แดนนิพพาน "โมทนาทุกดวงจิตถึงซึ่งแดนนิพพาน"

 

   

ค้นหา
ดู: 16419|ตอบ: 20
go

พระสถูปเจดีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชานุสรณ์ บ.เมืองงาย ต.เมืองงาย อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่

Rank: 8Rank: 8

pimnuttapa โพสต์เมื่อ 2011-3-28 05:23 |แสดงโพสต์ทั้งหมด

IMG_6250.jpg



พระสถูปเจดีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชานุสรณ์

บ.เมืองงาย  ต.เมืองงาย  อ.เชียงดาว  จ.เชียงใหม่



Rank: 8Rank: 8

pimnuttapa โพสต์เมื่อ 2011-3-28 05:27 |แสดงโพสต์ทั้งหมด

IMG_5999.jpg


การเดินทางไปพระสถูปเจดีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชานุสรณ์ ตั้งอยู่ บ้านเมืองงาย ตำบลเมืองงาย อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ห่างจากที่ตั้งที่ว่าการอำเภอเชียงดาวไปทางทิศเหนือประมาณ ๑๒ กิโลเมตร และอยู่ห่างจากเส้นทางเชียงใหม่-ฝาง ตรงก.ม. ๗๘/๘๐๐ ไปทางทิศตะวันตกประมาณ ๕ ก.ม.



การเดินทางไปพระสถูปเจดีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชานุสรณ์ ดูข้อมูลแผนที่จากเว็บ google ได้ตามลิงค์นี้ค่ะ

https://www.google.co.th/maps/place/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B9%E0%B8%9B%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C/@19.4631942,98.9615923,15z/data=!4m2!3m1!1s0x0:0xc03e3f1abc8a96df



IMG_5984.jpg



ถนนทางเข้า/ออก พระสถูปเจดีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชานุสรณ์ ค่ะ



IMG_5989.jpg



IMG_5990.jpg



ป้ายชื่อ พระสถูปเจดีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชานุสรณ์ ค่ะ



ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ดินแดนแห่งประวัติศาสตร์ อนุสรณ์สถานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช


“ดอยนางสูงเสียดฟ้า สมฉายาเมืองงายในฝัน พระสถูปเจดีย์ฯ มีตำนาน อนุสรณ์สถานพระองค์ดำ”



บันทึกของมิรา : http://www.dannipparn.com/forum-36-1.html

Rank: 8Rank: 8

pimnuttapa โพสต์เมื่อ 2011-3-28 05:28 |แสดงโพสต์ทั้งหมด

IMG_5986.jpg



IMG_5998.jpg



IMG_5992.jpg



ประตูทางเข้า/ออก พระสถูปเจดีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชานุสรณ์ มีรูปปั้นไก่วางเรียงรายประดับด้านหน้าประตูค่ะ


เวลาเปิด - ปิด  ๐๕.๐๐ – ๑๙.๓๐ น.



บันทึกของมิรา : http://www.dannipparn.com/forum-36-1.html

Rank: 8Rank: 8

pimnuttapa โพสต์เมื่อ 2011-3-28 05:30 |แสดงโพสต์ทั้งหมด

IMG_6023.jpg



IMG_6004.jpg



IMG_6253.jpg



พระสถูปเจดีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชานุสรณ์ ค่ะ



บันทึกของมิรา : http://www.dannipparn.com/forum-36-1.html

Rank: 8Rank: 8

pimnuttapa โพสต์เมื่อ 2011-3-28 05:33 |แสดงโพสต์ทั้งหมด

IMG_6064.jpg


IMG_6249.jpg



IMG_6240.jpg



พระสถูปเจดีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชานุสรณ์ เป็นเจดีย์ฐาน ๘ เหลี่ยม กว้าง ๑๐.๓๐ เมตร สูง ๒๕.๑๒ เมตร ฐานด้านหนึ่งประดิษฐานพระบรมรูปของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และแต่ละด้านของฐานมีแผ่นศิลาสลักลวดลายเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของพระองค์สลับกับแผ่นหินที่เล่าพระราชประวัติของพระองค์ และประวัติการก่อสร้างพระสถูปเจดีย์ซึ่งจะมีประชาชนแวะเวียนมากราบไหว้สักการะองค์พระสถูปเจดีย์ฯ อยู่เสมอค่ะ



