วัดพระพุทธบาทตากผ้า บ.พระบาท ต.มะกอก อ.ป่าซาง จ.ลำพูน - ข้อมูลรอยพระพุทธบาท - แดนนิพพาน "โมทนาทุกดวงจิตถึงซึ่งแดนนิพพาน" - Powered by Discuz!

แดนนิพพาน "โมทนาทุกดวงจิตถึงซึ่งแดนนิพพาน"

 

   

ค้นหา
ดู: 11085|ตอบ: 36
go

วัดพระพุทธบาทตากผ้า บ.พระบาท ต.มะกอก อ.ป่าซาง จ.ลำพูน

Rank: 8Rank: 8

pimnuttapa โพสต์เมื่อ 2013-6-29 21:56 |แสดงโพสต์ทั้งหมด

IMG_5073.jpg



IMG_5256.jpg



IMG_5276.jpg



IMG_7053.jpg



วัดพระพุทธบาทตากผ้า

บ.พระบาท  ต.มะกอก  อ.ป่าซาง  จ.ลำพูน

[รอยพระพุทธบาท , รอยตากผ้า , รอยบาตร ,

รอยพระบาทพระอรหันต์]




บันทึกของมิรา : http://www.dannipparn.com/forum-36-1.html

Rank: 8Rank: 8

pimnuttapa โพสต์เมื่อ 2013-6-29 21:58 |แสดงโพสต์ทั้งหมด

IMG_6686.jpg



IMG_6694.jpg



IMG_6696.jpg



IMG_6689.jpg



การเดินทางไปวัดพระพุทธบาทตากผ้า ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข ๑๐๖ (สายลำพูน - ลี้) ระยะทางห่างจากตัวเมืองลำพูนประมาณ ๑๙ กม. หรือห่างจากอำเภอป่าซางประมาณ  ๙ กิโลเมตร ทางเข้าวัดพระพุทธบาทตากผ้า อยู่ช่วงกิโลเมตรที่ ๑๓๖ – ๑๓๗ ด้านซ้ายของเส้นทางหลวงหมายเลข ๑๐๖ (สายลำพูน - ลี้) ค่ะ


IMG_0213.jpg


IMG_0220.jpg




IMG_6710.jpg



ทางเข้า/ออก วัดพระพุทธบาทตากผ้า เราก็ขับรถเลี้ยวซ้ายเข้าไปและขับรถตรงไปอีกประมาณ ๑ กิโลเมตร ก็ถึงวัดพระพุทธบาทตากผ้าค่ะ


IMG_0230.jpg



IMG_7155.jpg



IMG_7151.jpg



ประตูทางเข้า/ออก และ ป้ายชื่อ วัดพระพุทธบาทตากผ้า ค่ะ



บันทึกของมิรา : http://www.dannipparn.com/forum-36-1.html

Rank: 8Rank: 8

pimnuttapa โพสต์เมื่อ 2013-6-29 22:03 |แสดงโพสต์ทั้งหมด

IMG_4956.jpg



IMG_7152.jpg



IMG_6891.jpg



IMG_7154.jpg



058.jpg



a.jpg



IMG_6942.jpg



IMG_6932.jpg



บรรยากาศภายใน วัดพระพุทธบาทตากผ้า ค่ะ


ประวัติวัดพระพุทธบาทตากผ้า

วัดพระพุทธบาทตากผ้า เดิมเป็นวัดราษฎร์ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ ๒๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๖ และได้รับการยกฐานะเป็นเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ เมื่อวันที่ ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๒๑ ตั้งอยู่ในเนื้อที่ประมาณ ๑๗๕ ไร่ ซึ่งเป็นเนินเขาเตี้ยๆ อยู่ใกล้ดอย (เขา) ๒ ลูกคือ ดอยช้างและดอยเครือ เป็นปูชนียสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดลำพูนหรือของภาคเหนือ

