แดนนิพพาน "โมทนาทุกดวงจิตถึงซึ่งแดนนิพพาน"

 

   

ค้นหา
เจ้าของ: pimnuttapa
go

วัดพระพุทธบาทตากผ้า ม.๖ ต.มะกอก อ.ป่าซาง จ.ลำพูน [คัดลอกลิงค์]

Rank: 8Rank: 8

IMG_0352.JPG



IMG_0316.JPG



IMG_0313.JPG



IMG_0374.JPG



IMG_0389.JPG



IMG_0386.JPG



IMG_0569.JPG



IMG_0420.JPG



IMG_0444.JPG



พระธาตุสี่ครูบา วัดพระพุทธบาทตากผ้า

พระครูบาเจ้าศรีวิชัย สิริวิชโย นักบุญแห่งล้านนาไทย ดำริที่จะสร้างพระเจดีย์ไว้บนยอดดอยเครือ เพื่อประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ แต่ท่านพระครูบาเจ้าได้มรณภาพเสียก่อน

คณะศิษยานุศิษย์ของท่านพระครูบาเจ้าศรีวิชัย จึงได้ดำเนินการสร้างพระบรมธาตุเจดีย์ขึ้นตามแบบพระธาตุหริภุญชัย อ.เมือง จ.ลำพูน ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พระอรหันตธาตุ และพระเครื่อง ๘๔,๐๐๐ องค์ สร้างสำเร็จในปีพุทธศักราช ๒๕๑๘ โดยมี พระครูบาเจ้าชัยยะวงศาพัฒนา อดีตเจ้าอาวาสวัดพระพุทธบาทห้วยต้ม อ.ลี้ จ.ลำพูน เป็นประธานดำเนินการสร้าง



IMG_0395.JPG



IMG_0462.JPG



คำไหว้พระธาตุสี่ครูบา วัดพระพุทธบาทตากผ้า

(ว่านะโม ๓ จบ) อะหัง ภันเต สิระสา นะมามิ อิมิสสัง เจติยัง ปะติฏฐิเต สารีริกะธาตุโย อะระหันตะธาตุโย จัตตาโร จะ มะหาเถรา อินทะจักกัญจะ มะหาเถรัง พรัหมจักกัญจะ มหาเถรัง คัมภีรัญจะ มหาเถรัง โพธิกัญจะ มหาเถรันติ วันทิตวา จะ ปะนะ โสตถิ เม โหตุ สัพพะทาฯ


คำแปล ข้าพเจ้าขอนอบน้อมไหว้ ด้วยเศียรเกล้า ซึ่งพระบรมสารีริกธาตุเจ้า พระอรหันตะธาตุเจ้าทั้งหลาย และพระมหาเถระทั้งสี่รูป คือครูบาเจ้า อินทจักรรักษามหาเถระ ครูบาเจ้าพรหมจักรมหาเถระ ครูบาเจ้าคัมภีรญาณมหาเถระ พระครูบาพ่อเป็ง โพธิโกมหาเถระ อันประดิษฐานอยู่ ณ พระเจดีย์นี้ ก็แล ครั้นไหว้แล้ว ขอความสวัสดี จงมีแก่ข้าพเจ้าในกาลทุกเมื่อเทอญฯ



IMG_0320.JPG



IMG_0486.JPG



ประวัติพระธาตุสี่ครูบา วัดพระพุทธบาทตากผ้า


พระธาตุสี่ครูบา วัดพระพุทธบาทตากผ้า เป็นเจดีย์สีทอง องค์ระฆังเล็ก ฐานกว้าง ๒๐ เมตร สูง ๓๔ เมตร รายล้อมด้วยเจดีย์ขนาดเล็กอีก ๑๗ องค์ ฐานทาสีทอง องค์ระฆังและปลียอดหุ้มทองจังโก ซุ้มจระนำเป็นทางเข้าสี่ทิศ ประดับลวดลายปูนปั้นรูปหงส์ นาค ซุ้มประตูทำตามแบบวัดพระธาตุลำปางหลวง จ.ลำปาง บานประตูทางเข้า เป็นไม้แกะสลักลวดลายป่าหิมพานต์


พระบรมธาตุเจดีย์สร้างเมื่อ เดือนเมษายน ปีพุทธศักราช ๒๕๑๘ โดยมี พระครูบาเจ้าชัยยะวงศาพัฒนา เจ้าอาวาสวัดพระพุทธบาทห้วยต้ม อ.ลี้ จ.ลำพูน เป็นประธานการก่อสร้าง ได้มอบหมายให้ นายโต๊ะโน่ ชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง เป็นช่างดำเนินการก่อสร้าง ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พระอรหันตธาตุ และพระเครื่อง ๘๔,๐๐๐ องค์ เพื่อความเป็นสิริมงคล


เมื่อวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๒๓ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเจิมแผ่นหิน เพื่อบรรจุในองค์พระเจดีย์นี้


และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ แทนพระองค์ไปในการพระราชพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุและยกฉัตรพระเจดีย์ ณ เจดีย์สี่ครูบา วัดพระพุทธบาทตากผ้า อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน เมื่อวันอังคารที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๓๒



บันทึกของมิรา : http://www.dannipparn.com/forum-36-1.html

Rank: 8Rank: 8

IMG_6863.JPG



พระธาตุสี่ครูบา ประดิษฐานบนยอดดอยเครือ ซึ่งเป็นดอยที่ตั้งอยู่ด้านหลังวัดพระพุทธบาทตากผ้า


IMG_0438.JPG



IMG_0429.JPG



ทางขึ้นบันไดนาคนมัสการพระธาตุสี่ครูบา อยู่ด้านหลังวัดพระพุทธบาทตากผ้า

โดยเดินขึ้นบันไดจากด้านหลังวัดพระพุทธบาทตากผ้า มีบันได ๔๖๙ ขั้น


IMG_0431.JPG



IMG_0434.JPG



รูปปั้นยักษ์กุมภัณฑ์ ๒ ตน และเสือ ประดับบันไดทางลง บนยอดดอย ณ พระธาตุสี่ครูบา วัดพระพุทธบาทตากผ้า

ซึ่งเสือเป็นสัญลักษณ์ปีเกิดของพระครูบาเจ้าศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนาไทย


IMG_0239.JPG



IMG_0242.JPG



ทางขึ้นพระธาตุสี่ครูบาโดยรถยนต์ วัดพระพุทธบาทตากผ้า

โดยขับรถอ้อมผ่านถนนรพช. ลพ.๕๐๔๖ หน้าวัดพระพุทธบาทตากผ้า ไปทางด้านขวาตัดขึ้นไปบนดอย ระยะทาง ๑.๖๓๕ กิโลเมตร


IMG_0270.JPG



ประตูทางเข้า ทางขึ้นพระธาตุสี่ครูบาโดยรถยนต์ วัดพระพุทธบาทตากผ้า


IMG_0287.JPG



ทางขึ้นนมัสการพระธาตุสี่ครูบาบนยอดดอย วัดพระพุทธบาทตากผ้า


IMG_0299.JPG



บันไดนาคทางขึ้นนมัสการพระธาตุสี่ครูบาบนยอดดอย วัดพระพุทธบาทตากผ้า

คุณสมนึก-คุณละไม ศรีศักดา กรุงเทพฯ สร้างถวาย เมื่อวันที่ ๑๕ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๓๕


บันทึกของมิรา : http://www.dannipparn.com/forum-36-1.html

Rank: 8Rank: 8

IMG_7183.JPG



IMG_7185.JPG



IMG_7171.JPG



ลานธรรมสังเวช (เมรุครูบา) วัดพระพุทธบาทตากผ้า


IMG_7175.JPG



IMG_7172.JPG



IMG_7166.JPG



IMG_7178.JPG



ต้นศรีมหาโพธิ์ลานธรรมสังเวช (เมรุครูบา) วัดพระพุทธบาทตากผ้า

ต้นศรีมหาโพธิ์นี้ ได้ยืนตระหง่านทอดกิ่งก้านสาขาบนลานพระราชทานเพลิงสรีระสังขารของพระสุพรหมยานเถร (ครูบาพรหมา พฺรหฺมจกฺโก) บริเวณหน้าวัด ซึ่งนับว่าเป็นลานธรรมสังเวชที่สรีระสังขารของท่านครูบาปรากฏเป็นครั้งสุดท้าย

และ ณ ลานธรรมสังเวชนี้เช่นกัน ที่ได้ทำให้พระเพลิงมลายสรีระสังขารของท่านครูบากลับคืนสู่ธรรมชาติตามกฎไตรลักษณ์


IMG_7162.JPG



ประวัติลานธรรมสังเวช (เมรุครูบา) วัดพระพุทธบาทตากผ้า


ลานธรรมสังเวช วัดพระพุทธบาทตากผ้า เป็นสถานที่ประดิษฐานสรีระสังขารของท่านครูบาพรหมา พฺรหฺมจกฺโก (พระสุพรหมยานเถร) ในครั้งสุดท้าย เพื่อพระราชทานเพลิงศพ ตั้งอยู่บริเวณหน้าวัด

เป็นฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีขนาดกว้างยาว ๒๑ เมตร มีความสูงของฐาน ๑.๐๙ เมตร พื้นปูด้วยแผ่นศิลาแลง ขนาด ๐.๔๐ x ๐.๔๐ เมตร ตั้งใบเสมาที่ทำด้วยศิลาแลงโดยรอบ ใช้เป็นราวกันตก จำนวน ๙๖ ใบ ซึ่งใบเสมาแต่ละใบ มีขนาดกว้าง ๐.๗๐ เมตร สูง ๐.๗๙ เมตร หนา ๐.๑๐ เมตร

ตรงมุมได้ตั้งเสาที่ทำด้วยศิลาแลง ขนาด ๐.๒๕ x ๐.๒๕ เมตร สูง ๑.๒๐ เมตร บนหัวเสาแกะเป็นหัวเม็ดคล้ายดอกบัวตูม ทำด้วยศิลาแลงเช่นกัน ทำบันไดทางขึ้นทั้ง ๔ ด้าน ราวบันได ทำเป็นพญานาค ๒ ข้าง อย่างสวยงาม

กลางลาน ใช้ศิลาแลงก่อเป็นฐานเพื่อตั้งปราสาท มีขนาดความกว้าง ๓.๒๑ เมตร ยาว ๓.๓๒ เมตร สูง ๐.๖๕ เมตร ภายหลังเมื่อพระราชทานเพลิงเสร็จแล้วไม่นาน ได้ปลูกต้นศรีมหาโพธิ์ลงบนฐานกลางลาน

หน้าต้นพระศรีมหาโพธิ์ด้านทิศตะวันออก ได้ประดิษฐานรูปหล่อท่านครูบา ทำด้วยทองเหลือง มีขนาดความสูง ๑.๕๙ เมตร เบื้องบนกั้นด้วยฉัตรทองเหลือง มีโต๊ะตั้งเครื่องบูชาด้านหน้าด้วย

ต้นศรีมหาโพธิ์ต้นนี้ ได้เจริญเติบโตสูงเกือบ ๑๐ เมตร เป็นต้นไม้ที่เมื่อไปยืนดูครั้งใด ก็ทำให้ระลึกอนุสรณ์ถึงการจากไปของท่านพระครูบา เกิดธรรมสังเวช ให้เห็นถึงความไม่จีรังยั่งยืนของชีวิต


IMG_7180.JPG



รูปหล่อพระสุพรหมยานเถร (ครูบาพรหมา พฺรหฺมจกฺโก) ประดิษฐานใต้ต้นศรีมหาโพธิ์ ณ ลานธรรมสังเวช (เมรุครูบา) วัดพระพุทธบาทตากผ้า

ทางวัดได้สร้างรูปหล่อเหมือนของท่านครูบา ประดิษฐานตั้งอยู่
บนลานพระราชทานเพลิงสรีระสังขารของพระสุพรหมยานเถร (ครูบาพรหมา พฺรหฺมจกฺโก) ไว้เป็นอนุสาวรีย์อนุสรณ์ถึงการจากไปของท่านครูบา ทำให้เกิดธรรมสังเวช ให้เห็นถึงความไม่จีรังยั่งยืนของชีวิต และระลึกถึงคุณงามความดี เพื่ออนุชนรุ่นหลังจะได้เจริญรอยตาม