บันทึกของมิรา : http://www.dannipparn.com/forum-36-1.html

Rank: 8Rank: 8

pimnuttapa โพสต์เมื่อ 2011-3-28 05:40 |แสดงโพสต์ทั้งหมด

IMG_6121.jpg


IMG_6164.jpg




ประวัติการสร้างพระสถูปเจดีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชานุสรณ์


โดยที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงปรีชาสามารถ ได้ทรงกอบกู้เอกราชของชาติไทยในอดีต ทั้งทรงมีพระบุญญาบารมี พระบรมเดชานุภาพแผ่ไพศาลเป็นที่หวาดหวั่น และเกรงขามแก่ข้าศึกศัตรูหมู่ปัจจามิตรทั้งปวง ในจังหวัดต่างๆ ซึ่งตามประวัติศาสตร์ที่พระองค์ได้ทรงมีบทบาทในการกรีธาทัพไปปราบปรามอริราชศัตรู ต่างได้จัดสร้างอนุสาวรีย์ หรือสิ่งอนุสรณ์เป็นการยกย่องเทิดทูนพระเกียรติ และเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปได้ถวายความจงรักภักดี และบำเพ็ญการกุศลบวงสรวงพระวิญญาณของพระองค์ตลอดมา


สำหรับชาวเชียงใหม่ได้ระลึกอยู่เสมอว่า การที่พวกเราได้อยู่อย่างเป็นสุขจนกระทั่งทุกวันนี้ ก็ด้วยพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ได้ทรงมีพระเมตตาต่อชาติไทย จึงได้เห็นพ้องต้องกันว่า ควรจะได้ร่วมกันจัดสร้างสิ่งอันเป็นอนุสรณ์แด่พระองค์ขึ้น เนื่องจากบริเวณบ้านเมืองงาย ตำบลเมืองงาย อำเภอเชียงดาว เป็นสถานที่ที่พระองค์ได้ทรงยั้งทัพตั้งค่าย เป็นการเตรียมตัวเข้าโจมตีขับไล่อริราชศัตรูโดยมีหลักฐานปรากฏชัดจากไม้รั้วค่ายซึ่งยังมีอยู่มากในบริเวณนั้นประกอบด้วยพระสถูปเจดีย์ซึ่งอยู่นอกเขตไทยได้ชำรุดทรุดโทรมและถูกทำลายไป จึงควรจะได้สร้างขึ้นในที่แห่งนี้แทนพระเจดีย์องค์ที่ได้สูญเสียไปนั้น


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินไปบวงสรวงดวงพระวิญญาณสมเด็จพระนเรศวร เมื่อวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๐๘ ณ ที่แห่งนี้ และเมื่อวันที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๑๑ ได้ทรงเจิมและทรงพระสุหร่ายศิลาฤกษ์และแผ่นอิฐซึ่งได้มาจากพระเจดีย์องค์เดิม ซึ่งประดิษฐาน ณ เมืองหาง รัฐไทยใหญ่ สหภาพพม่า ก่อนถูกทำลาย


นอกจากนั้นในวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๑๒ ได้เสด็จฯ มาเป็นประธานในพระราชพิธีพุทธาภิเษก ณ วัดพระสิงห์วรวิหารฯ เพื่อทรงเททองเป็นปฐมฤกษ์ ด้วยพระบารมีของล้นเกล้าล้นกระหม่อมทั้งสององค์ประชาชนได้มาร่วมพิธีและเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทอย่างล้นหลาม และประชาชนได้มาสั่งจองพระบูชาฯ พระเครื่องและสิ่งที่สร้างขึ้นในคราวนี้จนหมดสามารถมีทุนเพียงพอในการที่จะนำไปก่อสร้างพระสถูปเจดีย์และพระอนุสาวรีย์