ปัจจุบันวัดพระพุทธบาทตากผ้า เป็นศูนย์กลางที่สำคัญของการศึกษาพระปริยัติธรรมทั้งแผนกนักธรรมและบาลีของพระภิกษุสามเณรในภาคเหนือ นอกจากนี้แล้วทางวัดได้จัดให้มีการปฏิบัติธรรมควบคู่ไปกับการศึกษา ได้จัดตั้งสำนักวิปัสสนากรรมฐานขึ้นเพื่อเป็นที่ปฏิบัติธรรมสำหรับพระภิกษุสามเณร อุบาสก อุบาสิกา และผู้สนใจทั่วไป



บันทึกของมิรา : http://www.dannipparn.com/forum-36-1.html

Rank: 8Rank: 8

pimnuttapa โพสต์เมื่อ 2013-6-29 22:09 |แสดงโพสต์ทั้งหมด

IMG_6921.jpg



IMG_6863.jpg



พระธาตุเจดีย์ ๔ ครูบา ประดิษฐานบนยอดดอยเครือ ซึ่งเป็นดอยที่ตั้งอยู่หลัง วัดพระพุทธบาทตากผ้า มีบันไดนาค ขึ้นสู่พระธาตุเจดีย์สี่ครูบา จำนวน ๔๖๙ ขั้น อยู่ด้านหลังวัดค่ะ


IMG_4963.jpg



IMG_4978.jpg



เดี๋ยวเราไปกราบนมัสการรอยพระพุทธบาทที่ประดิษฐานภายในพระวิหารจตุรมุข เขตพุทธาวาส วัดพระพุทธบาทตากผ้า กันก่อนนะคะ




บันทึกของมิรา : http://www.dannipparn.com/forum-36-1.html

Rank: 8Rank: 8

pimnuttapa โพสต์เมื่อ 2013-6-29 22:11 |แสดงโพสต์ทั้งหมด

IMG_4961.jpg



IMG_5385.jpg



IMG_5372.jpg



พระวิหารจตุรมุข วัดพระพุทธบาทตากผ้า เป็นสถานที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อครั้งที่พระองค์เสด็จมาเพื่อโปรดเวไนยสัตว์ในเขตสุวรรณภูมิ ซึ่งพระองค์ได้ประทับรอยพระบาทไว้จำนวน ๒ รอย คำว่า จตุรมุข มาจากคำว่า จตุร แปล ว่า ๔ กับคำว่า มุข แปลว่า ปาก หรือ หน้า ดังนั้นวิหารจตุรมุขจึงหมายถึง วิหารที่มี ๔ หน้า (ประตู) นั่นเองค่ะ

IMG_4984.jpg



IMG_5365.jpg



IMG_4997.jpg



ประวัติพระวิหารจตุรมุข วัดพระพุทธบาทตากผ้า

วิหารจตุรมุขหลังนี้ เริ่มก่อสร้างเมื่อประมาณพ.ศ.๑๒๐๐ จากการที่พระนางจามเทวี ราชบุตรีของพระเจ้ากรุงละโว้ (ลพบุรี) ได้เสด็จมาครองนครหริภุญชัย (ลำพูน) พระนางได้ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ให้สร้างมณฑปครอบรอยพระพุทธบาทเป็นพุทธบูชา

พ.ศ. ๑๘๒๕ ตกกลียุค เสียเมืองหริภุญชัยให้แก่พระเจ้ามังรายมหาราช วัดได้ร้างเสื่อมโทรมไป

พ.ศ. ๒๓๗๕ ครูบาป๋ารมี วัดสะปุ๋งหลวง เป็นประธานสร้างวิหารหลังใหญ่ครอบอุโมงค์ไว้อีกชั้นหนึ่ง

จากนั้นปีพ.ศ. ๒๔๗๒ ท่านครูบาศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนาไทย วัดบ้านปาง อ.ลี้ จ.ลำพูน ได้รับอาราธนาจากคณะสงฆ์จังหวัดลำพูน ซึ่งมีพระครูพุทธิวงศ์ธาดา วัดฉางข้าวน้อยเหนือ เจ้าคณะอำเภอปากบ่อง (ป่าซาง) เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยหลวงวิโรจน์รัฐกิจ (เปรื่อง โรจนกุล) เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ได้ทำการก่อสร้างวิหารจตุรมุขครอบรอยพระพุทธบาทจนสำเร็จ

