แดนนิพพาน "โมทนาทุกดวงจิตถึงซึ่งแดนนิพพาน"

 

   

ค้นหา
ดู: 2670|ตอบ: 0
go

‪แนะนำเทวดากำลังหมดบุญให้ปฏิบัติธรรม

Rank: 1

มารน้อย โพสต์เมื่อ 2015-12-16 20:22 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
4.jpg

% B: s/ o5 A- h5 Pธรรมะหากใครปฏิบัติก็มีแต่ความสุข ความเจริญ ให้ผลในทางดีทั้งทางโลกมนุษย์ และโลกทิพย์ ไม่ว่าจะส่งผลช้าหรือส่งผลเร็ว ก็ส่งผลในทางที่ดีทั้งนั้น ในทางโลกมนุษย์แล้วนั้น หลายๆคนอาจจะมองว่าธรรมะ หากใครนำมาปฏิบัตินั้นเป็นเรื่องของคนแก่บ้างหละ เชยบ้างหละ แต่ในทางโลกทิพย์แล้วนั้นใครปฏิบัติธรรมถือว่าสร้างกรรมดีมีผลในทันที จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง ไม่เว้นแม้แต่เทวดา ที่ต้องการความเจริญก้าวหน้าทางธรรมเช่นกัน* q7 |/ M. N( J6 t" e
ดังเรื่องราวที่ผมจะเล่าประสบการณ์การใช้บุญให้ฟังกันนะครับ
% {9 A) N* W; P5 vวันที่ 14 ธันวาคม 2558 ในเวลาพักเที่ยงจากการทำงานเมื่อผมรับประทานอาหารเสร็จ ก็เตรียมตัวพักผ่อนเพื่อจะปฏิบัติหน้าที่ในช่วงบ่ายต่อไป ผมรู้สึกสัมผัสกับพลังจิตอะไรบางอย่าง ซึ่งเป็นพลังที่เย็นสบาย ไม่หนัก มาสัมผัสเบาๆ แต่แฝงด้วยพลังที่มั่นคง ทำให้ผมทราบทันทีว่าท่านต้องไม่ใช่จิตวิญญาณที่อยู่ภพภูมิต่ำๆแน่ๆ ผมจึงเดินกลับที่พัก เพื่อผมจะทราบว่า ท่านประสงค์ส่ิงใด เมื่อถึงที่พักแล้ว จึงกำหนดจิตเพื่อสื่อสารกับท่าน จิตที่นิ่งกลับนิ่งยิ่งขึ้นเมื่อสัมผัสกับพลังของท่าน การสนทนาจึงได้เริ่มต้นขึ้น
+ A; |- t5 w6 J. r$ w% K) ]$ `ผม : สวัสดีครับ ท่านประสงค์สิ่งใดที่พอจะให้ผมช่วยได้
( M  {6 B* E. e1 ~, V. e) j: }1 _3 aเทวดา : ยินดีที่ได้พบ) ]8 S5 I- j+ v# y" J; F* L
ผม : ยินดีเช่นกันครับ
& a3 B4 l7 t! l' W6 _/ Wเทวดา : เรามีข้อธรรมอยากจะถามสักนิด ท่านช่วยเราหน่อยได้ไหม. ^, P% j9 F8 v) I- K
ผม : หากผมช่วยได้ ก็ยินดีช่วยครับ
9 f1 P7 ?8 Z( D; A9 F% y( g0 D  Kเทวดา : เรามีข้อสงสัยว่าเทวดาสามารถหลุดพ้นสู่ภพภูมิที่สูงขึ้นได้หรือไม่
1 Q- k1 R2 s. r' H6 `% I- jผม : ได้สิครับ
% l" V- F4 K$ Y) e6 Pเทวดา : แล้วจะทำเช่นไร; Y( {; x! F/ h0 G
ผม : ท่านจะลองภูมิผมหรอครับ หรือมีสิ่งอื่น
3 M! l) f+ x! D# ^+ Fเทวดา : มิใช่เลย เราขออภัย ลืมบอกไปว่าเรากำลังหมดบุญ แต่เรายังไม่อยากมาเกิดยังเมืองมนุษย์ในเวลานี้ เพราะโลกมนุษย์เต็มไปด้วยความเสื่อม มนุษย์ขาดซึ่งศีลธรรม เราจึงยังไม่อยากมาเกิดในตอนนี้ จึงมีผู้แนะนำว่าให้มาหาท่าน เราจึงมาหา ขออภัยในความเข้าใจผิด