IMG_7086.JPG



รูปปั้นแสดงวัฏจักรแห่งชีวิต "เกิด แก่ เจ็บ ตาย" วัดพระพุทธบาทตากผ้า

สะท้อนให้เห็นถึงกฎไตรลักษณ์ และพิจารณาถึงธรรมที่พอยึดได้ว่าเป็นปัจฉิมโอวาทที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่สงฆ์เวลาจะเสด็จปรินิพพาน โดยพระพุทธองค์ยกเอาพระธรรมบทนั้นขึ้นมาว่า

“ดูก่อนพระภิกษุทั้งหลาย บัดนี้เราเตือนท่านทั้งหลาย สังขารธรรมทั้งหลายไม่เที่ยง มีความเกิดหรือเจริญขึ้นแล้ว เสื่อมไปดับไป จงอยู่ด้วยความไม่ประมาทเถิด”


บันทึกของมิรา : http://www.dannipparn.com/forum-36-1.html

Rank: 8Rank: 8

IMG_7134.JPG



วิหารพระพุทธรูป มณฑปครอบรอยเท้าครูบาพรหมา พฺรหฺมจกฺโก และพรหมวิหาร (เรียงจากซ้ายมือ-ขวามือ) วัดพระพุทธบาทตากผ้า


IMG_7135.JPG



พระพุทธรูปปางประทานพร และรูปเหมือนพระสุพรหมยานเถร (ครูบาพรหมา พฺรหฺมจกฺโก) ประดิษฐานภายในวิหารพระพุทธรูป วัดพระพุทธบาทตากผ้า


IMG_7136.JPG



มณฑปครอบรอยเท้าพระสุพรหมยานเถร (ครูบาพรหมา พฺรหฺมจกฺโก) (มณฑปครอบรอยเท้าครูบา) วัดพระพุทธบาทตากผ้า

มณฑปนี้ คุณพรหมวิชิต-คุณนงลักษณ์ สุจีรพงศ์สิน พร้อมครอบครัว สร้างถวาย เมื่อวันที่ ๒๕ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๒



IMG_7137.JPG



ภาพถ่ายรอยเท้าพระสุพรหมยานเถร (ครูบาพรหมา พฺรหฺมจกฺโก) ภายในมณฑปครอบรอยเท้าครูบา วัดพระพุทธบาทตากผ้า


จัดทำถวายโดย คุณพรหมวิชิต (วิเชียร) สุจีรพงศ์สิน   



079.jpg



รอยเท้าพระสุพรหมยานเถร (ครูบาพรหมา พฺรหฺมจกฺโก) ประดิษฐานภายในมณฑปครอบรอยเท้าครูบา วัดพระพุทธบาทตากผ้า


IMG_7139.JPG



IMG_7141.JPG



รอยเท้าพระสุพรหมยานเถร (ครูบาพรหมา พฺรหฺมจกฺโก) วัดพระพุทธบาทตากผ้า  

เป็นรอยเท้ามีขนาดเท่ารอยเท้าจริงของ
พระสุพรหมยานเถร (ครูบาพรหมา พฺรหฺมจกฺโก) กว้างประมาณ ๙ เซนติเมตร ยาวประมาณ ๑๙ เซนติเมตร ได้ปรากฏรอยเท้าของท่านครูบาอยู่บนแผ่นหินบริเวณที่เดินจงกรม ซึ่งสถานที่แห่งนี้เป็นที่ปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิบำเพ็ญกรรมฐาน และเดินจงกรมของท่านพระครูบาเจ้า

โดยท่านครูบาพรหมา ได้ประทับเหยียบไว้บนแผ่นหินศิลาแลง ในคราวที่หลวงปู่เข้านิโรธสมาบัติ ณ สถานที่แห่งนี้ ๗ วัน โดยลำพังองค์เดียว เนื่องในวันคล้ายวันเกิดของท่านครูบาประจำปี พ.ศ.๒๕๑๘



IMG_7144.JPG



คำนมัสการรอยพระบาท
(ว่านะโม ๓ จบ) สาธุ สาธุ สาธุ อะหังนะมามิ พระอะระหันต๋าเถระ บาทะ วะรัง สิระสา นะมามิ


080.jpg



ประวัติรอยเท้าครูบาพรหมา พฺรหฺมจกฺโก วัดพระพุทธบาทตากผ้า


วัดพระพุทธบาทตากผ้า เป็นวัดที่จัดให้มีกิจกรรมหลายอย่างในรอบปีหนึ่งๆ งานทำบุญวันครบรอบวันคล้ายวันเกิดของท่านครูบา วันที่ ๓๐ สิงหาคม ของทุกปี ก็เป็นงานบุญอย่างหนึ่งที่ญาติโยมคณะศิษยานุศิษย์ทุกรูปทุกคนตั้งใจรอคอย เพราะว่าเป็นงานที่แสดงถึงความเคารพนับถือความกตัญญูกตเวทีที่มีต่อท่านครูบา


เมื่อ พ.ศ.๒๕๑๘ ก่อนที่จะถึงวันเกิดของท่านครูบา ญาติโยมและคณะศิษยานุศิษย์ได้มาประชุมพร้อมกัน เพื่อเตรียมการจัดงานทำบุญวันคล้ายวันเกิดของท่านครูบาเหมือนทุกปี ในที่ประชุมก็ปรารภว่า ปีนี้ขอจัดงานทำบุญวันคล้ายวันเกิดของท่านครูบาให้ยิ่งใหญ่กว่าทุกๆ ปี จะนิมนต์พระสงฆ์จากที่ต่างๆ ให้มากกว่าทุกปีที่ผ่านมา เมื่อปรึกษาหารือเป็นการยุติแล้ว จึงได้ไปกราบเรียนครูบาตามที่ได้ปรึกษาหารือกันไว้แล้วนั้น

ท่านครูบาได้กล่าวเพียงว่า "ปีนี้ขอจัดงานวันเกิดเป็นกรณีพิเศษ" ทุกฝ่ายที่ได้รับฟังรู้สึกดีใจกันทุกรูปทุกคนว่า ท่านครูบาจะได้จัดงานทำบุญในปีนี้อย่างยิ่งใหญ่ จัดเป็นพิเศษกว่าทุกปีที่ผ่านมาตามที่ได้กราบเรียนท่านไว้แล้ว แต่ท่านครูบาได้บอกว่า "ปีนี้ไม่ต้องจัดอะไรทั้งนั้น จะขอเข้าปฏิบัติกัมมัฏฐาน ๗ วัน ขอสามเณรมาอุปัฏฐากดูแลก็พอแล้ว"