ต่อมา พ.ศ.๒๓๗๕ ครูบาอาจารย์หลายท่าน โดยมีครูบาป๋า ปารมี วัดสะปุ๋งหลวง เป็นประธาน พร้อมด้วยทายก ทายิกา ได้ก่อสร้างวิหารหลังใหญ่ค่อมมณฑปไว้อีกชั้นหนึ่ง

IMG_6898.jpg



พ.ศ. ๒๔๘๖ คณะสงฆ์ โดยมีท่านเจ้ามงคลญาณมุนี เจ้าคณะจังหวัดลำพูน วัดพระยืน เป็นประธาน พร้อมด้วยนายอำเภอป่าซาง และคณะศรัทธาประชาชนไปอาราธนานิมนต์ท่านครูบาพรหมา พฺรหฺมจกฺโก (พระสุพรหมยานเถร) วัดป่าหนองเจดีย์ ต.ท่าตุ้ม อ.ป่าซาง จ.ลำพูน มาเป็นประธานอำนวยการก่อสร้าง และดูแลกิจการของวัด เป็นเจ้าอาวาสองค์แรกของวัดพระพุทธบาทตากผ้า โดยมีพระอธิการศรีนวล อินฺทนนฺโท วัดช้างค้ำ เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาส ในการก่อสร้างบูรณะพัฒนาต่อไป เป็นเจ้าอาวาสองค์แรกของวัดพระพุทธบาทตากผ้า

และปีพ.ศ.๒๕๐๒ ท่านครูบาพรหมา ได้เริ่มการพัฒนาวัดอย่างเต็มที่ โดยการลงมือทั้งก่อสร้างและซ่อมแซมถาวรวัตถุที่ทรุดโทรม เช่น พระวิหารจตุรมุข ได้ต่อเติมยอดมณฑปขึ้นอย่างที่เห็นในปัจจุบัน ก่อสร้างพระอุโบสถทั้งหลังเก่าและหลังใหม่ ศาลาการเปรียญทั้งหลังเล็กและหลังใหญ่ กุฏิแถว โรงเรียนพระปริยัติธรรม กำแพงวัด และอื่นๆ เป็นที่ปรากฏอย่างที่เห็นใจปัจจุบัน


IMG_6906.jpg



IMG_6772.jpg



ประตูทางเข้า/ออก พระวิหารจตุรมุข วัดพระพุทธบาทตากผ้า ค่ะ




บันทึกของมิรา : http://www.dannipparn.com/forum-36-1.html

Rank: 8Rank: 8

pimnuttapa โพสต์เมื่อ 2013-6-29 22:17 |แสดงโพสต์ทั้งหมด

IMG_6794.jpg



มณฑปครอบรอยพระพุทธบาท ภายใน พระวิหารจตุรมุข วัดพระพุทธบาทตากผ้า ค่ะ


IMG_6790.jpg



IMG_5112.jpg



IMG_5106.jpg



พระพุทธรูป ประดิษฐานภายใน ซุ้มทั้งสี่ด้าน  มณฑปครอบรอยพระพุทธบาท พระวิหารจตุรมุข วัดพระพุทธบาทตากผ้า ค่ะ

IMG_6869.jpg



IMG_5047.jpg



IMG_5263.jpg



บันไดลงไปกราบนมัสการรอยพระพุทธบาทที่ครอบไว้ ภายใน มณฑปครอบรอยพระพุทธบาท ภายใน พระวิหารจตุรมุข วัดพระพุทธบาทตากผ้า ค่ะ


