แดนนิพพาน "โมทนาทุกดวงจิตถึงซึ่งแดนนิพพาน"

 

   

ค้นหา
ดู: 6574|ตอบ: 11
go

วัดจอมทอง บ.ทุ่งพร้าว ม.๔ ต.แม่สะเรียง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน

Rank: 8Rank: 8

pimnuttapa โพสต์เมื่อ 2013-5-27 23:22 |แสดงโพสต์ทั้งหมด

IMG_8939.JPG



วัดจอมทอง

บ.ทุ่งพร้าว ม.๔ ต.แม่สะเรียง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน

[พระบรมธาตุเจดีย์]

----------------------


(แก้ไขข้อมูลล่าสุด : 31 ก.ค. 2564)


บันทึกของมิรา : http://www.dannipparn.com/forum-36-1.html

Rank: 8Rank: 8

pimnuttapa โพสต์เมื่อ 2013-5-27 23:23 |แสดงโพสต์ทั้งหมด

IMG_9257.JPG



IMG_8513.JPG



IMG_8516.JPG



การเดินทางไปวัดจอมทอง วัดจอมทอง ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของอำเภอแม่สะเรียง หมู่ที่ ๔ บ้านทุ่งพร้าว ตำบลแม่สะเรียง อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ห่างจากอำเภอแม่สะเรียง ๑ กิโลเมตร


ขับรถไปทางเข้าเมืองอำเภอแม่สะเรียง ใกล้กับพิพิธภัณฑ์อำเภอแม่สะเรียง ซึ่งอยู่ติดริมถนนเส้นทางหลวงหมายเลข ๑๐๘ (เชียงใหม่–แม่สะเรียง–แม่ฮ่องสอน) จะมีทางแยกซ้ายเข้าสู่อำเภอแม่สะเรียง ขับรถไปทางแยกไปวัดจอมทอง (เส้นทางแม่สะเรียง-สบเมย) อยู่ติดกับวัดจอมแจ้ง ลงไปได้ประมาณ ๕๐๐ เมตร เลี้ยวเข้าถนนรพช มส.๔๐๗๕ (ทุ่งพร้าว–ป่ากล้วย)


IMG_8519.JPG



IMG_8521.JPG



IMG_8522.JPG



ป้ายชื่อ และ ซุ้มประตูทางเข้า วัดจอมทอง


158.jpg


IMG_8697.JPG



ถนนทางขึ้นโดยรถ วัดจอมทอง



บันทึกของมิรา : http://www.dannipparn.com/forum-36-1.html

Rank: 8Rank: 8

pimnuttapa โพสต์เมื่อ 2013-5-27 23:31 |แสดงโพสต์ทั้งหมด

IMG_8525.JPG


IMG_8530.JPG



161.jpg



วิหาร วัดจอมทอง


162.jpg


พระบรมธาตุเจดีย์ (พระธาตุจอมทอง) ประดิษฐานด้านหลัง วิหาร วัดจอมทอง


IMG_8942.JPG


IMG_8954.JPG



IMG_8622.JPG



พระบรมธาตุเจดีย์ (พระธาตุจอมทอง) วัดจอมทอง
ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า สร้างโดยชาวไทยใหญ่ ตระกูล "แม่เฒ่าหม่อนเงิน" โดยยืมเงินทองในถ้ำ สัญญากับเจ้าที่ว่าถ้าค้าไม้สักได้กำไรดีจะมาสร้างเจดีย์ไว้บนหลังถ้ำนี้ และก็ค้าได้กำไรมากเกินคาด จึงมาก่อสร้างพระเจดีย์ขึ้น ๑ องค์ ในปี พ.ศ.๒๒๐๑ ต่อมาตระกูลไทยใหญ่ชื่อ "พ่อเฒ่าหม่องสลอบปุตตา" สร้างขึ้นอีก ๑ องค์ คู่กัน แต่เล็กกว่าเล็กน้อย ในปี พ.ศ.๒๔๓๖ ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของอำเภอแม่สะเรียงปัจจุบัน


