- สมัครสมาชิกเมื่อ
- 2009-1-22
- เข้าสู่ระบบล่าสุด
- 2026-5-19
- สิทธิ์ในการอ่าน
- 150
- เครดิต
- 0
- โพสต์
- 5070
- สำคัญ
- 4
- UID
- 13
 
|
 | |  |  |
ประวัติพระบรมธาตุเจดีย์ วัดเจดีย์เหลี่ยม (กู่คำ)
วัดเจดีย์เหลี่ยม (กู่คำ) สร้างขึ้นในสมัยพญามังราย ปฐมกษัตริย์ผู้สถาปนาเมืองเชียงใหม่ ชื่อดั้งเดิมของพระเจดีย์เหลี่ยมเรียกกันว่า “กู่คำ” ประวัติความเป็นมาของพระเจดีย์เหลี่ยมหรือกู่คำ มีที่มาจากหลักฐานเอกสารหลายฉบับด้วยกันที่สำคัญ ได้แก่
ตำนานพระพุทธเจ้าเลียบโลก กล่าวว่า...สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เสด็จขึ้นไปทางทิศเหนือ ไกลประมาณ ๑๐,๐๐๐ วา ทรงบรรลุถึงบ้านลัวะแห่งหนึ่ง ทรงพบม่าน (พม่า) ผู้หนึ่ง นำหมากสดและพลูเหลืองซ้อนกันถวายแก่พระพุทธเจ้า ทรงรับแล้วก็เสวยหมากพลูนั้น พระองค์โปรดคอมชีชา (บางฉบับว่าทีชา เข้าใจว่าหมายถึงเสวย) เถิด” พระพุทธองค์ทรงรับแล้วก็เสวยหมากพลูนั้น ม่านผู้นั้นก็นำข้าวน้ำมาถวายแก่พระพุทธเจ้า ในเวลานั้นพระอาทิตย์กำลังจะเที่ยง
พระพุทธองค์ทรงประทับอยู่ที่นั้น ๑ วัน ตรัสแก่พระอรหันต์และพระเจ้าอโศกราชว่า “เมื่อตถาคตมาถึงที่นี้มีม่านผู้หนึ่งได้นำเอาหมากสดกับพลูถวายตถาคต แล้วบอกว่า “ ท่านจงค้อมชีชาเถิด ต่อไปภายภาคหน้าบ้านนี้จะได้ชื่อว่า “บ้านชีชาง” ต่อไปจะแปรว่า “เวียงกุมกาม” พระอรหันต์และพระเจ้าอโศกราชจึงกราบทูลว่า “สถานที่นี้ควรตั้งศาสนาไว้แล”
แล้วกราบทูลขอพระเกศาธาตุจากพระพุทธองค์ พระพุทธองค์ก็ทรงใช้พระหัตถ์ขวาลูบพระเศียร ได้พระเกศาธาตุ ๑ องค์ ทรงประทานแก่เขาทั้งหลายคือแก่พระอรหันต์ พระเจ้าอโศกราช และลัวะทั้งหลาย แล้วลัวะและม่านผู้นั้นก็ขุดหลุมลึก ๑๐๐ ศอก กว้าง ๑๐๑ ศอก อัญเชิญพระเกศาธาตุบรรจุในกระบอกไม้รวก นำเข้าใส่ในผอบทองคำใหญ่ ๗ กำมือ อัญเชิญลงไปบรรจุในก้นหลุมที่ขุดนั้นม่านผู้นั้นสร้างพระเจดีย์ครอบก่อสูง ๒ ศอก (บางฉบับว่า ๑๐๑ ศอก) เป็นที่หมายพระบรมธาตุ
แล้วพระพุทธองค์ทรงสั่งว่า “เมื่อตถาคตปรินิพพานไปแล้ว จงนำเอาธาตุกระดูกคางข้างขวาของตถาคต มาบรรจุไว้ ณ ที่นี้เถิด” พระอรหันต์ พระเจ้าอโศกราช พระอินทร์ และพระอานนท์ นอนพักแรมอยู่ในสถานที่นั้น (คือพระเจดีย์เหลี่ยม อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ปัจจุบัน)
ตามหลักฐานเอกสารตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่และโคลงนิราศหริภุญชัย กล่าวถึงวัดนี้ว่าแต่เดิมชื่อวัดกู่คำ กู่ หมายถึง พระเจดีย์ คำ หมายถึง ทองคำ ที่พญามังรายปฐมกษัตริย์ของแคว้นล้านนาทรงโปรดให้ก่อสร้างสถาปนาขึ้นเมื่อ พ.ศ.๑๘๓๑ ตามข้อความในตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ และพงศาวดารโยนกตรงกันดังนี้ “เจ้ามังรายจึงหื้อไปเอาดินหนองต่าง มาก่อเจดีย์กู่คำไว้ในกุมกาม ให้เป็นที่บูชาแก่ชาวบ้านเมืองทั้งหลาย เมื่อจุลศักราช ๖๕๐ (พ.ศ.๑๘๓๑) ปีชวด สัมฤทธิศก….” พิจารณาว่าน่าจะเป็นวัดที่พญามังรายโปรดให้สร้างอุทิศแด่พระมเหสี