ต่อมาเมื่อวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๑๓ ทางจังหวัดได้เรียนเชิญ พลเอก หลวงกัมปนาท แสนยากร องคมนตรีไปเป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์บรรจุแผ่นอิฐและบรรจุพระกริ่ง พระเครื่องไว้ในองค์พระสถูปเจดีย์ในงานนี้ประชาชนได้เกิดความศรัทธาอย่างแรงกล้านำแก้วแหวนเงินทองและสิ่งมีค่าอื่นๆ มาสมทบบรรจุไว้ในองค์พระสถูปนี้อย่างมากมาย


และเมื่อวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๑๓ จังหวัดได้นำความขึ้นกราบบังคมทูลเพื่ออัญเชิญเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ไปเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดอนุสรณ์และพระสถูปเจดีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชานุสรณ์ ซึ่งได้โปรดเกล้าฯ เสด็จฯ ในวันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๑๔


ด้วยเดชาภินิหารของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายอันมีพระสยามเทวาธิราชเป็นอาทิ ขอพระวิญญาณของพระองค์ซึ่งไม่ว่าทิพยวิมานชั้นฟ้าใดๆ ขอได้โปรดทรงรับรู้ในความยึดมั่นกตัญญู จงรักภักดี ของบรรดาชาวไทยทั้งมวลอันมีต่อพระองค์ท่านอย่างไม่มีเสื่อมคลาย และพวกข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายขอปฏิญาณต่อดวงพระวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์ว่าพวกเราพร้อมที่จะเจริญรอยตามพระยุคลบาท ในอันที่จะรักษาผืนแผ่นดินไทย ทุกกระเบียดนิ้วซึ่งพระองค์ได้พระราชทานไว้แก่คนทั้งมวล ให้ยืนยงคงอยู่ตราบชั่วฟ้าดินสลาย



บันทึกของมิรา : http://www.dannipparn.com/forum-36-1.html

Rank: 8Rank: 8

pimnuttapa โพสต์เมื่อ 2011-3-28 05:46 |แสดงโพสต์ทั้งหมด

IMG_6218.jpg


IMG_6233.jpg



พระบรมรูปของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ประดิษฐาน ณ ซุ้มเรือนแก้วติดกับองค์พระสถูปเจดีย์ฯ ค่ะ



IMG_6236.jpg



ประวัติพระบรมรูปของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช


กรมศิลปากรเป็นผู้ออกแบบและปั้นเสร็จเรียบร้อยเมื่อเดือนกันยายน ๒๕๑๓ และเททองหล่อหลอม เมื่อวันเสาร์ที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๑๓ ตรงกับวันแรม ๑๑ ค่ำ เดือน ๑๐ และตบแต่งแล้วเสร็จในเดือนพฤศจิกายน ๒๕๑๓ จากนั้นก็ได้อัญเชิญไปประดิษฐาน ณ สถูปเจดีย์ที่สร้างขึ้น เพื่อทันประกอบพิธีเปิดและฉลองในเดือนมกราคม ๒๕๑๔


แบบของอนุสรณ์

๑. ขนาดสูงประมาณ ๒ เมตร

๒. ลักษณะเป็นพระรูปยืนประทับแท่น

๓. เครื่องทรง ชุดเครื่องทรงออกศึกพระหัตถ์ซ้ายทรงพระแสงดาบ พระหัตถ์ขวาทรงพระเต้าในลักษณะหลั่งน้ำทักษิโณธก

๔. ไม่สรวมพระมาลา

๕. หล่อด้วยโลหะรมดำ


บันทึกของมิรา : http://www.dannipparn.com/forum-36-1.html

Rank: 8Rank: 8

pimnuttapa โพสต์เมื่อ 2011-3-28 05:49 |แสดงโพสต์ทั้งหมด

IMG_6207.jpg



พระราชประวัติโดยย่อของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช


(แหล่งที่มา: ป้ายประวัติพระราชประวัติโดยย่อของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ณ พระสถูปเจดีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชานุสรณ์)



สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงเสด็จพระราชสมภพ ณ เมืองพิษณุโลก เมื่อปีเถาะ พุทธศักราช ๒๐๙๘ พระองค์เป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระมหาธรรมราชา และพระวิสุทธิกษัตรี ราชธิดาในสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ และสมเด็จพระศรีสุริโยทัย  ดังนั้นพระองค์จึงมีพระชาติ ทั้งราชวงศ์พระร่วงแห่งกรุงสุโขทัยทางพระราชบิดา และราชวงศ์อยุธยาทางพระราชมารดา พระองค์ทรงมีพระพี่นางพระนามว่า พระสุวรรณเทวีหรือพระสุพรรณกัลยา และพระน้องยาเธอพระนามว่า สมเด็จพระเอกาทศรศ


ในขณะที่กรุงศรีอยุธยา ต้องตกเป็นประเทศราชของพม่า เมื่อพระองค์มีพระชันษาได้ ๙ ปี พระเจ้าหงสาวดีได้ขอไปเป็นพระราชบุตรบุญธรรม พระองค์ได้ประทับอยู่ที่หงสาวดีถึง ๖ ปี เมื่อพระชันษาได้ ๑๕ ปี จึงได้เสด็จจกลับกรุงศรีอยุธยา เพื่อช่วยพระราชกิจของพระราชบิดา ทรงดำรงพระยศเป็นพระมหาอุปราชาโดยได้เสด็จขึ้นไปครองเมืองพิษณุโลก


ขณะทรงพระเยาว์และในระหว่างที่พระองค์ทรงประทับอยู่ที่กรุงหงสาวดี ก็ได้ศึกษาวิชาศิลปะศาสตร์ และวิชาพิชัยสงคราม ทรงนิยมในวิชาการรบทัพจับศึก พระองค์ทรงมีโอกาสศึกษา ทั้งภายในราชสำนักไทย และราชสำนักพม่า มอญ และได้ทราบยุทธวิธีของชาติต่างๆ ที่มารวมกันอยู่ในกรุงหงสาวดี เป็นอย่างดี ทรงนำหลักวิชามาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับเหตุการณ์ และสภาพแวดล้อมได้เป็นเลิศ ดังเห็นได้จากการสงครามทุกครั้งของพระองค์ยุทธวิธีที่ทรงใช้ เช่น การใช้คนจำนวนน้อยเอาชนะคนจำนวนมาก และยุทธวิธีเดินเส้นใน พระองค์ทรงนำมาใช้ก่อนจอมทัพที่เลื่องชื่อในยุโรป


นอกจากนั้นหลักการสงครามที่เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน เช่น การดำรงความมุ่งหมาย หลักการรุก การออมกำลัง และการรวมกำลัง การดำเนินกลยุทธ เอกภาพในการบังคับบัญชา การระวังป้องกัน การจู่โจม หลักความง่าย ฯลฯ พระองค์ก็ทรงนำมาใช้อย่างเชี่ยวชาญ และประสบความสำเร็จอย่างงดงามมาโดยตลอด


พระองค์ทรงประกอบพระราชกรณียกิจอันเป็นคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติและพสกนิกรนานัปการราชการสงครามในสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเป็นเหตุการณ์ที่ยิ่งใหญ่และสำคัญยิ่ง พระองค์ได้ทรงกอบกู้เอกราชจากการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งแรก และได้ทรงแผ่อำนาจของราชอาณาจักรไทย อย่างกว้างใหญ่ไพศาล ทรงปราบปรามศัตรูของบ้านเมืองจนราบคาบ พระองค์ได้แสดงพระเดชานุภาพและพระปรีชาสามารถในการสงครามเป็นที่ประจักษ์แก่พสกนิกรและเป็นที่เกรงขามแก่อริราชไพรีทั้งปวง ทรงกระทำยุทธหัตถีชนะมังสามเกลียดพระมหาอุปราช ที่ตำบลหนองสาหร่าย จังหวัดสุพรรณบุรี เมื่อปีพ.ศ.๒๑๓๕  


