[พิธีกรรม] เปรตยะพลี (อ.วิเชียร อยู่เกตุ)
7 [' Z9 v4 L6 H# R' w9 t) yเปรตเกิดจากการที่สมัยเป็นมนุษย์ ชอบก่อกรรมทำเข็ญ และผิดศีลธรรมเนืองๆ และเมื่อตายจากโลกนี้ไปแล้ว ก็ไปอุบัติเป็นสัตว์นรก ได้รับทุกข์เวทนาเป็นเวลานาน' f: `# x3 x6 `+ [$ F6 ~0 M2 R
( K2 q# ~) s; j; J' }
ครั้นหมดอายุไขจากนรกแล้ว ด้วยเศษของกรรมที่กระทำไว้ยังหลงเหลืออยู่ จึงส่งผลให้ไปเกิดเป็น เปรต อยู่ในพื้นภูมิมนุษย์ โดยไม่ต้องอาศัยพ่อแม่เกิด มีลักษณะและอาการตามนั้นๆ5 T* j7 w; ~; }% W/ U5 z0 s9 U! i- U
6 t% `7 y/ }5 uเปรต ตามความเชื่อไทย มีรูปร่างสูงเท่าต้นตาล ผมยาว คอยาว ผอมโซ ผิวดำ ท้องโต มือเท่าใบตาล แต่มีปากเท่ารูเข็ม และเปรตจะหิวอยู่ตลอดเวลาเนื่องจากกินอะไรไม่ได้มากนัก จึงชอบมาขอส่วนบุญในงานบุญต่างๆ ซึ่งเมื่อสะสมบุญได้แล้วมาเกิดในชาติหน้า จะได้ไม่ต้องทุกข์ทรมานอย่างที่เป็นอยู่
5 y [- o3 V8 n2 l& l
* y6 W: T7 ]6 L2 _ซึ่งจากลักษณะนี้ ทำให้คำว่าเปรต กลายมาเป็นคำด่าในภาษาไทย ที่หมายถึง คนที่อดยากผอมโซ เที่ยวรบกวนขอเขากิน หรือเมื่อมีใคร ได้โชคลาภก็รีบมาขอแบ่งปัน/ P1 z/ E8 I O; ~5 Y& u0 X
+ |$ Y( n& ` H- t+ q+ yเปรตในภพภูมิปัจจุบัน เมื่ออดีตที่ผ่านมาอาจจะเคยมีความเกี่ยวข้องกับเรา โดยไม่รู้ตัวก็เป็นได้ อาจจะเคยเป็นบรรพบุรุษของเราในอดีต หรือมีความเกี่ยวพันกันด้านใดด้านหนึ่ง) j4 x+ }: \5 c4 L. t' S5 ^. S, }( B
$ v5 X0 l% G e2 V/ K: Y+ Fความสำคัญของพิธีกรรมพลีเปรตยะ:-
9 {5 r& S, W: k- b. @. N, y(***ผู้ที่ดำเนินการเป็นพิธีกรนำกล่าว ควรอ่านบทความนี้ทุกครั้งก่อนเริ่มพิธีกรรม***)
: k1 X$ s2 w; M( [9 oในพระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย จตุกนิบาต เล่ม ๒- หน้าที่ ๒๐๑ กล่าวว่า....