บันทึกของมิรา : http://www.dannipparn.com/forum-36-1.html

Rank: 8Rank: 8

pimnuttapa โพสต์เมื่อ 2013-5-27 23:35 |แสดงโพสต์ทั้งหมด

IMG_8948.JPG



IMG_8944.JPG



IMG_8535.JPG



IMG_8542.JPG



IMG_8631.JPG



IMG_8682.JPG



พระบรมธาตุเจดีย์องค์ใหญ่ วัดจอมทอง สร้างโดยชาวไทยใหญ่ ตระกูล "แม่เฒ่าหม่อนเงิน" ในปี พ.ศ.๒๒๐๑



IMG_8947.JPG



IMG_8946.JPG



IMG_8576.JPG



IMG_8610.JPG



IMG_8615.JPG


IMG_8655.JPG



พระบรมธาตุเจดีย์องค์เล็ก วัดจอมทอง สร้างโดยชาวไทยใหญ่ ตระกูล "พ่อเฒ่าหม่องสลอบปุตตา" ในปี พ.ศ.๒๔๓๖


IMG_8636.JPG



พระพุทธรูป ประดิษฐานภายใน ซุ้มจระนำทั้งสี่ด้าน พระบรมธาตุเจดีย์องค์เล็ก วัดจอมทอง


164.jpg



คาถาบูชาพระบรมธาตุจอมทอง วัดจอมทอง
(ว่านะโม ๓ จบ) อะหัง วันทามิ ธาตุโย อะหัง วันทามิ สัพพะโส พุทธัง ธัมมัง สังฆัง เอวัง ธาตุโย จัตตารี สะสะมา ทันตะ เกสา โลมา นะขา ตะจะ อะหัง วันทามิ ธาตุโย


บันทึกของมิรา : http://www.dannipparn.com/forum-36-1.html

Rank: 8Rank: 8

pimnuttapa โพสต์เมื่อ 2013-5-27 23:42 |แสดงโพสต์ทั้งหมด

IMG_8667.JPG



ตำนานพระธาตุ ๔ จอม

(จอมมอญ จอมกิตติ จอมทอง จอมแจ้ง)



ตำนานพระธาตุ ๔ จอม ที่ผู้เฒ่าผู้แก่เล่าสู่กันฟังต่อๆ มา มีแม่เฒ่าหม่อนเหมย วงค์น้อย อายุ ๘๐ กว่าปี กล่าวว่า คราวที่พระพุทธเจ้าเสด็จมาสู่เมืองยวมนี้ พระองค์ได้ทรงหยุดยืนนิ่ง พร้อมเพ่งมองไปทางทิศเหนือยังดอยลูกหนึ่ง ดอยลูกนั้นจึงได้ชื่อว่า “ดอยจอมมอง” ต่อมายามเกิดภัยสงครามผู้คนจึงนำเงินทองบรรทุกเกวียนมาฝังไว้ในถ้ำมากมายถึง ๓ เกวียน ถ้ากองรวมกันก็เป็นม่อนดอย บางส่วนได้สร้างเจดีย์ครอบไว้ จึงเรียกว่า “ดอยจอมม่อน” กาลต่อมาสมัยสมเด็จพระนเรศวรกวาดต้อนพม่า มอญ ไทยใหญ่ (เงี้ยว) กะเหรี่ยง (ยาง) บัญชาให้ช่างชาวมอญบูรณะพระเจดีย์ขึ้นใหม่ จึงเรียกชื่อว่า “พระธาตุจอมมอญ” มาจนกระทั่งปัจจุบันนี้

ย้อนกล่าวถึงเมื่อพระพุทธองค์เพ่งมองที่ดอยจอมมองแล้ว เสด็จต่อไปเอาพระหัตถ์ไปแตะที่ดอยลูกหนึ่งอยู่ทิศตะวันตก กิริยาที่มือแตะหรือจับต้อง ภาษาพื้นเมืองโบราณเรียกว่า “ติ” จึงมีชื่อว่า “ดอยจอมกิตติ” มาจนทุกวันนี้ แล้วพระองค์
ก็ไปประทับพระหัตถบาทไว้ยังดอยอีกลูกหนึ่งอยู่บนถ้ำ (ปัจจุบันเรียกดอยพระบาทกันติดปาก ที่จริงเป็นรอยพระหัตถ์ บางกระแสว่าเป็นพระบาท ช่างไปแต่งกลายเป็นพระหัตถ์ไป เมื่อวิเคราะห์ดูแล้วมีขนาดกว้างคืบกว่า ยาว ๑ ศอก ก็เห็นสมควรจะเป็นพระหัตถ์เสียมากกว่า อยู่ใกล้ดอยจอมทอง)