ลุพุทธศักราช ๒๑๔๘ พระยาอังวะยกทัพไปตีเมืองนายและจะไปตีเมืองแสนหวีอันอยู่ในพระราชอาณาจักร พระองค์จึงได้กรีฑาทัพขึ้นมายังเมืองเชียงใหม่และยกทัพมุ่งไปเมืองหางทรงโปรดให้ตั้งค่ายยั้งทัพ ณ ตำบลเมืองงาย คือที่ตั้งพระสถูปฯ ปัจจุบัน แล้วเสด็จยกทัพหลวงไปที่ตำบลทุ่งแก้วราชอาณาจักรพม่าแล้วทรงประชวรเป็นละลอกที่พระพักตร์กลายเป็นพิษเสด็จสวรรคต  รวมพระชนมายุได้ ๕๐ พรรษา และเสวยราชได้ ๑๕ พรรษา


พระราชกรณียกิจน้อยใหญ่ทั้งสิ้นทั้งปวงของพระองค์ เป็นไปเพื่อประโยชน์ของบ้านเมืองและคนไทยทั้งมวล ตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ จะอยู่ในสนามรบและชนบทโดยตลอด มิได้ว่างเว้น แม้แต่เมื่อเสด็จสวรรคต ก็เสด็จสวรรคตในระหว่างเดินทัพไปปราบศัตรูของชาติไทย นับว่าพระองค์ได้ทรงสละพระองค์เพื่อชาติบ้านเมืองโดยสิ้นเชิง สมควรที่ชาวไทยรุ่นหลังต่อมาได้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์และจดจำวีรกรรมของพระองค์ เทิดทูนไว้เหนือเกล้าฯ ไปตราบชั่วกาลนาน


บันทึกของมิรา : http://www.dannipparn.com/forum-36-1.html

Rank: 8Rank: 8

pimnuttapa โพสต์เมื่อ 2011-3-28 05:52 |แสดงโพสต์ทั้งหมด

IMG_6083.jpg



IMG_6110.jpg



พระราชประวัติสมเด็จพระนเรศวรมหาราชกับเมืองงายในอดีต


เมืองงายในอดีตมีความสำคัญในทางประวัติศาสตร์อยู่มิใช่น้อยจากบทความรู้เรื่องเมืองงายของอาจารย์ชุ่ม ณ บางช้าง ได้กล่าวไว้ว่า ความสำคัญของเมืองงายเนื่องจากตั้งอยู่ในเส้นทางเดินทัพบุเรงนอง กษัตริย์พม่าเคยทรงใช้เส้นทางผ่านสายเมืองงายนี้เข้าโจมตีนครเชียงใหม่ถึง  ๒ ครั้ง เมื่อ พ.ศ.๒๑๐๑  ครั้งหนึ่ง กับเมื่อ พ.ศ.๒๑๐๗ อีกครั้งหนึ่ง และสมเด็จพระนเรศวรมหาราช แห่งกรุงศรีอยุธยา ก็ได้ทรงใช้เส้นทางนี้ เมื่อคราวเสด็จยกกองทัพไปตีกรึงอังวะเมื่อ พ.ศ.๒๑๔๗


ปรากฏหลักฐานจากหนังสือไทยรบพม่า พระราชนิพนธ์สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ มีข้อความพิสดารว่า “ครั้นพระเจ้าอังวะมีอำนาจขึ้น เหล่าเมืองไทยใหญ่ที่อยู่ใกล้แดนพม่ากลัวเกรงกลัวยอมอ่อนน้อมต่อพระเจ้าอังวะก็มี เมืองที่อยู่ห่างออกไปไม่ยอมอ่อนน้อมโดยดี พระเจ้าอังวะก็ยกทัพปราบปรามตีได้เมืองไทยใหญ่ ที่ตั้งตัวเป็นอิสระโดยลำดับมาจนถึงเมืองหน่ายที่มาขึ้นอยู่กับไทย พระเจ้าอังวะตีได้เมืองหน่ายแล้วจะมาตีเมืองแสนหวี สมเด็จพระนเรศวรทรงทราบก็ขัดเคือง จึงดำรัสสั่งให้กะเกณฑ์รี้พลจำนวน ๑๐๐,๐๐๐ เข้ากองทัพจะเสด็จไปตีเมืองอังวะ