เป็นอันว่าปีนี้ไม่ได้จัดงานอะไรที่เป็นการทำบุญเหมือนเช่นทุกปี เพียงแต่ท่านครูบาได้เข้าปฏิบัติกัมมัฏฐาน ๗ วัน ตามที่ได้ตั้งใจไว้ ส่วนญาติโยมและคณะศิษยานุศิษย์ก็ได้ปฏิบัติกัมมัฏฐานในวันคล้ายวันเกิดถวายท่านครูบาเหมือนเช่นทุกปีที่ผ่านมา

การปฏิบัติธรรมของท่านครูบาผ่านไป ๗ วัน ปกติท่านครูบาจะฉันภัตตาหารมื้อเดียว มีสามเณรจัดภัตตาหารไปถวายทุกวัน แต่ว่าอาหารที่จัดไว้นั้นไม่พร่องลงไปแม้แต่น้อย อันแสดงถึงว่าท่านครูบามิได้ฉันอะไรเลยตลอดระยะเวลา ๗ วัน ที่เข้าปฏิบัติกัมมัฏฐาน


เมื่อครบ ๗ วันแล้ว ท่านครูบาได้ออกจากกัมมัฏฐาน ในเวลาตะวันบ่ายคล้อยแล้ว ท่านบอกลูกศิษย์ที่เฝ้าอุปัฏฐากว่ารู้สึกหิว ขอน้ำดื่มสักหน่อย พอค่อยมีแรงบ้างแล้ว ท่านก็บอกลูกศิษย์ที่เฝ้าอุปัฏฐากอยู่หลายรูปว่า "ให้มาดูรอยเท้าที่ปรากฏนี้"

ลูกศิษย์ก็สงสัยทำไมอยู่ๆ รอยเท้าก็ปรากฏอยู่บนศิลาแลงเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก จึงได้ขอร้องให้ท่านครูบาทาบเท้าของท่านลงบนรอยเท้านั้น ปรากฏว่าพอดีกับรอยเท้าของท่านครูบา ลูกศิษย์จึงเข้าใจว่า ๗ วัน ของการเข้ากัมมัฏฐาน เป็นความตั้งใจมั่นของท่านครูบา อธิษฐานประทับรอยเท้าลงบนศิลาแลง เพื่อให้ปรากฏเป็นอนุสรณ์แก่ชนรุ่นหลัง

จึงกราบเรียนถามท่านครูบาว่า เป็นรอยเท้าของท่านครูบาที่ได้เหยียบและอธิษฐานไว้หรือ? ท่านครูบาก็ไม่ได้พูดอะไร ได้แต่ยิ้มเล็กน้อย เป็นอันเข้าใจว่า เป็นรอยเท้าที่ท่านครูบาได้ประทับไว้ในคราวที่เข้ากัมมัฏฐาน เนื่องในวันเกิดประจำปีนี้ (พ.ศ.๒๕๑๘)


บันทึกของมิรา : http://www.dannipparn.com/forum-36-1.html

Rank: 8Rank: 8

IMG_7107.JPG



IMG_7112.JPG



กุฏิหลวงพ่อตะเคียนทอง วัดพระพุทธบาทตากผ้า

กุฏิหลังนี้เคยเป็นที่พักของท่านครูบาพรหมา พฺรหฺมจกฺโก มานานหลายปี ก่อนจะย้ายไปพักที่กุฏิไม้หลังใหม่ เนื่องจากถูกปล่อยร้างไว้ ภายหลังจึงได้ทำการบูรณะซ่อมแซม ปัจจุบันเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูป ซึ่งแกะสลักจากไม้ตะเคียนทอง อายุกว่า ๑,๐๐๐ ปี


IMG_7111.JPG



077.jpg



076.jpg



หลวงพ่อตะเคียนทอง หรือสมเด็จพระพุทธสิทธิเทพมุนีศรีบุญฤทธิ์ ประดิษฐานภายในกุฏิหลวงพ่อตะเคียนทอง วัดพระพุทธบาทตากผ้า


พระพุทธรูปองค์นี้ สร้างจากไม้ตะเคียนทอง อายุประมาณ ๑,๐๐๐ ปี บูชาด้วยน้ำมันจันทร์ น้ำมันหอม ดอกไม้หอม ดอกไม้มงคลต่างๆ เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตัวเอง และครอบครัว


IMG_7110.JPG



ประวัติหลวงพ่อตะเคียนทอง วัดพระพุทธบาทตากผ้า


หลวงพ่อตะเคียนทอง หรือ สมเด็จพระพุทธสิทธิเทพมุนีศรีบุญฤทธิ์ วัดพระพุทธบาทตากผ้า เป็นพระพุทธรูปที่สร้างด้วยไม้ตะเคียนทองที่มีอายุนับพันปี หน้าตักกว้าง ๑.๖๕ เมตร สูง ๑.๙๐ เมตร เป็นพระปางมารวิชัย ศิลปะสุโขทัย สร้างเสร็จเมื่อ วันพฤหัสบดีที่ ๒๘ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๔๗

หลวงพ่อตะเคียนทององค์นี้ มีพุทธลักษณะที่พิเศษกว่าองค์อื่นๆ ที่สร้างจากไม้ตะเคียนทองต้นเดียวกัน คือ มีตาไม้ตรงกับพระเนตรทั้ง ๒ ข้างขององค์พระ เป็นที่น่าอัศจรรย์เป็นอย่างยิ่ง มีพุทธลักษณะสง่างาม

ไม้ตะเคียนทองต้นนี้ มีอายุนับพันปี ชาวบ้านเล่าว่า เคยถูกฟ้าผ่า และถูกไฟเผามาแล้ว ยืนต้นอยู่ที่ใกล้วัดน้ำริน อ.ลอง จ.แพร่ คราวหนึ่งได้มีพระธุดงค์ได้พบคุณสิทธิ ศิลปวานิชย์ และได้เล่าเรื่องไม้ตะเคียนทองต้นนี้ให้ฟัง และแนะนำว่าควรที่จะนำมาแกะเป็นองค์พระ