# W( w9 l$ u: P9 I  U6 H# Eผม : ผมมิได้ขุ่นเคืองแต่อย่างใด เพียงแต่ว่าสงสัยเท่านั้น ต้องขออภัยเช่นกัน3 N; a6 D; b3 F3 y5 R2 Z3 X
เทวดา : เราเข้าใจ มาสู่คำถามที่ค้างไว้ ว่าเราจะทำเช่นไร
3 a3 A6 t6 I# V3 v  U1 q2 T6 }# Wผม : สิ่งแรกคือ ‪#‎บุญชั้นทาน‬ ครับ" Y7 m0 f; Y; t( F3 Y
เทวดา : เราจะทำทานได้อย่างไร ในเมื่อเราไม่มีกายเนื้อ9 ^) D4 Q2 c2 O8 H$ b
ผม : ทำได้ครับ บุญชั้นทานนั้นมีหลายแบบ ซึ่งทานหมายถึงการให้ ให้ในสิ่งดี มีประโยชน์แก่ผู้รับ แล้วทานเองก็มีหลายแบบ เทวดาอย่างท่าน สิ่งที่ทำได้ก็คือ ให้ ‪#‎บุญเป็นทาน‬ สามารถทำได้โดยสละบุญของท่านให้วิญญาณที่เดือดร้อนโดยบอกว่า "ด้วยอำนาจของพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ โปรดนำบุญของข้าพเจ้าส่งถึงวิญญาณดวงนี้ด้วยเทอญ" ต่อมาก็ ‪#‎ธรรมทาน‬ โดยการ นำคำสอนของพระพุทธองค์มาบอกผู้อื่น พูดกล่าวด้วยความเคารพ พูดด้วยเจตนาดี นี่ก็คือธรรมทาน ต่อมาก็ ‪#‎อภัยทาน‬ หากท่านโกรธ อาฆาตแค้น พยาบาท สิ่งใดหรือผู้ใดให้ท่าน ให้อภัยในสิ่งนั้นหรือคนคนนั้นเสีย พระพุทธองค์ทรงสอนไว้เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวรโดยพูดว่า "ข้าแต่พระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระสังฆเจ้า หากผู้หนึ่งผู้ใดหรือใครก็ตามที่กระทำกรรมกับข้าพเจ้าไว้ด้วยทางกาย วาจา ใจ ไม่ว่าภพใด ภูมิใด ชาติใดก็ตาม ข้าพเจ้าขออโหสิกรรมต่อเขาผู้นั้น ขอให้เขาผู้นั้นพบแต่ความสุขความเจริญ ขอพระรัตนไตร ทรงเป็นพยานแก่ข้าพเจ้าด้วยเทอญสาธุ" แต่ต้องทำด้วยความจริงใจนะ แล้วท่านจะหลุดพ้นจากความพยาบาท ท่านจะพบแต่ความสุข ความเจริญ4 R$ h6 e8 k. i) ]: p
เทวดา : สาธุ แล้วมีข้อธรรมอื่นอีกไหม# b) E$ V9 U% L5 o( r0 n
ผม : มีครับ เป็น ‪#‎บุญชั้นศีล‬ ซึ่งบุญชั้นศีลนี่ท่านเป็นเทวดาทำได้อยู่แล้ว
( a5 ~" g" E: l8 ]1 K2 Kเทวดา : เราจะทำได้อย่างไร* B+ i$ [8 U+ A7 ~$ \$ J+ l
ผม : ก็ท่านเป็นเทวดา ท่านไปฆ่าใครหรือทำร้ายใครหรือไม่; B) Q- I! {" j
เทวดา : ไม่เคย  T: Y* I! N+ g( W, m6 l: H
ผม : ท่านเคยไปลักขโมยผู้ใดหรือไม่
, x1 E8 G; D: m4 |, K" Vเทวดา : ไม่เคย
3 ^; p1 y" t: [+ u9 T! M- nผม : ท่านเคยผิดลูกผิดเมียใครหรือไม่
* x/ C% C0 s! c4 Z4 C: j1 _0 U; ]เทวดา : ไม่เคย
2 Q3 H# L5 c; {ผม : ท่านเคยโกหก หรือพูดไม่ดีทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนหรือไม่% M* f* l! E- c' h+ w
เทวดา : ไม่เคย7 u  e/ v( a! y* @- g- ^: Y
ผม : แล้วท่านเคยดื่มสุรา น้ำจันทร์ จนขาดสติ หรือไม่, i$ h3 w9 `4 p+ V: p3 p