* `7 z/ H) c1 G( fข้อที่ ๑ "...หมั่นขยัน ทำมาหากินที่ได้มาซึ่งโภคทรัพย์ต่างๆ โดยธรรมนี้กรรมที่สมควร" ข้อที่ ๒ ของอริยะสาวกนั้นเป็นการชอบแก่เหตุแล้ว เป็นการสมควรแล้ว เป็นการใช้โภคทรัพย์ โดยทางที่ควรใช้แล้วอีกข้อหนึ่ง อริยะสาวกย่อมเป็นผู้ ทำพลี ๕ คือ1 k" { a& z% M4 S0 N8 W/ m
5 N7 ~! ]; l- Y! }7 L+ Z$ `๑. ญาติพลี(ให้การสงเคราะห์ญาติทั้งหลาย)
3 Z* o" D" g$ I, m. j๒. อติถีพลี (ให้การต้อนรับแขกผู้มาเยือน)
, W$ |3 x m3 ^! m0 N( L3 W) z3 h๓. ปุพพะเปรตยะพลี (ทำบุญอุทิศให้แก่ผู้ตายหรือผู้ล่วงลับ)
9 F; V6 s; z S2 y0 K๔. ราชพลี (ช่วยเหลือราชการ เช่น การจ่ายภาษี การให้ความเคารพต่อกฏหมายบ้านเมือง เป็นต้น)3 c& P8 o4 {- _) d% o" L
๕. เทวตาพลี (หมั่นทำบุญกุศลอุทิศให้เทวดา) ) u% o) b( J0 L3 U/ t+ F1 I
x" ^ A1 Q; m" Y9 a
โดยโภคทรัพย์ที่หามาได้ด้วยความหมั่นขยัน ฯลฯ ที่ได้มาโดยธรรม นี้เป็นกรรมที่สมควรข้อที่ ๓ ของอริยะสาวกนั้นเป็นการชอบแก่เหตุแล้ว เป็นการสมควรแล้ว เป็นการใช้(โภคทรัพย์) โดยทางที่ควรใช้แล้วอีกข้อหนึ่ง อริยะสาวกย่อมตั้งใจบริจาค ทักษิณาทานอย่างสูง ที่จะอำนวยผลดีเลิศ มีสุขเป็นวิบาก เป็นทางสวรรค์ ในสมณะพราหมณ์ทั้งหลาย ผู้เว้นไกลจากความ มัวเมา ประมาท มั่นคงอยู่ในขันติโสรัจจะ ฝึกฝนตนอยู่ผู้เดียว ระงับตนเองอยู่ผู้เดียว ดับกิเลสจนอยู่ผู้เดียว ด้วยโภคทรัพย์ที่ได้มาด้วยความหมั่นขยัน ฯลฯ ที่ได้มาโดยธรรม นี้เป็นกรรมที่สมควรข้อที่ ๔ ของอริยะสาวกนั้น เป็นการชวบแก่เหตุแล้ว เป็นการสมควรแล้วเป็นการใช้โภคทรัพย์ โดยทางที่ควรใช้แล้ว ดูก่อนคฤหบดีอริยะสาวกนั้น ย่อมเป็นผู้ทำกรรมที่สมควร ๔ นี้ด้วยโภคทรัพย์ที่ได้มาด้วยความหมั่นขยัน ที่สะสมขึ้นด้วยกำลังแขนที่ต้องทำงานจนเหงื่อไหล ที่ชอบธรรมที่ได้มาโดยธรรม ดูก่อนคฤหบดี โภคทรัพย์ทั้งหลายของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ถึงความหมดเปลืองไป เว้นเสียจากกรรมที่สมควร ๔ ประการนี้ โภคทรัพย์เหล่านี้เรียกว่าหมดไปโดยไม่ชอบแก่เหตุ
( C& A4 P+ L$ g+ C# Z. A3 X$ Wหมดไปโดยไม่สมควร ใช้ไปโดยทางที่ไม่ควร.... "
2 z4 O8 v! w: q( e6 @8 v1 R& b* y6 W. ^" C; x& F% ~
จากบทความพระไตรปิฎก ของพระพุทธศาสนา จะเห็นว่าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพระพุทธเจ้า ท่านทรงมีเมตตาต่อสรรพสัตว์ทุกหมู่เหล่า และยังทรงสอนให้มีการแผ่เมตตาให้กับเพื่อร่วมโลก ซึ่งอาจจะได้รับวิบากกรรมเก่าไปเกิดในแดนต่างๆ เช่นเดียวกันกับเปรตยะก็เป็นอีกภพหนึ่ง ที่ได้รับกรรมที่ตนได้กระทำไว้ เมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่ในโลกมนุษย์$ e. A0 f: |7 V! O, D
2 ^* N% y& f7 s$ e* L