กองทัพที่ยกไปคราวนี้ จะเดินทางเมืองเชียงใหม่ไปข้ามแม่น้ำสาละวิน ที่เมืองหางแล้วผ่านแว่นแคว้นไทยใหญ่ไปเข้าแดนพม่าที่ใกล้เมืองอังวะ ทางที่กะนี้สะดวกกว่าจะยกไปทางเมืองมอญ เพราะไปทางเมืองมอญจะต้องรบพุ่งกับเมืองตองอูและเมืองแปงก่อนจึงจะผ่านขึ้นไปถึงเมืองอังวะได้ไปทางเมืองเชียงใหม่เดินทางในพระราชอาณาจักรไป จนในแดนไทยใหญ่พวกไทยใหญ่ที่เข้ากับไทยก็มีมาก โดยจะมีบางเมืองที่จะต่อสู้ก็จะไม่แข็งแรงเท่าใดนักเพราะพระเจ้าอังวะ ก็เพิ่งได้เมืองเหล่านั้นไว้ในอำนาจ


ที่สมเด็จพระนเรศวรเสด็จมาทางเมืองเชียงใหม่คงเป็นด้วยเหตุเหล่านี้ เห็นจะเอาเมืองเชียงใหม่เป็นที่ประชุมพล และเกณฑ์กองทัพมอญ ทัพชาวล้านนา เข้าสมทบกับกองทัพไทย จำนวนเบ็ดเสร็จคงจะราวสัก ๒๐๐,๐๐๐ แต่รายการที่มีในหนังสือพงศาวดารน้อยนักปรากฏแต่ว่า สมเด็จพระนเรศวรกับสมเด็จพระเอกาทศรส  เสด็จออกจากพระนครเมื่อ ณ วันพฤหัสบดีเดือนยี่ แรม ๘ ค่ำ ปีมะโรง พ.ศ.๒๑๔๗ เสด็จโดยกระบวนเรือไปตั้งทัพชัย ณ ตำบลพระหล่อ แล้วยกกองทัพบกไปทางเมืองกำแพงเพชร ครั้นเสด็จไปถึงเมืองเชียงใหม่ จัดกระบวนทัพอยู่เดือน ๑ แล้วให้กองทัพสมเด็จพระเอกาทศรถออกไปทางเมืองฝาง


ส่วนกองทัพหลวงยกไปทางเมืองหาง ครั้นเสด็จถึงเมืองหางตั้งค่ายหลวงประทับอยู่ที่ทุ่งแก้ว สมเด็จพระนเรศวรประชวรเป็นละลอกขึ้นที่พระพักตร์ แล้วกลายเป็นบาดทะพิษพระอาการหนัก จึงโปรดให้ข้าหลวงรีบไปเชิญเสด็จพระเอกาทศรถมาเฝ้า  สมเด็จพระเอกาทศรถเสด็จมาถึงได้ ๓ วัน สมเด็จพระนเรศวรก็สวรรคตที่เมืองหาง เมื่อ ณ วันจันทร์ เดือน ๖ ขึ้น ๘ ค่ำปีมะเส็ง พ.ศ.๒๑๔๘ พระชันษา ๕๐ ปี เสวยราชสมบัติได้ ๑๕ ปี


กองทัพหลวงของสมเด็จพระนเรศวรครั้งนี้จะต้องไปตามเส้นทางเมืองงายอย่างปราศจากข้อสงสัย เนื่องจากเส้นทางเชียงใหม่-ฝาง ยังไม่มีในสมัยนั้น และการประทับแรมที่เมืองงายก็น่าปราศจากข้อสงสัยเช่นเดียวกันเพราะคงจะแยกกำลังศึกแสนคนออกเป็น ๒ กองทัพหลวงที่เมืองงายนี้เลย แล้วต่อจากนั้นสมเด็จพระเอกาทศรถก็ทรงคุมกองทัพหน้าไปทางเมืองฝาง


