แดนนิพพาน "โมทนาทุกดวงจิตถึงซึ่งแดนนิพพาน"

 

   

ค้นหา
ดู: 3949|ตอบ: 0
go

‪แนะนำเทวดากำลังหมดบุญให้ปฏิบัติธรรม

Rank: 1

มารน้อย โพสต์เมื่อ 2015-12-16 20:22 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
4.jpg

: N* @/ Z+ J/ Qธรรมะหากใครปฏิบัติก็มีแต่ความสุข ความเจริญ ให้ผลในทางดีทั้งทางโลกมนุษย์ และโลกทิพย์ ไม่ว่าจะส่งผลช้าหรือส่งผลเร็ว ก็ส่งผลในทางที่ดีทั้งนั้น ในทางโลกมนุษย์แล้วนั้น หลายๆคนอาจจะมองว่าธรรมะ หากใครนำมาปฏิบัตินั้นเป็นเรื่องของคนแก่บ้างหละ เชยบ้างหละ แต่ในทางโลกทิพย์แล้วนั้นใครปฏิบัติธรรมถือว่าสร้างกรรมดีมีผลในทันที จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง ไม่เว้นแม้แต่เทวดา ที่ต้องการความเจริญก้าวหน้าทางธรรมเช่นกัน" i- R7 V" a% e, r, d$ b/ ~  G
ดังเรื่องราวที่ผมจะเล่าประสบการณ์การใช้บุญให้ฟังกันนะครับ
4 g5 U' i% ?$ @5 h  ~1 D% S$ Zวันที่ 14 ธันวาคม 2558 ในเวลาพักเที่ยงจากการทำงานเมื่อผมรับประทานอาหารเสร็จ ก็เตรียมตัวพักผ่อนเพื่อจะปฏิบัติหน้าที่ในช่วงบ่ายต่อไป ผมรู้สึกสัมผัสกับพลังจิตอะไรบางอย่าง ซึ่งเป็นพลังที่เย็นสบาย ไม่หนัก มาสัมผัสเบาๆ แต่แฝงด้วยพลังที่มั่นคง ทำให้ผมทราบทันทีว่าท่านต้องไม่ใช่จิตวิญญาณที่อยู่ภพภูมิต่ำๆแน่ๆ ผมจึงเดินกลับที่พัก เพื่อผมจะทราบว่า ท่านประสงค์ส่ิงใด เมื่อถึงที่พักแล้ว จึงกำหนดจิตเพื่อสื่อสารกับท่าน จิตที่นิ่งกลับนิ่งยิ่งขึ้นเมื่อสัมผัสกับพลังของท่าน การสนทนาจึงได้เริ่มต้นขึ้น' z' g/ u1 y7 L9 ^5 G3 F% D, j
ผม : สวัสดีครับ ท่านประสงค์สิ่งใดที่พอจะให้ผมช่วยได้
# x- s' E  x! q# _. Fเทวดา : ยินดีที่ได้พบ' I: v! Y3 G7 C
ผม : ยินดีเช่นกันครับ
5 Y( s7 F$ Z% O4 D* }# [) @เทวดา : เรามีข้อธรรมอยากจะถามสักนิด ท่านช่วยเราหน่อยได้ไหม* }' N* F( }' |
ผม : หากผมช่วยได้ ก็ยินดีช่วยครับ
4 @$ i* q: p( x7 P6 j$ Hเทวดา : เรามีข้อสงสัยว่าเทวดาสามารถหลุดพ้นสู่ภพภูมิที่สูงขึ้นได้หรือไม่
6 C1 [+ m. S7 f9 ?4 E1 P6 aผม : ได้สิครับ2 k- Y! v/ w* R8 g% G" ~2 A' l
เทวดา : แล้วจะทำเช่นไร; s/ L/ T& ~& L* v
ผม : ท่านจะลองภูมิผมหรอครับ หรือมีสิ่งอื่น2 v( w- {9 q" v
เทวดา : มิใช่เลย เราขออภัย ลืมบอกไปว่าเรากำลังหมดบุญ แต่เรายังไม่อยากมาเกิดยังเมืองมนุษย์ในเวลานี้ เพราะโลกมนุษย์เต็มไปด้วยความเสื่อม มนุษย์ขาดซึ่งศีลธรรม เราจึงยังไม่อยากมาเกิดในตอนนี้ จึงมีผู้แนะนำว่าให้มาหาท่าน เราจึงมาหา ขออภัยในความเข้าใจผิด2 K" H9 u$ q  o$ O