การทำพิธีเปรตยะพลี โดยให้เครื่องสังเวยกับเปรตผู้ล่วงลับ นับว่าเป็นกุศลอย่างยิ่ง เราชาวพุทธทุกคนควรหาโอกาส ทำบุญอุทิศทานให้เปรตยะเป็นครั้งคราว นับว่าเป็นสิ่งที่ดีมีประโยชน์ ในการเสริมบุญบารมี
, t8 R" A7 I) ~# @' G7 L4 Q& c; q& r! R# h+ r
/ Y; R6 ^( j0 ~0 f$ s; L- i
เครื่องสังเวยที่คนไทยนิยมใช้ในการทำพลีให้เปรตยะ:-7 B) b! ]4 c; F: {! L
๑. อาหารคาว-หวาน
- u( H O% r" f6 [. r; L- V& s; |. V๒. ขนม นมเนย
/ q7 R. C" X a, g+ B! a2 l7 j๓. เหล้าขาว1 |4 Y: G& i0 _7 Q$ |3 Z
๔. หมากพลู
4 H, W$ h0 A4 k5 F๕. น้ำเปล่า ๑ แก้ว$ S" P( k4 e! x
๖. ธูป ๑ ดอก5 T! m! P# J( V" R& N
๗. มาลัย ๑ พวง
8 J* E' j% X' y# o K# y2 A( }/ v! M# x8 R3 I7 _0 Y
คำบอกล่าวเปรตยะพลี:-
& j7 c& z+ E) b A% @8 Y(***ขณะทำพิธีนี้ ตอนถือธูป ๑ ดอก ห้ามยกมือพนมไหว้ เพราะเปรตมีภูมิต่ำกว่ามนุษย์ ให้ยืนเฉยๆ ถือธูปไว้ที่ระดับเหนือสะดือขึ้นมาเล็กน้อย ห้ามยกมือไหว้ตั้งแต่ต้น-จนจบพิธีกรรม เมื่อวางถาดอาหารของพลีเสร็จแล้ว ให้ปักธูปลงกับพื้นดิน (ต้องให้ปลายด้านธูปสัมผัสกับพื้นดิน) และหันหลังให้กับของสังเวยเหล่านั้น พร้อมกับเดินหนีทันที อย่าหันกลับมามองอาหารพลีอีกเด็กขาด พิธีกรรมนี้จะทำที่ไหนก็ได้ เช่น แยกทางสามแพร่ง สี่แพร่ง ตามทางเดินต่างๆ หรือข้างถนน)
, P: `( d( a' z2 L
+ M7 i2 k# I: ^: S" ?3 Jข้าพเจ้าชื่อ.................................นามสกุล......................อายุ........ปี สถานที่เกิด..................ข้าพเจ้าได้แต่งบุญบัตรพลีเปรตยะ ให้กับผู้ล่วงลับ มตกะผู้ล่วงลับไปแล้วจากโลกนี้ ทุกหมู่เหล่ารวมถึงอสูรกาย สัมภเวสี อสัมภเวสี สัตว์เดรัจฉานทั้งหลาย รวมถึงเจ้ากรรม และนายเวร ของข้าพเจ้า ที่ได้ทุกขเวทนาอยู่ในขุมนรกหนึ่งขุมนรกใด ขอจงรับเครื่องสังเวย ที่ข้าพเจ้าได้ทำพลี อาหารคาวหวานไปให้ท่านทั้งหลาย เมื่อท่านทั้งหลายได้รับเครื่องสังเวยจนอิ่มหนำสำราญดีแล้ว โปรดนำสารนี้ไปบอกแก่ผู้ที่ไม่ได้มา ให้รับทราบโดยทั่วกันว่า ]/ M s, d( w4 s! b
ถ้ามีท่านใดที่เคยมีเวร มีกรรมกับข้าพเจ้า อยู่ในนรกขุมหนึ่งขุมใดก็ดี ขอท่านพญามาร นายขุม นายเวรก็ดี ช่วยแจ้งข่าวไปยังเจ้ากรรม และนายเวรของข้าพเจ้าด้วยว่า ข้าพเจ้าได้แต่งบุญบัตรพลีเปรตยะ พลีไปให้เขาเหล่านั้นแล้ว เพื่อเป็นการขอขมากรรมต่อเขาเหล่านั้น ณ วันนี้ คืนนี้ ขอท่านทั้งหลายอย่ามีเวรมีกรรมกันต่อไปอีกเลย5 l( S2 ^. b! ]! t
0 h% _: N9 i8 B* v& R9 w
ในวันนี้ข้าพเจ้าชื่อ..................นามสกุล................ได้ตั้งกองบุญ ( ๒๔ กองบุญ , ไหว้พระ, สวดมนต์, นั่งสมาธิ, ฟังธรรม, ถวายผ้าป่า,ทำสังฆทาน ฯลฯ) และได้เปลี่ยนจิตใจเป็นคนดีแล้ว
+ z |4 [$ J& a0 e$ k9 Bท่านใดที่ปรารถนากองบุญ-กุศล กองทาน กองศีล ของข้าพเจ้าที่ได้มีอยู่แล้ว และได้กระทำไปแล้วในวันนี้ ขอกุศลทั้งหลายนี้ จงสำเร็จแด่ท่านทั้งหลายด้วยเถิด ต่อด้วย....