ส่วนสมเด็จพระนเรศวรทรงคุมกองทัพหลวงไปทางเมืองหาง และไปทรงพระประชวร แล้วเสด็จสวรรคต ณ เมืองนั้นตามที่ปรากฏในพระราชนิพนธ์ดังกล่าวข้างต้น ความสำคัญของเมืองงายทางด้านประวัติศาสตร์ จึงอยู่ตรงที่ว่า เมืองงายเป็นตำแหน่งสุดท้ายในแผ่นดินในสมัยปัจจุบันซึ่งอดีตที่พระมหาราชผู้เกรียงไกรได้ประทับ และเสด็จผ่าน


เมืองหางหรือเมืองห้างหลวง ปัจจุบันติดชายแดนประเทศไทย ห่างจากเมืองฝาง ประมาณ ๔๐ ก.ม. อยู่ในรัฐไทยใหญ่สหภาพพม่ามีเจดีย์สร้างไว้ที่เชิงเขา ๒ องค์ เป็นเจดีย์ที่สมเด็จพระเอกาทศรถโปรดให้สร้างขึ้น แต่ในปัจจุบันนี้ได้ชำรุดทรุดโทรมถูกทำลายจนหมดสิ้น



บันทึกของมิรา : http://www.dannipparn.com/forum-36-1.html

Rank: 8Rank: 8

pimnuttapa โพสต์เมื่อ 2011-3-28 05:59 |แสดงโพสต์ทั้งหมด

IMG_6150.jpg


IMG_6167.jpg



เดี๋ยวเรามากราบนมัสการพระสถูปเจดีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชานุสรณ์ พร้อมกันเลยนะคะ


พระคาถาบูชาสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

(กล่าวนะโม ๓ จบ)  โอม  ปะระเม นะเรศวรมะหาราช นะเรศสะ จิตติ อิทธิฤทธา นุภาเวนะ นะเรศจิตติ สิทธิ สังโฆ นะโม พุทธ ปะฐะวี คงคา ภุมมะ เทวา ขะมามิหัง (สวด ๓ จบหรือ ๙ จบ)



IMG_6080.jpg


IMG_6201.jpg



สมเด็จพระนเรศวรมหาราช แด่ลูกหลาน เหลนไทย


อันอังคารสังขารของกูนี้

บัดนี้ผ่านสี่ร้อยกว่าปีหามีไม่

ถึงกายกูตัวกูจะจากไป

วิญญาณไซร้ยังอยู่คู่แผ่นดิน


ก็แผ่นดินผืนนี้หรือมิใช่ ที่กูสู้กู้ไว้ ให้ลูกหลาน

บัดนี้เหลนโหลนอยู่สุขมานาน

ถึงปราศปรานยังอยู่คู่พวกมึง

กูสู้กู้แผ่นดินไว้ให้อิสระนำคนไทยสู่ชัยชนะมิรู้สิ้น


ถึงตัวตาย(ไป) รักษ์ไว้ ซึ่งแผ่นดิน

ปณิธานนี้มิเลือนถึงสิ้นปราณ

แผ่นดินผืนนี้มีความศักดิ์สิทธิ์

แม้นมันผู้ใดคิดมุ่งร้ายต้องตายสิ้น


เหตุเพราะกูผู้กอบกู้กู้แผ่นดิน

ยังดูแลตราบสิ้นชั่วกาลนาน

กรุงศรีเคยคลุกคลีด้วยสีเลือด

แผ่นดินเคยลุกเดือดเลือดโลมไหล


แต่ไทยต้องคงนานความเป็นไทย

ถึงไม่มีใครวิญญาณกูจะรู้เอง



บันทึกของมิรา : http://www.dannipparn.com/forum-36-1.html

สมาชิกที่เพิ่งอ่านหัวข้อนี้

คุณต้องเข้าสู่ระบบก่อนจึงจะสามารถตอบกลับ เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก

แดนนิพพาน ดอท คอม

GMT+7, 2018-12-10 21:26 , Processed in 0.027446 second(s), 16 queries .

Powered by Discuz! X1.5

© 2001-2010 Comsenz Inc. Thai Language by DiscuzThai! Team.