จากนั้นพระองค์ก็ท่องเที่ยว (ต้องเตียว) ต่อไปยังดอยอีกลูกหนึ่งอยู่ทางทิศตะวันออก จึงมีชื่อเรียกว่า "ดอยจอมท่อง" (จอมต้อง) ต่อมาเพี้ยนเป็น "ดอยจอมทอง" มาจนถึงทุกวันนี้ จากนั้นพระองค์ก็จาริกเดินทางต่อไป มาสว่างยังดอยอีกลูกหนึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองยวมเดิม จึงเรียกว่า "ดอยจอมแจ้ง" มาจนกระทั่งทุกวันนี้  

ต่อมาในยุคของพระฤาษี ประมาณ พ.ศ.๑๐๐๐ กว่า (เข้าใจว่าจะอยู่ในสมัยเดียวกันกับพระฤาษีวาสุเทพแห่งอุจฉุตบรรพต (เขาไร่อ้อยหรือดอยสุเทพ) ส่วนที่เมืองยวมยังมีฤาษี ๔ ตนเป็นพี่น้องกัน ฤาษีผู้พี่พำนักอยู่ดอยจอมกิตติ เก่งทางหมอยา สามารถชุบชีวิตผู้ที่พึ่งตายใหม่ๆ แล้วให้ฟื้นคืนชีพได้ โดยสอนให้ศิษย์ทำการผสมสูตรยาชุบชีวิตไว้เป็นอย่างดีแล้ว ก็กระโจนลงสู่หม้อยาที่กำลังร้อนเดือดอยู่ ร่างฤาษีได้ละลายหายไปในหม้อยานั้น ศิษย์ตกใจเป็นอย่างยิ่งจึงผสมสูตรยาผิดๆ ถูกๆ ด้วยลืมขั้นตอนการใส่ยาชุบชีวิต ทำให้พระฤาษีผู้เป็นอาจารย์ต้องมาจบชีวิตลงในหม้อยานั่น ปัจจุบันยังมีผู้พบยาฤาษีผสมเป็นก้อนหิน เมื่อทุบดูข้างในจะมีผงยาสีขาวบ้าง เหลืองบ้าง สามารถนำมาแช่น้ำเป็นยาวิเศษรักษาโรคภัยไข้เจ็บได้ตามความเชื่อของคนเจ็บป่วยที่รักษาที่อื่นไม่หาย ก็มาหายกับยาฤาษีผสมนี้ก็มี

พระฤาษีองค์รอง พำนักอยู่ดอยจอมทอง เก่งทางเล่นแร่แปรธาตุ สามารถซัดตะกั่วให้กลายเป็นทองคำก็ได้ พระฤาษีผู้น้องอีกตนหนึ่งพำนักอยู่ดอยจอมแจ้ง เก่งทางวิชาอาคมไสยเวทย์ทุกประการ พระฤาษีผู้น้องสุดท้องพำนักอยู่ดอยจอมมอญ เก่งทางเรียกฝนเรียกลม สำเร็จกสิณน้ำกสิณลม บันดาลให้มีน้ำหรือให้บังเกิดเป็นน้ำบ่อทิพย์ขึ้นบนเขาที่แห้งแล้งก็ได้ (มีผู้พบบ่อน้ำทิพย์บนเขาดอยจอมมอญ ๒ รายให้ดื่มกินได้ เมื่อพาผู้อื่นไปเอากลับหายไปหาไม่พบ ปัจจุบันเจาะบ่อบาดาล น้ำใต้ดินได้ไหลพุ่งขึ้นมาเอง ไม่ต้องใช้เครื่องสูบน้ำ พระฤาษีผู้นี้อาจบันดาลให้มีน้ำอุดมสมบูรณ์เป็นน้ำบ่อทิพย์ใช้เป็นประโยชน์ได้ทั้งวัดเลยทีเดียว)