ปกติคุณสิทธิ ศิลปวานิชย์ เป็นผู้ที่สร้างองค์พระพุทธรูปที่หล่อด้วยทองเหลือง เพราะทำง่ายและใช้เวลาไม่นานนัก แต่พอได้รับคำแนะนำจากพระธุดงค์ จึงมีความสนใจ ได้เดินทางไปดูต้นตะเคียนทองดังกล่าว

ครั้งแรก ได้ทำการบวงสรวงอธิษฐานขอให้ได้สำเร็จดังประสงค์ ได้บอกแก่ชาวบ้านว่า จะนำมาสร้างเป็นพระพุทธรูปไม้ตะเคียนทอง แต่การเจรจาไม่ตกลงกัน ครั้งที่ ๒ ได้ทำการบวงสรวงอีก และได้ไปเจรจากับชาวบ้าน เป็นอันตกลงว่าให้ทำบุญกับทางวัด เพื่อนำปัจจัยไปสร้างศาลา จึงจะสามารถนำไม้ตะเคียนทองไปได้

เป็นอันว่าได้ไม้ตะเคียนทองมาสมความปรารถนา ก่อนนำขึ้นรถ เพื่อนำไปแกะสลักเป็นองค์พระที่จังหวัดลำพูน ก็ได้บวงสรวงอีกครั้งหนึ่ง การขนย้ายไม่ได้มีอุปสรรคแต่ประการใด

ต้นแบบการสร้างองค์พระ พุทธลักษณะขององค์พระได้ผสมผสานจากต้นแบบพระพุทธรูปหลายแห่งด้วยกัน คือ เศียรและพระพักตร์ได้แบบมาจากเศียรของพระเก่า สมัยสุโขทัย ลักษณะลำตัวขององค์พระ ได้แบบมาจากพระสุโขทัยไตรมิตร กรุงเทพฯ และนิ้วพระบาท ได้แบบมาจากหลวงพ่อเป๋า พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ จังหวัดสุโขทัย นอกนั้นช่างได้ออกแบบเพิ่มเติม

เริ่มแรกได้ทำการแกะเป็นองค์พระจำลองก่อน แต่ก็ไม่ได้พุทธลักษณะ การสร้างองค์พระจำลองก็ไม่สำเร็จ ใช้ไม่ได้ ทำให้ช่างแกะองค์พระเกิดความไม่มั่นใจ คุณสิทธิจึงได้ทำพิธีบวงสรวงอีกครั้ง และถวายสังฆทานแก่พระสงฆ์ ๖๕๐ รูป และได้เริ่มทำการแกะองค์พระใหม่ ด้วยความมุ่งมั่นและความอุตสาหะของช่าง จึงทำให้การแกะสลักสำเร็จลงได้อย่างสวยงามถึง ๙ องค์ ใช้เวลาถึง ๑ ปีเต็ม


เมื่อทำพิธีพุทธาภิเษกแล้ว ได้อัญเชิญไปประดิษฐานที่วัดสิริเขตคีรี จังหวัดสุโขทัย และภายหลังได้มีผู้มาอัญเชิญไปประดิษฐานตามวัดต่างๆ ๙ แห่ง หนึ่งในนั้นคือ วัดพระพุทธบาทตากผ้า จังหวัดลำพูน แห่งนี้

สำหรับผู้ที่ไม่ได้องค์พระ เพราะจำนวนจำกัด คุณสิทธิจึงได้นำไม้ที่เหลือมาสร้างเป็น หลวงพ่อโต หลวงพ่อวัดบ้านแหลม หลวงพ่อพุทธโสธร และหลวงพ่อวัดไร่ขิง ซึ่งทั้ง ๔ องค์ มีขนาดเล็กกว่า และได้ทำเป็นพระพุทธรูปขนาดเล็ก มีทั้งพระยืนและพระนั่งสมาธิ หน้าตักกว้าง ๙ นิ้วบ้าง ๕ นิ้วบ้าง ได้ถวายไปตามสถานที่ต่างๆ เป็นจำนวนมาก



IMG_7106.JPG


สถานีวิทยุพระพุทธศาสนาแห่งชาติและสังคม จังหวัดลำพูน FM.106 MHz วัดพระพุทธบาทตากผ้า


IMG_7129.JPG



หลังจากนั้นเราจะเดินไปนมัสการรอยเท้าครูบาพรหมา พฺรหฺมจกฺโก ซึ่งประดิษฐานอยู่ด้านหลังวัดพระพุทธบาทตากผ้า กันต่อเลยนะคะ


บันทึกของมิรา : http://www.dannipparn.com/forum-36-1.html

Rank: 8Rank: 8

075.jpg



กุฏิหุ่นขี้ผึ้งครูบา (กุฏิครูบา) วัดพระพุทธบาทตากผ้า


IMG_7114.JPG



ประวัติกุฏิหุ่นขี้ผึ้งครูบา วัดพระพุทธบาทตากผ้า


กุฏิหุ่นขี้ผึ้งครูบา วัดพระพุทธบาทตากผ้า เดิมนั้นเป็นกุฏิที่พักอาศัยของพระสุพรหมยานเถร (ครูบาพรหมา พฺรหฺมจกฺโก) ซึ่งปัจจุบันใช้เป็นที่ประดิษฐานหุ่นขี้ผึ้งของท่านครูบาพรหมา และเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ รวมถึงพระธาตุของพระสาวกของพระพุทธเจ้า


IMG_7119.JPG



071.jpg



ภายในกุฏิหุ่นขี้ผึ้งครูบา วัดพระพุทธบาทตากผ้า


เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระอรหันตธาตุ รวมถึงพระธาตุของพระสาวกของพระพุทธเจ้า และรูปเหมือนหุ่นขี้ผึ้งพระสุพรหมยานเถร (ครูบาพรหมา พฺรหฺมจกฺโก) อดีตเจ้าอาวาสวัดพระพุทธบาทตากผ้า รูปที่ ๑


(หมายเหตุ : กรุณาอย่าขึ้นบนแท่นนี้ และโปรดรักษามารยาทที่ดี)



