอเกิดภายใต้ร่มเงาพระพุทธศาสนา ได้พบสัตบุรุษผู้รู้ธรรมอันประเสริฐมีกรรมสัมพันธ์ที่ดี ได้เกิดท่ามกลางกัลยาณมิตร ห่างไกลจากพาล มีโอกาสฟังธรรมประพฤติธรรม จนเป็นปัจจัยให้เจริญด้วยสติและปัญญาญาณ ตามส่งชาตินี้และชาติต่อๆไป จนถึงพระนิพพานในกาลอันควรเทอญ กรรมใดๆ ที่ล่วงเกินต่อพระพุทธ พระธรรม พระอริยสงฆ์ และสรรพสัตว์ทั้งหลายในอดีตชาติก็ตามปัจจุบันชาติก็ตาม กราบขออโหสิกรรมทั้งหมดทั้งสิ้น ขออุทิศกุศลผลบุญให้แต่ท่านผู้มีพระคุณ ญาติพี่น้อง เจ้ากรรมนายเวร ตลอดจนท่านที่ขวนขวายในกิจที่ชอบในการดำรงรักษาไว้ซึ่งประเทศชาติ พระพุทธศาสนา และองค์พระมหากษัตริย์ทั้งที่เป็นมนุษย์และอมนุษย์ ขอให้ท่านทั้งหลายดังกล่าวนามมานั้นจงประสบแต่ความดี ปราศจากความทุกข์และมีความสุขฯ ทั่วกันทุกท่านเทอญ


บันทึกของมิรา : http://www.dannipparn.com/forum-36-1.html

Rank: 8Rank: 8

pimnuttapa โพสต์เมื่อ 2013-5-27 23:57 |แสดงโพสต์ทั้งหมด

IMG_8956.JPG



IMG_8689.JPG



ต้นโพธิ์และพระพุทธรูป อยู่บริเวณด้านหน้า วิหาร วัดจอมทอง ค่ะ



IMG_8938.JPG



หอเสื้อวัด วัดจอมทอง ค่ะ



IMG_8700.JPG



IMG_8973.JPG



เดี๋ยวเราจะไปกราบนมัสการพระพุทธรัตนมิ่งมงคล (หลวงพ่อโต)
ประดิษฐานบนดอยจอมทอง วัดจอมทอง ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในจังหวัดแม่ฮ่องสอนกันต่อนะคะ


IMG_8744.JPG



IMG_8756.JPG



IMG_8789.JPG



บันไดนาคทางขึ้นนมัสการพระพุทธรัตนมิ่งมงคล (หลวงพ่อโต) วัดจอมทอง ค่ะ



บันทึกของมิรา : http://www.dannipparn.com/forum-36-1.html

Rank: 8Rank: 8

pimnuttapa โพสต์เมื่อ 2013-5-28 00:19 |แสดงโพสต์ทั้งหมด

IMG_8837.JPG



IMG_8830.JPG



IMG_8861.JPG



IMG_8885.JPG



IMG_8908.JPG



IMG_8869.JPG



IMG_8889.JPG



IMG_8870.JPG



พระพุทธรัตนมิ่งมงคล (หลวงพ่อโต) วัดจอมทอง ค่ะ


คาถาบูชาพระพุทธรัตนมิ่งมงคล (หลวงพ่อโต)
(กล่าวนะโม ๓ จบ)  โอม ศรี ศรี พรหมรังสี นามะเตโช มหาสัมมะโณ มหาปัญโญ มหาลาโภ มหายะโส สัพพะสิทธิ ภะวันตุ เต นะโม โพธิสัตโต พรหมรังสี


IMG_8799.JPG



IMG_8820.JPG



ประวัติการสร้างพระพุทธรัตนมิ่งมงคล (หลวงพ่อโต)



พระพุทธรัตนมิ่งมงคล (หลวงพ่อโต) สร้างเมื่อปี พ.ศ.๒๕๓๒ เป็นพระพุทธรูปก่ออิฐถือปูน สูง ๑๕ เมตร หน้าตักกว้าง ๑๐ เมตร เป็นพระพุทธรูปที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในจังหวัดแม่ฮ่องสอน มูลเหตุที่สร้าง เนื่องจากท่านเจ้าอาวาสก่อนที่จะสร้างองค์พระพุทธรูปนี้มีผู้เห็นแสงสว่างขึ้นตรงจุดนี้ ท่านจึงได้สร้างองค์พระใหญ่เอาไว้ เพื่อจะได้ไม่มีใครไปเดินข้ามให้เป็นโทษ อาจจะมีพระบรมธาตุฝังอยู่บนดอยนานแล้ว


บันทึกของมิรา : http://www.dannipparn.com/forum-36-1.html

Rank: 8Rank: 8

pimnuttapa โพสต์เมื่อ 2013-5-28 00:24 |แสดงโพสต์ทั้งหมด

IMG_8814.JPG



IMG_8846.JPG



IMG_8824.JPG



พระพุทธรูป ๒ องค์ ประดิษฐานด้านหน้า พระพุทธรัตนมิ่งมงคล (หลวงพ่อโต) วัดจอมทอง ค่ะ


IMG_8777.JPG


IMG_8779.JPG



IMG_8911.JPG



วิวทิวทัศน์มองจากบนดอยจอมทอง ลาน
พระพุทธรัตนมิ่งมงคล (หลวงพ่อโต) วัดจอมทอง สามารถมองเห็นเมืองแม่สะเรียงและพระธาตุจอมกิตติค่ะ


IMG_8811.JPG



ศาลาพระประจำวันเกิด วัดจอมทอง ค่ะ  



IMG_8717.JPG



อุโบสถ วัดจอมทอง ค่ะ


บันทึกของมิรา : http://www.dannipparn.com/forum-36-1.html

Rank: 8Rank: 8

pimnuttapa โพสต์เมื่อ 2013-5-28 00:34 |แสดงโพสต์ทั้งหมด

IMG_8725.JPG



IMG_8728.JPG



IMG_8732.JPG



ศาลาสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังษี และ ครูบาผาผ่า
วัดจอมทอง ค่ะ


IMG_8747.JPG



รูปเหมือนสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังษี วัดจอมทอง ค่ะ


คำไหว้สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังษี
(กล่าวนะโม ๓ จบ)  นะโม โพธิสัตโต พรหมรังษี  (๓ ครั้ง)


IMG_8748.JPG



รูปเหมือนพระครูปัญญา  วรวัต (ครูบาผาผ่า) วัดจอมทอง จัดสร้างโดย พระครูสุวีร ธรรมานุยุต เจ้าคณะอำเภอสบเมย  แม่ชีกุณฑี สมบูรณ์ สร้างถวาย วัดจอมทอง วันที่ ๕ มีนาคม พ.ศ.๒๕๓๘ ค่ะ



บันทึกของมิรา : http://www.dannipparn.com/forum-36-1.html

สมาชิกที่เพิ่งอ่านหัวข้อนี้

คุณต้องเข้าสู่ระบบก่อนจึงจะสามารถตอบกลับ เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก

แดนนิพพาน ดอท คอม

GMT+7, 2021-1-19 13:06 , Processed in 0.122723 second(s), 16 queries .

Powered by Discuz! X1.5

© 2001-2010 Comsenz Inc. Thai Language by DiscuzThai! Team.