บันทึกของมิรา : http://www.dannipparn.com/forum-36-1.html

Rank: 8Rank: 8

pimnuttapa โพสต์เมื่อ 2013-6-29 22:21 |แสดงโพสต์ทั้งหมด

IMG_5054.jpg



IMG_5118.jpg



IMG_5225.jpg



รอยพระพุทธบาทคู่เบื้องขวาและเบื้องซ้าย ประดิษฐานภายใน มณฑปครอบรอยพระพุทธบาท ภายใน พระวิหารจตุรมุข วัดพระพุทธบาทตากผ้า รอยพระพุทธบาทมีลักษณะของพระพุทธบาทขนาดเล็กใหญ่ไม่เท่ากัน รอยพระพุทธบาทเื้บื้องขวารอยใหญ่ ขนาดกว้าง ๑.๒๒ เมตร ยาว ๒.๗๕ เมตร รอยพระพุทธบาทเื้บื้องซ้ายขนาดเล็ก ประดิษฐานถัดจากรอยพระพุทธบาทเบื้องขวารอยใหญ่ไปทางด้านหลังห่างกันเล็กน้อย มีขนาดกว้าง ๐.๙๖ เมตร ยาว ๑.๗๔ เมตร รอยพระพุทธบาททั้ง ๒ รอย ได้วางผินปลายนิ้วพระพุทธบาทไปทางทิศตะวันออกค่ะ


IMG_5240.jpg



IMG_5156.jpg



IMG_5176.jpg



รอยพระพุทธบาทเบื้องขวาขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ประดิษฐานภายใน มณฑปครอบรอยพระพุทธบาท ภายใน พระวิหารจตุรมุข วัดพระพุทธบาทตากผ้า ค่ะ


IMG_5124.jpg



IMG_5223.jpg



รอยพระพุทธบาทเบื้องซ้ายขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ประดิษฐานภายใน มณฑปครอบรอยพระพุทธบาท ภายใน พระวิหารจตุรมุข วัดพระพุทธบาทตากผ้า ค่ะ



บันทึกของมิรา : http://www.dannipparn.com/forum-36-1.html

Rank: 8Rank: 8

pimnuttapa โพสต์เมื่อ 2013-6-29 22:28 |แสดงโพสต์ทั้งหมด

IMG_5211.jpg



IMG_5179.jpg



IMG_6899.jpg



ตำนานรอยพระพุทธบาท วัดพระพุทธบาทตากผ้า


(แหล่งที่มา : วัดพระพุทธบาทตากผ้า. ประวัติวัดพระพุทธบาทตากผ้า. (ออนไลน์). เข้าถึงได้จาก : http://www.phrabat.com/. (วัันที่ค้นข้อมูล : ๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๖))


ตามตำนานกล่าวไว้ว่า เมื่อครั้งพุทธกาล สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เสด็จมาโปรดเวไนยสัตว์ตามที่ต่างๆ ใกล้รุ่งเช้าวันหนึ่ง พระองค์ได้แผ่ข่ายคือพระญาณตรวจดูสัตว์ผู้ควรแก่การบรรลุธรรม ก็ทรงทราบด้วยพระอนาคตังสญาณว่า ดินแดนสุวรรณภูมิ จะเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธศาสนาให้มั่นคงสืบไปในอนาคตกาล สมควรที่พระองค์จะเสด็จไปโปรดเวไนยสัตว์และประดิษฐานพระพุทธศาสนา ครั้นแล้วจึงได้เสด็จมายังสุวรรณภูมิ พร้อมด้วยพระอานนท์ เสด็จไปยังสถานที่ต่างๆ และแต่ละที่พระองค์เสด็จไป ได้ทรงประทานพระเกศาธาตุบ้าง ทรงอธิษฐานเหยียบรอยพระบาทบ้าง

IMG_6882.jpg



ครั้งทรงเสด็จผ่านดินแดนล้านนา ขณะที่เสด็จผ่านลำน้ำแห่งหนึ่ง มีน้ำใสสะอาด เป็นที่บรรจบของแม่น้ำสองสาย คือ แม่น้ำปิง และ แม่น้ำกวง รับสั่งให้พร
ะอานนท์นำจีวรไปซัก บริเวณนี้จึงมีชื่อว่า “วังซักครัว” และได้เสด็จมาจนถึงบริเวณผาลาด แล้วทรงหยุดรับสั่งให้พระอานนท์นำจีวรไปตาก ณ ผาลาดแห่งนี้ พระองค์ได้ทรงอธิษฐานตั้งพระทัยประทับรอยพระบาทเป็นปาทเจดีย์ จำนวน ๒ รอย เพื่ออนุเคราะห์แก่ชาวโลก