# n3 \1 @6 D! m# [1 x6 ~( T) Z* r x, w
คำขอขมาลาโทษต่อเจ้ากรรม และนายเวร:-
9 t k8 f* k w2 Nกรรมใดที่ข้าพเจ้าได้กระทำไว้ ในอดีตชาติ ปัจจุบันชาติ ด้วยกายกรรม ๓ ฆ่าสัตว์, ลักทรัพย์, ประพฤติผิดในกาม วจีกรรม ๔ ,พูดเท็จ, พูดส่อเสียด, พูดคำหยาบ, พูดเพ้อเจ้อเหลวไหล, มโนกรรม ๓ , ความโลภะ, ความพยาบาท, การคิดปองร้าย, ขอผลกรรมนั้น จงอย่ามีเวรและกรรมกับข้าพเจ้าอีกเลย บุญกุศลอันใดที่ข้าพเจ้าได้กระทำไว้ในอดีตชาติ และปัจจุบันชาติ ขอจงสำเร็จกับเจ้ากรรม และนายเวร ทั้งหลายด้วยเถิด ขออย่าได้มีเวรและกรรม ซึ่งกันและกันเลย พุทโธอโหสิ ธัมโมอโหสิ สังโฆอโหสิ
1 l/ e8 }* ]. K8 B) i7 o" J
9 u+ H0 O7 o. n2 z" j$ Z/ t5 t% U1 e
คำอุทิศบุญกุศลให้กับเปรตผู้ล่วงลับจากโลกนี้ไปแล้ว:-' f; @" x' O- t8 D3 ~# h7 ~/ [
อิทังเม ญาตีนัง โหตุ สุขิตาโหนตุ ญาตะโย สุขิตาโหนตุ ญาตะโย
2 {2 {% s6 h9 D6 V: @2 ?) `5 Dขอบุญส่วนนี้ จงสำเร็จแก่ญาติทั้งหลาย ของข้าพเจ้า ขอให้ญาติทั้งหลายของข้าพเจ้า มีความสุข % t! h: ^# Y6 L. m+ N* @4 u6 O: ~
อิทัง สัพพะเปตานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพพะเปตา
5 e5 |( Y! c- Z5 X+ Mขอบุญส่วนนี้ จงสำเร็จแก่เปรตทั้งหลาย ขอให้เปรตทั้งหลาย มีความสุข ; |6 ~3 [! [$ |
อิทัง สัพพะเวรีนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพเวรี5 f# n$ i+ l6 q0 C& p8 `) @
ขอบุญส่วนนี้จงสำเร็จแก่เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย ขอให้เจ้ากรรมและนายเวรทั้งหลายมีความสุข
+ E5 ?) X, _% E5 `: e1 k: p6 R9 yอิทัง สัพพะสัตตานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ สัตตา
$ P5 e9 g+ U& E8 L# l$ B* ]ขอบุญส่วนนี้จงสำเร็จแก่สัตว์ทั้งหลาย ขอสัตว์ทั้งหลายมีความสุข ทั่วหน้ากันเทอญ
) O- \1 r* o; F/ k% ^, R( d' e
พุทธังขมามิ ธัมมังขมามิ สังฆังขมามิ ยมมาขมามิ เอหิปิมัง พาเรหิ นัตตัสสะ, v1 u. p$ I4 W" l
3 Z F8 b( _3 O; K
|