IMG_7123.JPG



รูปเหมือนหุ่นขี้ผึ้งของพระสุพรหมยานเถร (
ครูบาพรหมา พฺรหฺมจกฺโก) ประดิษฐานภายในกุฏิหุ่นขี้ผึ้งครูบา วัดพระพุทธบาทตากผ้า


IMG_7118.JPG



ประวัติหุ่นขี้ผึ้งครูบาพรหมา พฺรหฺมจกฺโก วัดพระพุทธบาทตากผ้า


หุ่นขี้ผึ้งของครูบาพรหมา พฺรหฺมจกฺโก (พระสุพรหมยานเถร) วัดพระพุทธบาทตากผ้า เป็นหุ่นที่ปั้นเท่าองค์จริง ประดิษฐานไว้กลางกุฏิไม้สักหลังใหม่ แต่เดิมเป็นอาคารที่คณะศิษย์ได้สร้างถวายท่านครูบา เพื่อใช้เป็นกุฏิเจ้าอาวาส ท่านครูบาจะพักอยู่ห้องเล็กๆ ทางด้านหลัง และด้านหน้าเป็นที่รับแขกที่ไปขอเข้าพบ เมื่อท่านครูบาได้ถึงแก่มรณภาพลง คณะศิษย์จึงได้สร้างรูปเหมือนหุ่นขี้ผึ้งขนาดเท่าองค์จริงท่านครูบาตั้งไว้แทน

ความคุ้นเคยที่พบเห็นเป็นประจำก็คือว่า ผู้ที่มุ่งมาสู่วัดพระพุทธบาทตากผ้านั้น มาเพื่อกราบนมัสการปูชนียสถาน ปูชนียวัตถุ ขอเข้าปฏิบัติกรรมฐาน และเพื่อศึกษาเล่าเรียน สิ่งหนึ่งที่เป็นความตั้งใจก็คือ การได้มาพบและสนทนาธรรมกับท่านครูบา ปกติแล้วท่านครูบาจะมารับแขกที่ด้านหน้ากุฏิ บางครั้งท่านรับแขกตั้งแต่เช้าถึงเย็น จะขอโอกาสก็เฉพาะเวลาที่จะต้องปฏิบัติตามกิจวัตรประจำวัน ก็คือการปฏิบัติธรรมด้านหน้ากุฏิใต้ต้นบุนนาค เวลาทำวัตรสวดมนต์เช้าเย็น


บางครั้งท่านครูบารับแขกตลอดวัน ญาติโยมมาขอเข้าพบติดๆ กัน ท่านครูบาเกิดอาการเมื่อยล้าตามอายุสังขาร แต่ก็ต้องใช้ความอดทน เพราะท่านครูบาเห็นว่า กว่าญาติโยมจะมาถึงวัดพระพุทธบาทตากผ้าก็แสนลำบาก เมื่อตั้งใจมาแล้วก็สมควรที่จะได้พบและได้รับฟังโอวาทคำสอนเกี่ยวกับเรื่องศีลธรรมกัมมัฏฐาน เพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่เข้าพบ บางครั้งท่านครูบารับแขกถึงกับจะเป็นลมก็มี แต่ก็ต้องใช้ความอดทนเพื่อรักษาศรัทธาของผู้ที่พบเห็น

ท่านครูบาเห็นว่า ญาติโยมที่มาเยี่ยมวัดจะต้องจัดว่าเป็นเรื่องที่สำคัญที่ต้องให้การต้อนรับเป็นอย่างดี เมื่อท่านครูบาได้ถึงแก่มรณภาพลงแล้ว ความคุ้นเคยที่ว่ากุฏิไม้สักแห่งนี้ เป็นที่เคยรับแขกเป็นประจำของท่านครูบา แม้เมื่อท่านครูบาจากไปแล้ว คณะศิษย์และญาติโยมก็ยังเวียนไปที่กุฏิไม้สักนี้มิได้ขาด ทำเสมือนว่าท่านครูบายังมีชีวิตอยู่

ด้วยเหตุนี้ คณะศิษย์จึงได้สร้างหุ่นขี้ผึ้งเท่าองค์จริงขึ้น เมื่อวันที่ ๑๗ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๒๗ นำมาตั้งประดิษฐานไว้ด้านหน้ากุฏิ ตรงที่ท่านครูบาเคยนั่งรับแขกเป็นประจำ


IMG_7121.JPG



คำสอนครูบาพรหมา พฺรหฺมจกฺโก

อดีตเจ้าอาวาส วัดพระพุทธบาทตากผ้า


“ จิตของเรานี้เป็นใหญ่อยู่ในตัวของเรา

เป็นสิ่งสำคัญ เป็นหัวหน้า


คนเรานี้ถ้าใจดี กายวาจาก็จะพลอยดีไปตามกัน

ถ้าจิตใจไม่ดี กายวาจาก็จะพลอยไม่ดีไปด้วย

จงจำไว้ว่า ใจเป็นสิ่งสำคัญ


ศีล สมาธิ ปัญญา จะตั้งอยู่มั่นก็ต้องอาศัย

มูลฐานอันสำคัญ คือ จิต ”



บันทึกของมิรา : http://www.dannipparn.com/forum-36-1.html

Rank: 8Rank: 8

073.jpg



IMG_7105.JPG



IMG_7103.JPG



ต้นบุนนาค (สถานที่ปฏิบัติธรรมครูบาพรหมา พฺรหฺมจกฺโก) วัดพระพุทธบาทตากผ้า

ต้นบุนนาค เป็นต้นไม้คู่บารมีของพระครูบาพรหมา พฺรหฺมจกฺโก ภายใต้ต้นไม้นี้ท่านพระครูบาเจ้าได้เคยนั่งปฏิบัติธรรมบำเพ็ญกรรมฐาน และสั่งสอนธรรมแก่พระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกาทั้งหลาย


IMG_7108.JPG



ประวัติต้นบุนนาค วัดพระพุทธบาทตากผ้า


ต้นบุนนาค วัดพระพุทธบาทตากผ้า เป็นสถานที่สำหรับนั่งประพฤติปฏิบัติธรรมของพระสุพรหมยานเถร (ครูบาพรหมา พฺรหฺมจกฺโก) และพระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา ภายในวัด เป็นประจำทุกวัน เวลา ๐๔.๐๐ น. และประมาณเวลา ๑๒.๐๐ น. - ๑๘.๐๐ น.