แล้วทรงพยากรณ์ ว่า “ดูกร อานนท์ สถานที่แห่งนี้จะปรากฏชื่อว่า พระพุทธบาทตากผ้า โดยนิมิตที่ตถาคตมาหยุดพักตากผ้าจีวรนี้ จะเป็นปูชนียสถานที่สักการะของมหาชน ผู้ที่มีความศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา จะอำนวยประโยชน์แก่ปวงชนตลอด ๕,๐๐๐ พรรษา” ด้วยเหตุนี้สถานที่แห่งนี้จึงปรากฏนามว่า “วัดพระพุทธบาทตากผ้า” จนถึงปัจจุบันนี้

IMG_5307.jpg



IMG_5189.jpg



ตำนานพระพุทธบาทตากผ้า


(แหล่งที่มา : นาคฤทธิ์ รวบรวมชำระสะสาง (๒๕๔๐-๒๕๔๕). (๒๕๔๕, ๑ ตุลาคม). พุทธตำนานพระเจ้าเลียบโลก ฉบับชำระสะสาง (พิมพ์ครั้งที่ ๑). เชียงใหม่ : ลานนาการพิมพ์, หน้า ๒๑๗-๒๑๙.)


หลวงปู่พระครูบาพรหมา (พระสุพรหมยานเถร) ได้คัดลอกจากตำนานที่ท่านเจ้าคุณพระศรีศิลป์สุนทรวาที ได้เรียบเรียงไว้ กล่าวโดยย่อพอสังเขปดังนี้

ในสมัยพุทธกาล พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแผ่ข่ายพระญาณ เพื่อตรวจดูสัตว์โลกผู้ควรแก่ธรรมาภิสมัย (การบรรลุธรรม) ก็ตรวจพบว่า สุวรรณภูมิคือ ประเทศไทย จะเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธศาสนามั่นคงต่อไปในอนาคต สมควรที่พระองค์เสด็จไปฐาปนาตั้งพระศาสนาไว้ ครั้นทรงมีพระดำริดังนั้นแล้ว พระองค์จึงทรงเสด็จมาสู่สุวรรณภูมิโดยพุทธนิมิต มีพระอานนท์เป็นปัจฉาสมณะ พร้อมด้วยพระอินทร์และพระเจ้าอโศกราช ได้เสด็จจาริกมาตามนิคมชนบทต่างๆ  จนกระทั่งถึง ถ้ำตับเต่า ถ้ำเชียงดาว พระนอนขอนม่วง พระบาทยั้งหวีด และพระธาตุทุ่งตูม ตามลำดับ ได้ทรงเหยียบรอยพระบาทและประทานเกศาธาตุประดิษฐานไว้ในที่นั้นๆ แล้วเสด็จเลียบลงมาตามฝั่งแม่น้ำปิง พอเสด็จมาถึงวัง (แอ่งน้ำ) แห่งหนึ่งทรงหยุดพักเปลื้องผ้ากาสาวพัสตร์ (จีวร) ให้พระอานนท์นำไปซัก สถานที่นั้นจึงได้ชื่อว่า “วังซักครัว” มาตราบเท่าทุกวันนี้ อยู่ใต้สบกวง (ปากแม่น้ำกวง)

จากนั้นพระองค์เสด็จต่อถึงบ้านระหว่างทางไม่ไกลจากดอยม่อนช้างเท่าใดนัก พระองค์ทรงหยุดยืนนิ่งผินพระพักตร์หว่ายไป (บ่ายไป) ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ บ้านนั้นจึงได้ชื่อว่า “บ้านหว่าย” เดี๋ยวนี้เรียกว่า “บ้านหวาย” แล้วก็เสด็จมาถึงบนลานผาลาด (คือบริเวณวัดพระพุทธบาทตากผ้าปัจจุบัน) พระองค์จึงมีพุทธฎีกาตรัสแก่พระอานนท์ให้นำเอาจีวรไปตากบนผาลาดใกล้ๆ ที่ประทับนั้น ซึ่งยังปรากฏเป็นรอยตารางคล้ายๆ ตาผ้าจีวรของพระมาจนบัดนี้