พระฤาษีทั้งสี่พี่น้องนี้ยังได้สร้างเจดีย์สำเร็จด้วยหินอยู่บนเขาทั้งสี่จอมไว้เป็นที่สักการบูชาของสาธุชนอีกด้วย และมีอาจารย์ของฤาษีเป็นอาจารย์ใหญ่ที่ถ่ายทอดวิชาต่างๆ ให้ฤาษีทั้ง ๔ ตนนี้ ท่านพำนักอยู่ถ้ำเหง้า (หรืออาจเป็นถ้ำพระเจ้า ซึ่งอยู่ในป่าทางทิศเหนือที่พบรอยพระพุทธบาทนั้นก็ได้) เมื่อหมดยุคของพระฤาษีแล้ว ก็รกร้างเสื่อมโทรมไปตามกาลเวลาและหนีภัยสงครามกันด้วย

กาลต่อมาถือเอาบุพพนิมิตที่พระพุทธเจ้าเสด็จมาโปรดชาวเมืองยวมพยากรณ์จอมดอยสี่แห่ง จึงได้สร้างพระธาตุเจดีย์ขึ้น ๔ มุมเมือง โดยที่ชาวอำเภอแม่สะเรียงเป็นอำเภอชายแดนติดเขตพม่า แต่ก่อนเคยเป็นถิ่นฐานอาศัยของชนเผ่าลัวะ (ละว้า) ยาง (กะเหรี่ยง) ต่อมามีชนพื้นเมืองพม่า ไทยใหญ่ (เงี้ยว) มอญ (เม็ง) อพยพมาอาศัยอยู่ด้วย เพื่อความสมานสามัคคีกันในหมู่คณะ ต่างก็ถึงซึ่งพระรัตนตรัยเป็นสรณะที่พึ่ง จึงปรึกษาหารือกันให้ชาวมอญสร้าง “พระธาตุจอมมอญ” ไว้เป็นที่กราบไหว้สักการบูชา ประมาณปี พ.ศ.๒๑๔๓ (สมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช) ชาวพม่าสร้าง “พระธาตุจอมกิตติ” ไว้สักการบูชา ชาวไทยใหญ่ (เงี้ยว) สร้าง “พระธาตุจอมทอง” ไว้สักการบูชา ประมาณปี พ.ศ.๒๒๐๑ ชาวพื้นเมืองได้ช่วยกันสร้าง "พระธาตุจอมแจ้ง" ประมาณปี พ.ศ.๒๔๕๗ ไว้สักการบูชา


พระธาตุ ๔ มุมเมืองทุกแห่ง ได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุจากประเทศพม่ามาบรรจุไว้ในพระเจดีย์อีกด้วย และปรากฏเหตุการณ์อัศจรรย์คือ มีแสงพระธาตุเสด็จลอยไปมาหาสู่กันระหว่างพระธาตุ ๔ จอมนี้อยู่เสมอ ในคืนวันพระและวันสำคัญในทางพระพุทธศาสนา

ผู้เฒ่าผู้แก่ได้เล่าสืบๆ กันมา ผูกเป็นคำกลอนพูดติดปากกันว่า “จอมมอญ มาจอมมะติ มาต้องที่นี่ และมาแจ้งที่นี่” ก็คือ พระธาตุจอมมอญ จอมกิตติ จอมทอง และจอมแจ้ง นั่นเอง ผู้เฒ่ากล่าวว่า พุทธองค์ได้พยากรณ์ไว้ว่า “หากพระธาตุ ๔ จอมนี้เจริญรุ่งเรืองขึ้นมาเมื่อใด ชาวเมืองยวมและพุทธศาสนาจะมีความเจริญรุ่งเรืองถึงที่สุด จะได้อยู่เย็นเป็นสุขทุกถ้วนหน้ากัน” ปัจจุบันพระธาตุ ๓ แห่ง ได้บูรณปฏิสังขรณ์มีความเจริญรุ่งเรืองตามลำดับ ยังคงค้างพระธาตุจอมกิตติที่ยังไม่ค่อยเจริญเท่าใดนัก ถึงกระนั้นอำเภอแม่สะเรียงก็มีความเจริญรุ่งเรืองขึ้นกว่าเก่ามาก นับว่าเจริญเป็นอันดับ ๒ รองจากอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอนเลยทีเดียว


ดังนั้นพระธาตุ ๔ จอม จึงถือเป็น "พระธาตุคู่บ้านคู่เมือง" แม่สะเรียง สมดั่งคำขวัญของอำเภอแม่สะเรียงว่า

.....ผ้าทอกะเหรี่ยง             เสนาะเสียงสาละวิน
งามถิ่นธรรมชาติ                พระธาตุสี่จอม
ดอกไม้หอมเอื้องแซะ        
แวะบูชารอยพระหัตถ์          พระบาทเมืองยวม.....(ผู้เรียบเรียง)

----------------------


(แหล่งที่มา : นาคฤทธิ์ รวบรวมชำระสะสาง (๒๕๔๐-๒๕๔๕). (๒๕๔๕, ตุลาคม). พุทธตำนานพระเจ้าเลียบโลก ฉบับชำระสะสาง (พิมพ์ครั้งที่ ๑). เชียงใหม่: ลานนาการพิมพ์, หน้า ๒๒๐-๒๒๑.)



IMG_8570.JPG



ประวัติพระธาตุจอมทอง วัดจอมทอง



ดอยจอมทอง เป็นภูเขาสูงต่อกันเป็นเทือก อยู่ทางทิศตะวันออกของตลาดแม่สะเรียง ระยะทางจากตลาดไปประมาณ ๒ กิโลเมตร ที่บนเขามีถ้ำอยู่ ๑ ถ้ำ ตามประวัติถ้ำแห่งนี้มีสมบัติมากมายเป็นต้นว่า เงิน ถ้วยโถ โอ่ง ชาม ฆ้อง กลอง ของโบราณ โดยมีเทพเจ้าอยู่เฝ้ารักษา เวลานี้มีหินใหญ่มาปิดปากถ้ำนี้ไว้ ปิดไว้เมื่อใด ใครเป็นผู้ปิด ไม่มีใครทราบ เพียงแต่สันนิษฐานว่าเทพเจ้าที่เฝ้าอยู่ปากถ้ำปิดเอง เพราะมีคนไปยืมของแล้วไม่คืน

ในสมัยนั้นมีพ่อค้าไม้ ซึ่งเป็นคนไทยจำนวน ๒ คน มีชื่อว่าอย่างไรไม่ปรากฏ เพียงแต่ว่า ๑ ในนั้นเป็นสามีของแม่เฒ่าหม่อนเงิน (แม่เฒ่าหม่อนเงินมีอายุถึง ๑๓๕ ปี) ได้พบทรัพย์ในถ้ำ จึงได้ขอยืมเงินจากเทพเจ้านำไปลงทุนทำไม้สักเอาไปขายที่ประเทศพม่า โดยให้คำมั่นสัญญากับเทพเจ้าไว้ว่า ไม้สักที่นำออกไปถึงประเทศพม่าได้กำไรดีก็จะสร้างเจดีย์ไว้บนหลังถ้ำ โดยโชคบุญบารมีของคนไทยทั้งสองคนนี้ การทำไม้สักไปขายได้กำไรมาตามที่คาดเอาไว้ เดินทางกลับถึงบ้านเมืองก็ไม่ผิดสัญญาที่ให้ไว้ต่อเทพเจ้า ในปี พ.ศ.๒๒๐๑ จึงก่อสร้างเจดีย์ขึ้น ๑ องค์ พร้อมทั้งอัญเชิญพระบรมธาตุจากประเทศพม่า ขึ้นมาบรรจุเอาไว้อีกด้วย และได้พัฒนาเป็นวัดในปี พ.ศ.๒๒๕๖ ตั้งชื่อว่า “วัดจอมทอง” ตราบถึงทุกวันนี้