ซึ่งท่านครูบาใช้ลานบุนนาคนี้ เป็นที่สอนกรรมฐานแก่พระภิกษุ สามเณร และพุทธศาสนิกชนทั่วไป ตลอดระยะเวลาที่ท่านมีชีวิตอยู่ ปัจจุบันถึงแม้ท่านครูบาได้มรณภาพไปแล้ว ลานบุนนาคนี้ก็ยังคงใช้เป็นที่ปฏิบัติธรรมของพระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา ภายในวัด เป็นประจำทุกวันเหมือนเช่นเคย

บุนนาคต้นนี้ เป็นต้นไม้ที่เป็นประหนึ่งว่ามีชีวิตจิตใจ เพราะแม้ว่าพื้นดินของวัดพระพุทธบาทตากผ้า จะเป็นหินศิลาแลงเป็นส่วนมาก หาที่เป็นดินที่เหมาะแก่การปลูกต้นไม้นั้นมีน้อย ยิ่งลานปฏิบัติธรรม สถานที่ปลูกต้นบุนนาค ก็ยิ่งมีหินศิลาแลงปรากฏอยู่โดยทั่วไป ยิ่งไม่น่าเชื่อว่า บุนนาคต้นนี้จะสามารถเจริญเติบโตขึ้นได้ และสามารถชูกิ่งก้านสาขาไปโดยรอบ ให้ความร่มเย็นแก่ผู้ปฏิบัติธรรม ตามที่ท่านครูบาได้ตั้งใจไว้จนถึงปัจจุบัน

บุนนาคนี้ เป็นต้นไม้มงคลเพียงต้นเดียวที่มีความสำคัญยิ่งต่อท่านครูบา อาจกล่าวได้ว่า เป็นต้นไม้คู่บารมีของท่านครูบามาตั้งแต่ต้น เริ่มตั้งแต่ท่านครูบาได้รับอาราธนาจากคณะสงฆ์และศรัทธาญาติโยมมาประจำอยู่ที่วัดพระพุทธบาทตากผ้า ท่านครูบาได้อธิษฐานปลูกไว้หน้ากุฏิที่พักอาศัย

เมื่อแรกเริ่มมาอยู่วัดพระพุทธบาทตากผ้า จุดมุ่งหมายที่สำคัญก็เพื่อให้ความร่มเย็นป้องกันความร้อนให้แก่ผู้ที่มาประพฤติปฏิบัติธรรม มีความร่มรื่นเย็นสบาย มีความสัปปายะทั้งกลางวันและกลางคืน และได้ทำหน้าที่ปกป้องพระภิกษุ สามเณร ศรัทธาญาติโยมผู้มาประพฤติปฏิบัติธรรม ได้รับความสะดวกสบายร่มเย็นเป็นสุขตลอดระยะเวลาอันยาวนานหลายสิบปี

ต้นบุนนาคที่ปลูกไว้ก็เจริญเติบโตทอดกิ่งก้านสาขา มีใบเขียวสดงดงาม ออกดอกถูกต้องตามฤดูกาล และได้เหี่ยวเฉาลงกะทันหันอย่างน่าใจหาย เมื่อท่านพระครูบาเจ้าได้ถึงแก่มรณภาพลง ประหนึ่งว่าจะเหี่ยวเฉายืนต้นตายตามท่านครูบาไป พระภิกษุสามเณรและญาติโยม ได้ช่วยกันดูแลรักษาเป็นอย่างดี และตั้งใจอธิษฐานให้สามารถฟื้นกลับมาเขียวขจีเหมือนอย่างเดิม

อาจกล่าวได้ว่า บุนนาคต้นนี้ เป็นต้นไม้ที่ทำให้เกิดการอนุสรณ์ถึงท่านครูบา เป็นทั้งสัญลักษณ์และจุดรวมใจในการประพฤติปฏิบัติธรรมของคณะศิษยานุศิษย์ ตลอดถึงญาติโยมสาธุชนทั่วไป เมื่อเดินผ่านทุกครั้ง มีความรู้สึกว่าท่านครูบายังคงนั่งปฏิบัติธรรมภายใต้ต้นไม้ต้นนี้อยู่เป็นประจำ ทำให้เกิดแรงศรัทธาปสาทะ เพื่อดำเนินรอยตามปฏิปทาของท่านครูบา


IMG_7104.JPG



รูปเหมือนพระสุพรหมยานเถร (ครูบาพรหมา พฺรหฺมจกฺโก) ประดิษฐานใต้ต้นบุนนาค วัดพระพุทธบาทตากผ้า



บันทึกของมิรา : http://www.dannipparn.com/forum-36-1.html

Rank: 8Rank: 8

IMG_6998.JPG



เขตสังฆาวาส วัดพระพุทธบาทตากผ้า



IMG_7087.JPG



พิพิธภัณฑ์ วัดพระพุทธบาทตากผ้า


IMG_7090.JPG



ประวัติพิพิธภัณฑ์ วัดพระพุทธบาทตากผ้า


พิพิธภัณฑ์ วัดพระพุทธบาทตากผ้า เป็นอาคารก่อด้วยปูนเสริมใยเหล็ก ใช้สำหรับจัดเก็บวัตถุสิ่งของเก่าแก่ของวัด ทั้งถ้วยโถ ชาม หม้อต่างๆ อาวุธเก่าๆ แจกัน พระเครื่องต่างๆ

รวมทั้งใช้เก็บสิ่งของของท่านครูบาพรหมา เช่น อัฐบริขาร ได้แก่ บาตร จีวร อังสะ สังฆาฏิ หมวก รวมทั้งสมุดบันทึกกิจวัตรประจำวันของท่านครูบา สมุดบันทึกคำสอนของท่านครูบา เป็นต้น พิพิธภัณฑ์นี้ปัจจุบันไม่ได้มีการเปิดให้เข้าชมแล้ว  