ในกาลครั้งนั้น พระองค์จึงทรงอธิษฐานเหยียบพระบาทประดิษฐานรอบไว้บนผาลาดนี้ แล้วทรงพยากรณ์ว่า “ดูราอานนท์ สถานที่นี้จะปรากฏชื่อว่า “พระพุทธบาทตากผ้า” โดยนิมิตที่เราตถาคตมาหยุดพักตากผ้ากาสาวพัตร์นี้ และจะเป็นปูชนียสถานที่สักการบูชาของมหาชน จะอำนวยประโยชน์อย่างสูงแก่ปวงชนตลอด ๕,๐๐๐ พรรษา”




บันทึกของมิรา : http://www.dannipparn.com/forum-36-1.html

Rank: 8Rank: 8

pimnuttapa โพสต์เมื่อ 2013-6-29 22:36 |แสดงโพสต์ทั้งหมด

IMG_5231.jpg



IMG_5086.jpg



ถวายดอกไม้ ลูกแก้วจักรพรรดิ ปิดทอง เป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา  และขอโมทนาบุญกับผู้สร้าง ผู้บูรณะ หรือผู้ที่เกี่ยวข้องในบุญกุศล ณ สถานที่แห่งนี้ทั้งหมดทั้งมวลตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและอนาคต และตั้งจิตอธิษฐานเพื่อให้ ณ สถานที่แห่งนี้เป็นที่ตั้งอยู่คู่กับพระพุทธศาสนาสืบต่อไปจน ๕๐๐๐ ปี ค่ะ สาธุ สาธุ


IMG_5065.jpg



IMG_5074.jpg



เดี๋ยวเรามากราบนมัสการรอยพระพุทธบาท วัดพระพุทธบาทตากผ้า พร้อมกันเลยนะคะ

(กล่าวนะโม ๓ จบ)  พระพุทธบาทะ  ยัง  ตัตถะ  โยนะกะปุเร  มุนิโร  จะปาทัง  ตัง  ปาทะวะลัญชะ  นะมะหัง  สิระสา  นะมามิ


IMG_5201.jpg



IMG_5237.jpg


ข้าพเจ้าขอถึงซึ่งพระพุทธ พระธรรม และพระอริยสงฆ์เป็นที่พึ่ง ข้าพเจ้าขอกราบนอบน้อมบูชาพระคุณขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงเสียสละสั่งสมบารมีนับชาติมิถ้วน ตรัสรู้พระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ ประกาศธรรมนำเวไนยสัตว์ออกจากสังสารวัฏ พร้อมกราบพระธรรม  และพระอริยสงฆ์ ขอตั้งสัจจะอธิษฐานด้วยอานิสงส์ผลแห่งบุญนี้ จงเป็นปัจจัยให้ได้ถึงซึ่งพระนิพพาน แม้ต้องเกิดในทิพย์จุติใดๆ ขอเกิดภายใต้ร่มเงาพระพุทธศาสนา ได้พบสัตบุรุษผู้รู้ธรรมอันประเสริฐมีกรรมสัมพันธ์ที่ดี ได้เกิดท่ามกลางกัลยาณมิตร ห่างไกลจากพาล มีโอกาสฟังธรรมประพฤติธรรม จนเป็นปัจจัยให้เจริญด้วยสติและปัญญาญาณ ตามส่งชาตินี้และชาติต่อๆไป จนถึงพระนิพพานในกาลอันควรเทอญ กรรมใดๆ ที่ล่วงเกินต่อพระพุทธ พระธรรม พระอริยสงฆ์ และสรรพสัตว์ทั้งหลายในอดีตชาติก็ตามปัจจุบันชาติก็ตาม กราบขออโหสิกรรมทั้งหมดทั้งสิ้น ขออุทิศกุศลผลบุญให้แด่ท่านผู้มีพระคุณ ญาติพี่น้อง เจ้ากรรมนายเวร ตลอดจนท่านที่ขวนขวายในกิจที่ชอบในการดำรงรักษาไว้ซึ่งประเทศชาติ  พระพุทธศาสนา และองค์พระมหากษัตริย์ทั้งที่เป็นมนุษย์และอมนุษย์ ขอให้ท่านทั้งหลายดังกล่าวนามมานั้นจงประสบแต่ความดี ปราศจากความทุกข์และมีความสุขฯ ทั่วกันทุกท่านเทอญ