เทวดา : ไม่เคยเลย
2 H! @6 K0 @/ {+ j# q2 ]- hผม : ก็นี่อย่างไรหละคือศีล 5 ส่วนศีลที่สูงๆขึ้นกว่านี้ก็ยังมีอีก ท่านลองศึกษาดู การรักษาศีลของท่านให้ระลึกถึงคุณพระรัตนไตร โดยอธิษฐานว่า "ข้าแต่องค์พระรัตนไตร ซึ่งประกอบด้วยพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ข้าพเจ้าขอรักษา ขอยึดมั่นต่อศีลธรรม ขอบารมีของพระรัตนไตรโปรดปกปักรักษาข้าพเจ้าด้วยเทอญ" ให้ท่านลองทำดู  ?4 M# u2 F- R6 F, z! p( h/ C& }7 ]( R
เทวดา : สาธุ เราจะทำ แล้วยังมีอีกไหม ดีจังที่ได้สนทนากับท่าน
' Z) D/ H3 j! F6 Dผม : มีครับ ก็ ‪#‎บุญภาวนา‬ สิ่งนี้ไม่ยากเลย การภาวนา ก็คือการสวดมนต์ ไม่ว่าสวดมนต์บทใดก็ได้อนิสงค์เช่นเดียวกัน หากท่านไม่รู้จะสวดมนต์บทใด ก็ให้ท่านกล่าวว่า " ข้าพเจ้าขอระลึกถึงคุณพระพุทธ คุณพระธรรม คุณพระสงฆ์ พุทธโธ ธรรมโม สังโฆ พุทธโธ ธรรมโม สังโฆ ........" ไปเรื่อยๆจนกว่าท่านจะพอใจ9 o8 S7 e) N6 w6 ~7 {# _
เทวดา : สาธุ ง่ายดีแฮะ7 w- G. u' x% C& I
ผม : ก็สิ่งง่ายๆนี่แหละที่คนมองข้าม ไปมองอะไรก็ไม่รู้ให้ยากให้ลำบาก ' D5 {5 y( U; M* m2 o, s6 O  d. p1 f
เทวดา : จริงของท่าน แล้วมีข้อธรรมอื่นอีกไหม
) W% A( \, @3 {3 S4 w" N/ |ผม : มีครับ ‪#‎บุญชั้นสมาธิ‬ เป็นบุญที่ดีเป็นบุญที่เจริญ ซ้ำยังมีกุศลมาก
' v* r4 M: {* b) C; v6 X) O+ Iเทวดา : แล้วเราจะทำได้อย่างไร
$ t& K' C' P8 t( y3 N4 sผม : ท่านจำคำภาวนาที่ผมบอกได้ใช่ไหมครับ4 [' l3 e7 ~; @8 R' t5 c% q1 ~6 Q
เทวดา : ได้สิเราจำขึ้นใจเลยหละ" u# u* A1 I: S1 p2 v% {
ผม : ให้ท่านภาวนาเช่นนี้ไปเรื่อยๆ ภาวนาจนกว่าจิตจะนิ่ง จิตจะจับที่คำภาวนา มีเหลือแต่คำภาวนา นี่แหละสมาธิครับ หรือให้ท่านกล่าวว่า "พุทโธ ๆๆๆ" คำเดียวก็ได้ โดยกล่าวว่า "ข้าแต่พระรัตนไตย พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ โปรดนำดวงจิตข้าพเจ้าให้กลายเป็นสมาธิด้วยเทอญ พุทธโธ ๆ ๆ ๆ " เพียงเท่านี้ก็เป็นการทำสมาธิแล้ว  n# R$ T9 o% x# y9 v- I
เทวดา : สาธุ ดีจริงง่ายๆเช่นนี้เอง เราจะนำไปปฏิบัติ มิเสียเวลาจริงๆที่มาพบท่าน แล้วยังมีข้อธรรมอีกหรือไม่
* e( R# A: e4 X/ B0 @. mผม : มีครับ- ~- m- x/ o9 q. V4 `9 P6 I3 L
เทวดา : มีอีกหรอ น่าสนใจจริงๆ ไหนท่านลองกล่าวมาสิ
) f6 k; j+ W$ O( Tผม : ได้สิ เขาเรียกว่าวิปัสสนา ท่านรู้จักวิปัสสนาไหม
5 A% y. [* T% o9 i& fเทวดา : ไม่รู้เลย ไหนท่านลองอธิบาย7 m+ U( r$ E& H8 j3 D. E