ต่อมาในปี พ.ศ.๒๔๓๖ ก็มีคนไทยใหญ่ชื่อ “ตะก่าสลอบปุตตา กับภรรยาชื่อ นางสุก” พร้อมด้วยลูกทุกคน ได้สร้างเจดีย์ขึ้นอีก ๑ องค์ คู่กับองค์ใหญ่ แต่องค์เล็กกว่าเล็กน้อย มีระฆังทองเหลืองใบใหญ่ ๑ ใบ มีเส้นผ่าศูนย์กลาง ๑.๐๐ เมตร รอบวงมี ๑.๕๐ เมตร จารึกไว้ตัวหนังสือไทยใหญ่รอบตัวระฆัง ถัดลงมาเป็นตัวหนังสือเมืองเหนือ มีข้อความบางตอนบอกไว้ว่า “ศรัทธาตะก่าสลอบปุตตา ภรรยาชื่อนางสุก พร้อมด้วยลูก สร้างถวายเมื่อปีจุลศักราช ๑๒๕๕ ตั๋วปีก๊าไส้ เดือนยี่ดับ ๔ ค่ำ สร้างวิหาร ๑ หลัง โฮง ๑ หลัง" (วิหารคืออุโบสถ โฮงคือกุฏิ)

ต่อมาในปี พ.ศ.๒๕๑๒ ครูบาศรีทม มอบหมายให้ พระอินสม สุวีโร ทำการบูรณปฏิสังขรณ์วัดจนพัฒนามาจนถึงปัจจุบันนี้ ปัจจุบัน (๒๕๕๖) มีครูบาอินสม สุวีโร (พระครูสุวีรธรรมานุยุต) เป็นเจ้าอาวาสวัดจอมทอง และดำรงตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอสบเมย

----------------------


(แหล่งที่มา : ป้ายประวัติวัดพระธาตุจอมทอง)


บันทึกของมิรา : http://www.dannipparn.com/forum-36-1.html

Rank: 8Rank: 8

pimnuttapa โพสต์เมื่อ 2013-5-27 23:57 |แสดงโพสต์ทั้งหมด

IMG_8955.JPG



IMG_8956.JPG



ต้นโพธิ์ อยู่บริเวณด้านหน้า วิหาร วัดจอมทอง



IMG_8689.JPG



พระพุทธรูป ประดิษฐานใต้ต้นโพธิ์ บริเวณด้านหน้า วิหาร วัดจอมทอง



IMG_8938.JPG



หอเสื้อวัด วัดจอมทอง



IMG_8700.JPG



IMG_8973.JPG



เดี๋ยวเราจะไปกราบนมัสการพระพุทธรัตนมิ่งมงคล (หลวงพ่อโต)
ซึ่งประดิษฐานบนดอยจอมทอง วัดจอมทอง กันต่อนะคะ


IMG_8744.JPG



IMG_8756.JPG



IMG_8789.JPG



บันไดนาคทางขึ้นนมัสการพระพุทธรัตนมิ่งมงคล (หลวงพ่อโต) วัดจอมทอง



บันทึกของมิรา : http://www.dannipparn.com/forum-36-1.html

Rank: 8Rank: 8

pimnuttapa โพสต์เมื่อ 2013-5-28 00:19 |แสดงโพสต์ทั้งหมด

IMG_8837.JPG



IMG_8830.JPG



IMG_8861.JPG



IMG_8869.JPG



IMG_8889.JPG



พระพุทธรัตนมิ่งมงคล (หลวงพ่อโต) วัดจอมทอง



IMG_8908.JPG



IMG_8870.JPG



คาถาบูชาพระพุทธรัตนมิ่งมงคล (หลวงพ่อโต)
(ว่านะโม ๓ จบ) โอม ศรี ศรี พรหมรังสี นามะเตโช มหาสัมมะโณ มหาปัญโญ มหาลาโภ มหายะโส สัพพะสิทธิ ภะวันตุ เต นะโม โพธิสัตโต พรหมรังสี