ผม : ผมมิได้ขุ่นเคืองแต่อย่างใด เพียงแต่ว่าสงสัยเท่านั้น ต้องขออภัยเช่นกัน* Q# ^1 }3 P6 a- q1 j. }- S
เทวดา : เราเข้าใจ มาสู่คำถามที่ค้างไว้ ว่าเราจะทำเช่นไร
" [  `( j1 m& G% f/ K& K8 Dผม : สิ่งแรกคือ ‪#‎บุญชั้นทาน‬ ครับ, W9 f6 [1 P* M8 a8 }( i
เทวดา : เราจะทำทานได้อย่างไร ในเมื่อเราไม่มีกายเนื้อ
8 O2 m; n. |9 e9 B: z0 [ผม : ทำได้ครับ บุญชั้นทานนั้นมีหลายแบบ ซึ่งทานหมายถึงการให้ ให้ในสิ่งดี มีประโยชน์แก่ผู้รับ แล้วทานเองก็มีหลายแบบ เทวดาอย่างท่าน สิ่งที่ทำได้ก็คือ ให้ ‪#‎บุญเป็นทาน‬ สามารถทำได้โดยสละบุญของท่านให้วิญญาณที่เดือดร้อนโดยบอกว่า "ด้วยอำนาจของพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ โปรดนำบุญของข้าพเจ้าส่งถึงวิญญาณดวงนี้ด้วยเทอญ" ต่อมาก็ ‪#‎ธรรมทาน‬ โดยการ นำคำสอนของพระพุทธองค์มาบอกผู้อื่น พูดกล่าวด้วยความเคารพ พูดด้วยเจตนาดี นี่ก็คือธรรมทาน ต่อมาก็ ‪#‎อภัยทาน‬ หากท่านโกรธ อาฆาตแค้น พยาบาท สิ่งใดหรือผู้ใดให้ท่าน ให้อภัยในสิ่งนั้นหรือคนคนนั้นเสีย พระพุทธองค์ทรงสอนไว้เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวรโดยพูดว่า "ข้าแต่พระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระสังฆเจ้า หากผู้หนึ่งผู้ใดหรือใครก็ตามที่กระทำกรรมกับข้าพเจ้าไว้ด้วยทางกาย วาจา ใจ ไม่ว่าภพใด ภูมิใด ชาติใดก็ตาม ข้าพเจ้าขออโหสิกรรมต่อเขาผู้นั้น ขอให้เขาผู้นั้นพบแต่ความสุขความเจริญ ขอพระรัตนไตร ทรงเป็นพยานแก่ข้าพเจ้าด้วยเทอญสาธุ" แต่ต้องทำด้วยความจริงใจนะ แล้วท่านจะหลุดพ้นจากความพยาบาท ท่านจะพบแต่ความสุข ความเจริญ9 d. B6 ]  Q4 f8 L7 Z
เทวดา : สาธุ แล้วมีข้อธรรมอื่นอีกไหม
+ }$ m4 ~( Z4 B6 K4 Y4 eผม : มีครับ เป็น ‪#‎บุญชั้นศีล‬ ซึ่งบุญชั้นศีลนี่ท่านเป็นเทวดาทำได้อยู่แล้ว, W: M' B4 B- x4 E6 k
เทวดา : เราจะทำได้อย่างไร" e* a% N' I) c$ j6 `! M
ผม : ก็ท่านเป็นเทวดา ท่านไปฆ่าใครหรือทำร้ายใครหรือไม่
/ M" j, K4 r- {" `" V  hเทวดา : ไม่เคย; h6 K5 W: |& s* A+ q' S' J
ผม : ท่านเคยไปลักขโมยผู้ใดหรือไม่
8 ^4 d% A: ]: @/ o, |4 qเทวดา : ไม่เคย
/ w% ^: `- H) [0 i0 c5 a1 W  Lผม : ท่านเคยผิดลูกผิดเมียใครหรือไม่+ d# Q7 H) S# o% F& }
เทวดา : ไม่เคย
: m( u, N) W% Y- x* Xผม : ท่านเคยโกหก หรือพูดไม่ดีทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนหรือไม่  o" a- u' ^9 n" ?* ^* }9 i4 V; c9 J: P% p
เทวดา : ไม่เคย; `% g% `1 i% |
ผม : แล้วท่านเคยดื่มสุรา น้ำจันทร์ จนขาดสติ หรือไม่* \# v+ |. ]4 o" x! g- l. @0 Z5 Q