บันทึกของมิรา : http://www.dannipparn.com/forum-36-1.html

Rank: 8Rank: 8

pimnuttapa โพสต์เมื่อ 2013-6-29 22:38 |แสดงโพสต์ทั้งหมด

IMG_6776.jpg



รูปครูบาเจ้าศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนาไทย ประดิษฐานด้านหน้า มณฑปครอบรอยพระพุทธบาท ภายใน พระวิหารจตุรมุข วัดพระพุทธบาทตากผ้า ค่ะ


IMG_6777.jpg



รูปครูบาพรหมา พฺรหฺมจกฺโก (พระสุพรหมยานเถร) ประดิษฐานด้านหน้า มณฑปครอบรอยพระพุทธบาท ภายใน พระวิหารจตุรมุข วัดพระพุทธบาทตากผ้า ค่ะ


IMG_6888.jpg



ประวัติพระสุพรหมยานเถร (ครูบาพรหมา พฺรหฺมจกฺโก) อดีตเจ้าอาวาสวัดพระพุทธบาทตากผ้า รูปที่ ๑

ชาติภูมิ
พระสุพรหมยานเถร มีนามเดิมว่า “พรหมา พิมสาร” เกิดเมื่อวันอังคาร ที่ ๓๐ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๔๑ ตรงกับวันขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๑๐ (เดือน ๑๒ เหนือ) ปีจอ ณ บ้านป่าแพ่ง ต.แม่แรง อ.ป่าซาง จ.ลำพูน เป็นบุตรของ นายเป็ง -นางบัวถา พิมสาร มีพี่น้องร่วมกัน ๑๓ คน คือ
๑. พ่อน้อยเมือง พิมสาร
๒. เด็กหญิง (ไม่ทราบชื่อ)
๓. แม่อุ้ยคำ หล้าดวงดี
๔. พ่อหนานนวล พิมสาร
๕. พ่อหนานบุญ พิมสาร
๖. พระสุธรรมญาณเถร
๗. พระสุพรหมยานเถร (เจ้าของประวัติ)
๘. พระครูสุนทรคัมภีรญาณ
๙. พ่อหนานแสง พิมสาร
๑๐. แม่ธิดา สุทธิพงษ์
๑๑. แม่นางบัวหลวง ณ ลำพูน
๑๒. เด็กหญิงตุมมา พิมสาร
๑๓. นางแสงหล้า สุภายอง

ซึ่งทุกรูปและทุกคนได้ถึงแก่มรณภาพและถึงแก่กรรมไปหมดแล้ว

บรรพชา
ท่านได้ทำการบรรพชาเป็นสามเณร เมื่ออายุได้ ๑๕ ปี ในวันที่ ๒๔ เมษายน พ.ศ.๒๔๕๕ ณ วัดป่าเหียง ต.แม่แรง อ.ป่าซาง จ.ลำพูน โดยมีเจ้าอธิการแก้ว ขตฺติโย เป็นพระอุปัชฌาย์

อุปสมบท
เมื่ออายุครบ ๒๐ ปี บริบูรณ์ ท่านได้กลับมารับการอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ พัทธสีมาวัดป่าเหียง ในวันที่ ๑๖ มกราคม พ.ศ. ๒๔๖๑ โดยมีเจ้าอธิการแก้ว ขตฺติโย เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์ฮอม โพธิโก เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอาจารย์สม สุรินฺโท เป็นพระอนุสาวนาจารย์ และท่านได้นามฉายาว่า “พฺรหฺมจกฺโก”