IMG_8799.JPG



ประวัติการสร้างพระพุทธรัตนมิ่งมงคล (หลวงพ่อโต) วัดจอมทอง


พระพุทธรัตนมิ่งมงคล (หลวงพ่อโต) สร้างเมื่อปี พ.ศ.๒๕๓๒ เป็นพระพุทธรูปก่ออิฐถือปูน สูง ๑๕ เมตร หน้าตักกว้าง ๑๐ เมตร เป็นพระพุทธรูปที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในจังหวัดแม่ฮ่องสอน มูลเหตุที่สร้าง เนื่องจากท่านเจ้าอาวาสก่อนที่จะสร้างองค์พระพุทธรูปนี้ มีผู้เห็นแสงสว่างขึ้นตรงจุดนี้ ท่านจึงได้สร้างองค์พระใหญ่เอาไว้ เพื่อจะได้ไม่มีใครไปเดินข้ามให้เป็นโทษ อาจจะมีพระบรมธาตุฝังอยู่บนดอยนานแล้ว


บันทึกของมิรา : http://www.dannipparn.com/forum-36-1.html

Rank: 8Rank: 8

pimnuttapa โพสต์เมื่อ 2013-5-28 00:24 |แสดงโพสต์ทั้งหมด

IMG_8814.JPG



IMG_8846.JPG



IMG_8824.JPG



พระพุทธรูป ๒ องค์ ประดิษฐานด้านหน้า พระพุทธรัตนมิ่งมงคล (หลวงพ่อโต) วัดจอมทอง


IMG_8777.JPG



IMG_8779.JPG



IMG_8911.JPG



วิวทิวทัศน์บนดอยจอมทอง ลาน
พระพุทธรัตนมิ่งมงคล (หลวงพ่อโต) วัดจอมทอง สามารถมองเห็นเมืองแม่สะเรียงและพระธาตุจอมกิตติ


IMG_8811.JPG



ศาลาพระประจำวัน วัดจอมทอง



IMG_8717.JPG


IMG_8714.JPG



อุโบสถ วัดจอมทอง


บันทึกของมิรา : http://www.dannipparn.com/forum-36-1.html

Rank: 8Rank: 8

pimnuttapa โพสต์เมื่อ 2013-5-28 00:34 |แสดงโพสต์ทั้งหมด

IMG_8725.JPG



IMG_8728.JPG



IMG_8732.JPG



ขอเชิญนมัสการสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังษี
และ ครูบาผาผ่า วัดจอมทอง


IMG_8747.JPG



รูปเหมือนสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังษี วัดจอมทอง


IMG_8748.JPG



รูปเหมือนพระครูปัญญา  วรวัต (ครูบาผาผ่า) วัดจอมทอง จัดสร้างโดย พระครูสุวีร ธรรมานุยุต เจ้าคณะอำเภอสบเมย และแม่ชีกุณฑี สมบูรณ์ สร้างถวายวัดจอมทอง วันที่ ๕ มีนาคม พ.ศ.๒๕๓๘



บันทึกของมิรา : http://www.dannipparn.com/forum-36-1.html

Rank: 8Rank: 8

pimnuttapa โพสต์เมื่อ 2013-5-28 00:40 |แสดงโพสต์ทั้งหมด

IMG_8695.JPG



IMG_8720.JPG



IMG_8809.JPG



กุฏิสงฆ์ วัดจอมทอง


IMG_8706.JPG



IMG_8708.JPG



IMG_8709.JPG



ศาลาเก็บเครื่องมือเครื่องใช้เครื่องดนตรีโบราณ วัดจอมทอง


IMG_8703.JPG


IMG_8722.JPG



หอระฆัง วัดจอมทอง


บันทึกของมิรา : http://www.dannipparn.com/forum-36-1.html

สมาชิกที่เพิ่งอ่านหัวข้อนี้

คุณต้องเข้าสู่ระบบก่อนจึงจะสามารถตอบกลับ เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก

แดนนิพพาน ดอท คอม

GMT+7, 2021-9-19 18:37 , Processed in 0.062477 second(s), 16 queries .

Powered by Discuz! X1.5

© 2001-2010 Comsenz Inc. Thai Language by DiscuzThai! Team.