เทวดา : ไม่เคยเลย  `& X; w  J  t; ^- B  A
ผม : ก็นี่อย่างไรหละคือศีล 5 ส่วนศีลที่สูงๆขึ้นกว่านี้ก็ยังมีอีก ท่านลองศึกษาดู การรักษาศีลของท่านให้ระลึกถึงคุณพระรัตนไตร โดยอธิษฐานว่า "ข้าแต่องค์พระรัตนไตร ซึ่งประกอบด้วยพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ข้าพเจ้าขอรักษา ขอยึดมั่นต่อศีลธรรม ขอบารมีของพระรัตนไตรโปรดปกปักรักษาข้าพเจ้าด้วยเทอญ" ให้ท่านลองทำดู3 q4 s% t4 ?# y6 A
เทวดา : สาธุ เราจะทำ แล้วยังมีอีกไหม ดีจังที่ได้สนทนากับท่าน7 C7 F, H/ ]/ G) S
ผม : มีครับ ก็ ‪#‎บุญภาวนา‬ สิ่งนี้ไม่ยากเลย การภาวนา ก็คือการสวดมนต์ ไม่ว่าสวดมนต์บทใดก็ได้อนิสงค์เช่นเดียวกัน หากท่านไม่รู้จะสวดมนต์บทใด ก็ให้ท่านกล่าวว่า " ข้าพเจ้าขอระลึกถึงคุณพระพุทธ คุณพระธรรม คุณพระสงฆ์ พุทธโธ ธรรมโม สังโฆ พุทธโธ ธรรมโม สังโฆ ........" ไปเรื่อยๆจนกว่าท่านจะพอใจ' l+ X/ p1 d8 W
เทวดา : สาธุ ง่ายดีแฮะ- f( P. x- ?8 d* M
ผม : ก็สิ่งง่ายๆนี่แหละที่คนมองข้าม ไปมองอะไรก็ไม่รู้ให้ยากให้ลำบาก 7 q, _0 s: x  U2 q
เทวดา : จริงของท่าน แล้วมีข้อธรรมอื่นอีกไหม- p( o# |+ R" e
ผม : มีครับ ‪#‎บุญชั้นสมาธิ‬ เป็นบุญที่ดีเป็นบุญที่เจริญ ซ้ำยังมีกุศลมาก
- S% |+ o! `0 }+ m7 Wเทวดา : แล้วเราจะทำได้อย่างไร
7 A6 b, o* W0 m6 O, O& m+ lผม : ท่านจำคำภาวนาที่ผมบอกได้ใช่ไหมครับ
$ Z* x; t1 ^4 D, ]เทวดา : ได้สิเราจำขึ้นใจเลยหละ8 [7 k9 H2 l3 q+ B- q( X6 H" W4 n
ผม : ให้ท่านภาวนาเช่นนี้ไปเรื่อยๆ ภาวนาจนกว่าจิตจะนิ่ง จิตจะจับที่คำภาวนา มีเหลือแต่คำภาวนา นี่แหละสมาธิครับ หรือให้ท่านกล่าวว่า "พุทโธ ๆๆๆ" คำเดียวก็ได้ โดยกล่าวว่า "ข้าแต่พระรัตนไตย พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ โปรดนำดวงจิตข้าพเจ้าให้กลายเป็นสมาธิด้วยเทอญ พุทธโธ ๆ ๆ ๆ " เพียงเท่านี้ก็เป็นการทำสมาธิแล้ว
  W4 j4 X$ t  K9 C: Y7 Qเทวดา : สาธุ ดีจริงง่ายๆเช่นนี้เอง เราจะนำไปปฏิบัติ มิเสียเวลาจริงๆที่มาพบท่าน แล้วยังมีข้อธรรมอีกหรือไม่' K+ B7 y) i- ?) P1 t* T: ^
ผม : มีครับ! a/ [$ a2 T  B% ^2 _% l
เทวดา : มีอีกหรอ น่าสนใจจริงๆ ไหนท่านลองกล่าวมาสิ, K6 V' N; s: Q3 [
ผม : ได้สิ เขาเรียกว่าวิปัสสนา ท่านรู้จักวิปัสสนาไหม/ s/ R$ ]2 j$ Q& J' V! `3 \1 T
เทวดา : ไม่รู้เลย ไหนท่านลองอธิบาย
- J  Z2 T. \4 M, M+ e6 t* G4 kผม : วิปัสสนาคือการระลึกรู้ เข้าใจในธรรมชาติของสิ่งที่เกิดขึ้น เข้าใจกฏของธรรมชาติว่าสิ่งใดมีเกิด สิ่งนั้นมาตั้งอยู่ และดับไปในท้ายที่สุด เป็นกฏของธรรมชาติ 5 Y0 i' _5 R. k: \9 b. S$ j