การปฏิบัติธรรม
ท่านครูบาพรหมา ได้รับโอวาทจากพระอุปัชฌาย์ว่า “ถ้าฮักตั๋ว ก็จงตั้งใจ๋ปฏิบัติธรรม” ท่านจึงฝักใฝ่ในการปฏิบัติธรรมตลอดมา จนกระทั่งวันที่ ๒๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๖๔ ท่านครูบาได้ออกเดินธุดงค์ไปตามป่าเขาลำเนาไพรที่เงียบสงบเรื่อยๆ จนทั่วภาคเหนือ ไปจนถึงเขตแดนประเทศพม่าและประเทศลาว ต้องเผชิญกับความทุกข์ยากนานัปประการ บางครั้งก็เกือบเอาชีวิตไม่รอด แต่ท่านก็ไม่ย่อท้อด้วยความมุ่งมั่นที่จะเดินตามรอยพระยุคลบาทขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า นับว่าท่านเป็นพระภิกษุรูปแรกที่ออกเดินธุดงค์ในภาคเหนือ รวมเวลาเดินธุดงค์ทั้งสิ้น ๒๕ ปี ท่านครูบาเป็นนักปฏิบัติธรรมที่เสมอต้นเสมอปลายต่อข้อวัตรปฏิบัติเสมอมา เช่นการบิณฑบาตเป็นวัตร การฉันอาหารมื้อเดียวเป็นวัตร การอยู่ป่าเป็นวัตร การอยู่โคนต้นไม้เป็นวัตร เป็นต้น

นิสัยใจคอ
ท่านเป็นผู้ที่มีนิสัยใจคอเยือกเย็น ชอบความสงบสงัด ไม่เคยทะเลาะเบาะแว้งกับใคร และไม่เคยติฉินนินทาใคร แม้ใครจะติฉินนินทาว่าร้ายท่านอย่างไร ท่านก็เฉยไม่โกรธ ยิ่งกว่านั้นท่านยังอำนวยอวยพรให้แก่ผู้ที่ติฉินนินทาเป็นการให้อภัยทาน

ด้านการเผยแผ่ศาสนา
ท่านเป็นผู้ที่ใฝ่ใจทั้งใจด้านปริยัติและปฏิบัติ เห็นได้จากเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๖ ท่านได้จัดตั้งสำนักศาสนศึกษาเปิดสอนนักธรรมขึ้น และเปิดสอนบาลีขึ้นอีกในปีถัดมา จากนั้นท่านได้จัดตั้งสำนักวิปัสสนากัมมัฏฐานขึ้นตามลำดับ จนทำให้วัดได้รับการยกฐานะเป็น “วัดพัฒนาตัวอย่าง” จากกรมการศาสนา เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๑ และได้รับการยกฐานะจากวัดราษฎร์ เป็นวัดพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๒ นอกจากนี้ท่านยังได้ออกไปอบรมศรัทธาประชาชนในที่ต่างๆ ทั้งได้จัดพิมพ์หนังสือธรรมะแจกจ่ายให้กับศรัทธาประชาชนเป็นจำนวนมาก


IMG_6797.jpg



IMG_6800.jpg



วันที่ ๒๑ มกราคม พ.ศ.๒๕๐๕ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้ารำไพ พรรณี ทรงนำเสด็จพระราชอาคันตุกะ พระเจ้ากรุงเดนมาร์ค และพระราชินีอินกริด เสด็จมานมัสการพระพุทธบาทตากผ้า และเสด็จเยี่ยมประชาชนที่มารอเฝ้าชมพระบารมีอยู่รอบๆ บริเวณวิหารพระพุทธบาท โดยเสด็จออกจากประตูทิศใต้ ดำเนินไปถึงศาลาการเปรียญตะวันตก เสด็จเข้าไปพักผ่อนพระราชอิริยาบถและทรงเสวยพระกระยาหารกลางวัน ณ ที่นั้น พร้อมกับได้ทรงลงพระปรมาภิไธย ซึ่งทางวัดได้จัดทูลเกล้าถวาย แล้วเด็จกลับพระราชตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์เชียงใหม่ค่ะ



บันทึกของมิรา : http://www.dannipparn.com/forum-36-1.html

สมาชิกที่เพิ่งอ่านหัวข้อนี้

คุณต้องเข้าสู่ระบบก่อนจึงจะสามารถตอบกลับ เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก

แดนนิพพาน ดอท คอม

GMT+7, 2018-8-22 12:45 , Processed in 0.052454 second(s), 16 queries .

Powered by Discuz! X1.5

© 2001-2010 Comsenz Inc. Thai Language by DiscuzThai! Team.