IMG_7099.JPG



รอยพระบาทและรอยเท้าพระอรหันต์ ประดิษฐานอยู่บริเวณพิพิธภัณฑ์ วัดพระพุทธบาทตากผ้า



IMG_7124.JPG



IMG_7127.JPG



รอยพระบาท ประดิษฐานอยู่บริเวณพิพิธภัณฑ์ วัดพระพุทธบาทตากผ้า


IMG_7093.JPG



069.jpg



รอยเท้าพระอรหันต์ อายุ ๗ ขวบ ประดิษฐานอยู่บริเวณพิพิธภัณฑ์ วัดพระพุทธบาทตากผ้า


IMG_7092.JPG



หอระฆัง-หอกลอง วัดพระพุทธบาทตากผ้า


IMG_7095.JPG



ฆ้องใหญ่ วัดพระพุทธบาทตากผ้า



บันทึกของมิรา : http://www.dannipparn.com/forum-36-1.html

Rank: 8Rank: 8

IMG_6988.JPG



ศาลาครอบถ้ำฤาษี วัดพระพุทธบาทตากผ้า


IMG_6978.JPG



IMG_7023.JPG



ถ้ำฤาษี วัดพระพุทธบาทตากผ้า


IMG_7024.JPG



ประวัติถ้ำฤาษี วัดพระพุทธบาทตากผ้า


ถ้ำฤาษี ตั้งอยู่กลางลานของวัดพระพุทธบาทตากผ้า เป็นถ้ำขนาดเล็ก ที่เกิดจากการขุดเจาะเอาศิลาแลง เพื่อนำไปใช้ในการก่อสร้างกำแพง อุโบสถ วิหาร และสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ภายในวัด จนเกิดเป็นถ้ำขนาดเล็ก มีบันไดทอดลงไปภายในถ้ำ

ด้านในถ้ำ มีรูปปั้นพระฤาษีตั้งอยู่ไว้ เพื่อเป็นที่กราบไหว้บูชาและขอพรแก่ประชาชนทั่วไป มีช่องสำหรับลอดเข้าไปแล้ววนกลับมาที่เดิมได้

ส่วนด้านบนของถ้ำ ทางวัดได้สร้างศาลาขนาดเล็กครอบเอาไว้อีกชั้น เพื่อป้องกันแดดและฝน



IMG_7027.JPG



IMG_7029.JPG



รูปปั้นพระฤาษี ภายในถ้ำฤาษี วัดพระพุทธบาทตากผ้า


IMG_7033.JPG



IMG_7035.JPG



รอยเท้าพระอรหันต์ อายุ ๗ ขวบ ประดิษฐานอยู่บริเวณถ้ำฤาษี วัดพระพุทธบาทตากผ้า


บันทึกของมิรา : http://www.dannipparn.com/forum-36-1.html

Rank: 8Rank: 8

IMG_7072.JPG



หอพระ ตั้งอยู่บริเวณรอยตากผ้า วัดพระพุทธบาทตากผ้า


IMG_7077.1.jpg



พระพุทธรูปต่างๆ ประดิษฐานภายในหอพระ วัดพระพุทธบาทตากผ้า


IMG_7045.JPG



รอยเท้าพระอรหันต์ อายุ ๗ ขวบ ประดิษฐานอยู่บริเวณรอยตากผ้า วัดพระพุทธบาทตากผ้า


IMG_5422.JPG



IMG_7080.JPG



IMG_5423.JPG



IMG_5433.JPG



พระอุโบสถ วัดพระพุทธบาทตากผ้า


IMG_5430.JPG



ประวัติพระอุโบสถ วัดพระพุทธบาทตากผ้า


พระอุโบสถ วัดพระพุทธบาทตากผ้า ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกของพระวิหารจตุรมุข เป็นอาคารทรงไทย สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก หลังคามีสองชั้น มุงด้วยกระเบื้องเคลือบทอง พื้นปูด้วยไม้ปาเก้ ฝาผนังเป็นศิลาแลงโบกด้วยปูน ประตูและหน้าต่างเป็นบานไม้แกะสลักลายไทย ลงรักปิดทองอย่างสวยงาม หน้าต่างประตูพระอุโบสถ มีทั้งหมด ๑๒ ช่อง บนซุ้มหน้าต่างประดับลวดลายด้วยรูป ๑๒ นักษัตร ฝีมือประณีตบรรจงมาก

ด้านในพระอุโบสถ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธชินราชมงคลบพิตร ปางมารวิชัย สถิตอยู่ซุ้มเรือนแก้วอันงดงาม พุทธลักษณะสร้างเลียนแบบพระพุทธชินราช วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร (วัดใหญ่) จ.พิษณุโลก มีอัครสาวก คือ พระมหาโมคคัลลานะ และพระสารีบุตร ประนมมืออยู่เบื้องซ้ายและขวาของพระพุทธรูป

พระอุโบสถหลังใหม่นี้ บูรณะซ่อมแซมจากหลังเดิมที่ถูกไฟไหม้ ได้ขอพระราชทานวิสุงคามสีมาและได้รับพระราชทาน เมื่อวันที่ ๒๕ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๑๖ กำหนดเขตกว้าง ๒๐ เมตร ยาว ๓๐ เมตร


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้เสด็จพระราชดำเนินมาตัดลูกนิมิตประกอบพิธีผูกพัทธสีมาพระอุโบสถ เมื่อวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๑๙


IMG_5421.JPG



IMG_7082.JPG



โรงเรียนพระปริยัติธรรม สำนักศาสนศึกษาวัดพระพุทธบาทตากผ้า (แผนกบาลี-ธรรม) และโรงเรียนพรหมจักรสังวร (แผนกสามัญศึกษา ม.๑-ม.๖) กองพุทธศาสนศึกษา สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ วัดพระพุทธบาทตากผ้า


บันทึกของมิรา : http://www.dannipparn.com/forum-36-1.html
‹ ก่อนหน้า|ถัดไป

สมาชิกที่เพิ่งอ่านหัวข้อนี้

คุณต้องเข้าสู่ระบบก่อนจึงจะสามารถตอบกลับ เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก

แดนนิพพาน ดอท คอม

GMT+7, 2026-2-17 17:22 , Processed in 0.116252 second(s), 15 queries .

Powered by Discuz! X1.5

© 2001-2010 Comsenz Inc. Thai Language by DiscuzThai! Team.