ผม : วิปัสสนาคือการระลึกรู้ เข้าใจในธรรมชาติของสิ่งที่เกิดขึ้น เข้าใจกฏของธรรมชาติว่าสิ่งใดมีเกิด สิ่งนั้นมาตั้งอยู่ และดับไปในท้ายที่สุด เป็นกฏของธรรมชาติ ( g3 s# y6 l: {8 s7 c: G' m
เทวดา : นั้นสินะ จริงของท่าน
5 ~/ E; E" \, A1 [0 d- ~4 ]ผม : มนุษย์กับ ชาวทิพย์จะต่างกันตรงที่มนุษย์มีร่างกายหยาบ แต่เทวดาอย่างท่านไม่มี
+ _3 M! ^8 U" C/ \เทวดา : ใช่แล้ว
3 R$ S& ~: E$ P% F! F) V  pผม : แต่พื้นฐานแล้วไม่ต่างกัน มนุษย์มีขันธ์ 5 ซึ่งประกอบด้วย . q, f1 k5 A+ J  c3 K& x
- รูป คือธาตุที่ประกอบมาเป็นกายเนื้อนี่เอง
5 x, L5 Q! {0 F( d0 q  n- เวทนา คือ ความทุกข์ ความสุข ความไม่สุขไม่ทุกข์
( a* ?. t3 R. c4 \' a- สัญญา คือ ความจำได้หมายรู้เช่น จำว่าเราชื่ออะไร อยู่ที่ไหน 7 m: e" G1 G- A, ^' u& X8 r
- สังขาร คือ ความร่วงโรยของวัยเด็ก วัยกลางคน วัยชรา ความตายอย่างเทวดาก็จะมีบุญเป็นสังขาร มีมรณะ เป็นสังขาร ใช่ไหม
4 @' I2 U7 ~; Iเทวดา : ใช่, b: n  A$ p5 p3 D' M0 V
ผม : วิญญาณ คือการรับรู้สัมผัส เย็น ร้อน อ่อน แข็ง การรับรู้ว่า สิ่งนี้เป็นดี เป็นเลว แต่เทวดาจะมีข้อแตกต่างจากมนุษย์เพียงข้อเดียว ก็คือรูป แต่ เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ยังมีอยู่ครบ ให้ท่านพิจารณาดูเถิดว่าสิ่งที่ท่านมีนี้เที่ยงหรือไม่ 6 z2 n, s- Y0 K$ Y
เทวดา : ไม่เที่ยง ไม่คงทน หากคงทนเราคงไม่มาหาท่าน3 \# I, e8 C/ X; P2 g, [
ผม : จริงที่สุด ให้ท่านพิจารณาดูว่าเป็นเช่นนั้นหรือไม่
0 k5 V1 |6 {7 u- z! D' T! Dเทวดา : เป็นเช่นนั้นจริงๆ, h9 d7 J( @' m* n* R4 r
ผม : มีข้อสงสัยอีกหรือไม่
9 E# j9 E1 ~+ i: k4 _เทวดา : หมดข้อสงสัย หากมีข้อสงสัยเราจะมาหาท่านและคุยกับท่านอีก
& U8 b6 z/ S* T* [- l8 x! eผม : ยินดี และน้อมส่งท่านกลับยังวิมานของท่าน "ข้าพเจ้าขออำนาจพระรัตนไตร โปรดดลบันดาลให้บุญของข้าพเจ้าลงมาถวายแด่เทวดาผู้นี้ด้วยเทอญ"
) A7 _, k. a( Qเทวดา : สาธุ ไปแล้วนะ
% L3 s3 b+ Z! m! R# z3 Yแม้แต่เทวดายังมีความเสื่อมถอยของบุญ แล้วเราเป็นเพียงแค่มนุษย์ความเสื่อมถอยของบุญจะไม่เกิดแก่เราได้เช่นไร จงถามตัวเองเสมอว่า ‪#‎วันนี้คุณสร้างบุญแล้วหรือยัง‬ ขอบุญนี้จงไปถึงวิญญาณทุกดวงที่ต้องการบุญด้วยเถิด สาธุ
6 E2 L) d$ Y7 o4 x' Q

สมาชิกที่เพิ่งอ่านหัวข้อนี้

คุณต้องเข้าสู่ระบบก่อนจึงจะสามารถตอบกลับ เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก

แดนนิพพาน ดอท คอม

GMT+7, 2021-4-16 07:13 , Processed in 0.036771 second(s), 16 queries .

Powered by Discuz! X1.5

© 2001-2010 Comsenz Inc. Thai Language by DiscuzThai! Team.