ศิลาจารึกหลักที่ พย. ๒๑ จารึกสถานที่ประดิษฐานพระธาตุ จ.ศ.๘๘๕ - ๘๙๐ (พ.ศ.๒๐๖๖ - ๒๐๗๑) อักษรไทยล้านนา และอักษรธรรมล้านนาภาษาไทย หินทรายสีแดงรูปใบเสมาหักชำรุดอยู่ที่วัดศรีโสมคำ ตำบลในเวียง อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา มีตัวอักษรปรากฏอยู่ด้านเดียว จำนวนไม่น้อยกว่า ๘ บรรทัด ในบรรทัด ๕ อ่านได้ความว่า “กู่คำกูมกามไว้ธาตุดู (ก) คางขวา ไว้ธาตุมือขวาทั้งมวลใต้มหาเจดีย์หลวงเชียง (ใหม่)” ในบรรทัดที่ ๕ ของจารึกดังกล่าว ระบุไว้ชัดเจนว่าพระเจดีย์เวียงกูมกาม (กุมกาม) เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุส่วนกระดูกกรามข้างขวาของพระพุทธเจ้า ซึ่งน่าจะเป็นความเชื่อดั้งเดิมของผู้คนในล้านนาที่มีมานานแล้วก่อนพุทธศตวรรษที่ ๒๑
โคลงนิราศหริภุญชัย เป็นเอกสารร่วมสมัยล้านนาในพุทธศตวรรษที่ ๒๑ ซึ่งประเสริฐ ณ นคร สันนิษฐานว่าเรื่องนี้ น่าจะจดไว้เป็นตำนานเมื่อราวพุทธศักราช ๒๐๖๐ เป็นการบรรยายชมสถานที่วัดวาอารามตามระยะทางจากเมืองเชียงใหม่ผ่านเวียงกุมกาม เพื่อไปมนัสการพระธาตุหริภุญชัยที่เมืองลำพูน (หริภุญชัย) โดยผู้ประพันธ์เดินทางออกจากเมืองเชียงใหม่ผ่านวัดพระสิงห์แวะไหว้พระพุทธสิหิงค์ ผ่านวัดทุงยู วัดศรีเกิด วัดผาเกียร (ชัยพระเกียรติ) ผ่านข้างกุฏาราม (เจดีย์หลวง) วัดอูปแป้น ไหว้หอพญามังราย และวัดเจดีย์หลวง ไหว้พระอัสดารส ไหว้พระเจ้ามรกตและยักขราชกุมภัณฑ์คู่ผ่าวัดเจ็ดลิน วัดฟ่อนสร้อยและวัดเชียงสง ออกทางประตูเชียงใหม่ จากนั้นเดินทางผ่านวัดพันง้อม วัดกุฏีคำ (ธาตุคำ) วัดน่างรั้ว (ยางกวง) ผ่านประตูเมืองชั้นที่สอง ชมเกวียนผ่านอุทยาน ถึงเวียงกุมกาม วัดกู่คำ (วัดเจดีย์เหลี่ยม) ไปยังเมืองลำพูน ในโคลงบทที่ ๔๕ กล่าวพรรณนาลักษณะของ “กู่คำ” หรือพระเจดีย์เหลี่ยมดังนี้
" อารามรมเยศเมิ้น มังราย นาม กู่คำ หลวงหลาย เช่นท้าว หกสิบสยบภูยาย ยังรอด งามแย่ แปลงคู่นุชน้องน้าว นาฏโอ้โรทา "
ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ กล่าวว่า “...เจ้ามังรายจึงหื้อไปเอาดินหนองต่างมาก่อเจดีย์กู่คำวันนั้นแล...”
ตำนานมูลศาสนา ได้กล่าวเรื่องราวเกี่ยวกับเจดีย์กู่คำไว้ตอนหนึ่ง ในเรื่องพญามังรายเสด็จไปประทับที่เวียงกุมกาม ว่า “...ถัดนั้น พญามังรายออกมาตั้งอยู่กุมกาม แปงบ้านซู่ ๓ แห่ง แห่ง ๑ ว่าบ้านคง แห่ง ๑ ว่าบ้านคง แห่ง ๑ ว่าบ้านลุ่ม แห่งหนึ่งว่าบ้านแหมนั้น ค็อยู่เสวิยสัมปัตติ ค็ยินดีในสาสนาพระพุทธะเจ้าจักใคร่กะทำบุญอันใหย่เปนต้นว่าส้างเจดีย์นั้น จิ่งหื้ออมาตย์ทั้งหลายหาหินมาแล้ว หื้อก่อเปน ๔ เลี่ยม แลด้านหื้อมีรูปพระเจ้า ๑๔ ตนแล้ว หื้อใส่คำแต่ยอดลงมาดูงามนัก กับทังอัฐบริขารแก่สังฆะเจ้าวันนั้นแล...”
พิจารณาจากหลักฐานเอกสารที่ยกมาข้างต้น จะเห็นว่าในเรื่องอายุสมัยของการสร้างกู่คำ (เจดีย์เหลี่ยม) นั้น หลักฐานเอกสารทุกฉบับรับรองต้องกันว่าสร้างขึ้นในรัชสมัยพญามังรายก่อนการสร้างเมืองเชียงใหม่
การซ่อมบูรณะพระบรมธาตุเจดีย์ วัดเจดีย์เหลี่ยม (กู่คำ) ได้รับการซ่อมบูรณะในปีพ.ศ.๒๔๔๕ โดยพญามังรายตะก่า - หม่องปันโย ที่ต่อมาได้รับการแต่งตั้งเป็นหลวงโยนการวิจิตรต้นสกุลพระราชทานอุปโยคิน ผู้เป็นคหบดีค้าไม้ชาวพม่าที่ได้รับช่างสัมปทานตัดชักไม้สักในเขตภาคเหนือของบริษัทบอมเบย์ - เบอร์มาร์ และบริษัทบอร์เนียวในสมัยตอนปลายรัชกาลที่ ๕ และตั้งบ้านเรือนใช้เป็นที่ทำการด้วยที่หัวฝายท่าวังตาล บนฝั่งตะวันออกแม่น้ำปิง หรือทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ในเขตละแวกใกล้เคียงกันกับวัดค่ะ
| |  | |  |
|
|