เทวดา : นั้นสินะ จริงของท่าน
" I9 i. G5 S; V$ y4 Zผม : มนุษย์กับ ชาวทิพย์จะต่างกันตรงที่มนุษย์มีร่างกายหยาบ แต่เทวดาอย่างท่านไม่มี8 N4 u# y" R, o* C6 F( U' y
เทวดา : ใช่แล้ว
: P1 {* D' k1 E( y+ Z6 x" U! _& Tผม : แต่พื้นฐานแล้วไม่ต่างกัน มนุษย์มีขันธ์ 5 ซึ่งประกอบด้วย   r6 H, E9 g" E! p; S. |, B1 K
- รูป คือธาตุที่ประกอบมาเป็นกายเนื้อนี่เอง
3 P3 B# M$ R7 z. X2 a8 l- เวทนา คือ ความทุกข์ ความสุข ความไม่สุขไม่ทุกข์
  B2 p1 z4 W7 Y" K& w1 J0 P$ R- สัญญา คือ ความจำได้หมายรู้เช่น จำว่าเราชื่ออะไร อยู่ที่ไหน
% Y# z' i" o$ U& A! ]- สังขาร คือ ความร่วงโรยของวัยเด็ก วัยกลางคน วัยชรา ความตายอย่างเทวดาก็จะมีบุญเป็นสังขาร มีมรณะ เป็นสังขาร ใช่ไหม
/ x2 w4 y7 j$ t3 M: {( ?$ R* Lเทวดา : ใช่
) C& k' d' R+ ]' Z/ s5 k4 Gผม : วิญญาณ คือการรับรู้สัมผัส เย็น ร้อน อ่อน แข็ง การรับรู้ว่า สิ่งนี้เป็นดี เป็นเลว แต่เทวดาจะมีข้อแตกต่างจากมนุษย์เพียงข้อเดียว ก็คือรูป แต่ เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ยังมีอยู่ครบ ให้ท่านพิจารณาดูเถิดว่าสิ่งที่ท่านมีนี้เที่ยงหรือไม่
, J5 m. [: _1 Q2 {( x) C: _' jเทวดา : ไม่เที่ยง ไม่คงทน หากคงทนเราคงไม่มาหาท่าน
3 D( Z" C3 O% S* F. Q9 zผม : จริงที่สุด ให้ท่านพิจารณาดูว่าเป็นเช่นนั้นหรือไม่% q- H4 E- J5 G" U; D: h) K
เทวดา : เป็นเช่นนั้นจริงๆ7 j$ k! X& {2 {8 x, v: u/ y
ผม : มีข้อสงสัยอีกหรือไม่
8 F# I9 v+ l5 I- M5 Aเทวดา : หมดข้อสงสัย หากมีข้อสงสัยเราจะมาหาท่านและคุยกับท่านอีก
: W7 O( y7 K; v, u# Z* Y, b: Aผม : ยินดี และน้อมส่งท่านกลับยังวิมานของท่าน "ข้าพเจ้าขออำนาจพระรัตนไตร โปรดดลบันดาลให้บุญของข้าพเจ้าลงมาถวายแด่เทวดาผู้นี้ด้วยเทอญ", |6 r* a$ Z8 P( }7 W
เทวดา : สาธุ ไปแล้วนะ
& W: ^3 I# C7 I2 V* u$ jแม้แต่เทวดายังมีความเสื่อมถอยของบุญ แล้วเราเป็นเพียงแค่มนุษย์ความเสื่อมถอยของบุญจะไม่เกิดแก่เราได้เช่นไร จงถามตัวเองเสมอว่า ‪#‎วันนี้คุณสร้างบุญแล้วหรือยัง‬ ขอบุญนี้จงไปถึงวิญญาณทุกดวงที่ต้องการบุญด้วยเถิด สาธุ8 j2 V; e% Z# e0 f( M' Y' m$ p. w2 Q

สมาชิกที่เพิ่งอ่านหัวข้อนี้

คุณต้องเข้าสู่ระบบก่อนจึงจะสามารถตอบกลับ เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก

แดนนิพพาน ดอท คอม

GMT+7, 2024-2-21 19:29 , Processed in 0.203954 second(s), 16 queries .

Powered by Discuz! X1.5

© 2001-2010 Comsenz Inc. Thai Language by DiscuzThai! Team.