แดนนิพพาน "โมทนาทุกดวงจิตถึงซึ่งแดนนิพพาน"

 

   

ค้นหา
เจ้าของ: yuiflukefo
go

ถามเรื่องการอุทิศบุญ [คัดลอกลิงค์]

Rank: 1

การขออโหสิกรรมแค่คิดยังไม่พอ ต้องขออโหสิกรรมซึ่งหน้ากัน! a( x2 k( \0 A, q
ถาม : กรณีที่เรา..... คิดให้อภัยทานเขาและขอขมาเขา ถือว่าเราทำผิดไหมครับ ?# q3 c# n8 D$ Z2 K) T3 c, G2 n
* y# h: g8 l4 |) [$ u2 a4 P) T/ I
ตอบ : ผิดตั้งแต่แรกแล้ว ถึงคุณจะตั้งใจอย่างไร ถ้ากรรมนั้นก็ยังไม่หมด แรงกรรมก็ยังส่งไปเรื่อย มีอยู่ทางเดียวคือวางอุเบกขา สงเคราะห์ได้ก็สงเคราะห์ สงเคราะห์ไม่ได้ก็ปล่อยไป ยกเว้นว่าคุณจะไปทำพิธีขออโหสิกรรมซึ่งหน้ากัน ถ้าเขาเอ่ยปากอโหสิแล้วกรรมถึงจะขาดลง ถ้ากระแสกรรมยังไม่ขาด กรรมนั้นก็ตามส่งผลไปเรื่อย
& V# m1 K1 c4 ^3 f  Aสนทนากับพระครูวิลาศกาญจนธรรม (พระอาจารย์เล็ก สุธมฺมปญฺโญ)4 {% {4 H, M+ |* R; A* h$ g" p
เก็บตกจากบ้านวิริยบารมี ต้นเดือนกันยายน ๒๕๕๕! q. T4 M; v# S( g
, R7 X( E- e6 x* G& Q

, \3 T+ t% X4 ?! B+ a; c5 o

Rank: 1

- C" R  x! h) e8 w2 s

% C3 M- G: r& N[size=150%]โอวาทธรรม
3 a8 V  ?5 f. y, e5 A+ |
ของ
% T3 U$ D! H9 B/ \[size=150%]พระราชพรหมยาน0 g, B, f3 s* {  Q+ J5 A8 B5 @
(หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)
+ F7 n6 B' u. p) ]$ l* \
วัดจันทาราม (วัดท่าซุง) จ.อุทัยธานี
2 e& V" y3 `' F! B
- p5 }& x+ `/ A4 k, u' \
& w  R) T8 v; \1 L5 P& w2 f6 v6 c

# c* ~5 p* B6 o  p9 H# b4 Y* }การอุทิศส่วนกุศล+ B$ S2 O  p. z1 c$ Y

% X4 b% a; w# a9 p2 S: o"หลวงพ่อคะ...ลูกทำสังฆทานให้สัมภเวสี ถ้ากลับไปแล้ว
9 X- z2 C5 s: [2 R0 H+ E8 Bจะกรวดน้ำได้ไหมคะ...?"

5 d' q/ Q7 Z. x3 Z# A; {& A9 T/ b" h1 b
การอุทิศส่วนกุศลในพระพุทธศาสนานี่ไม่มีน้ำ1 Q) q  t4 P# J# @# U
แต่ที่พระเจ้าพิมพิสารทำเป็นองค์แรก
# Y% ~$ Q  `- a* {7 z  Qเพราะว่าศาสนาพราหมณ์เขาถือว่า ถ้าจะให้อะไรกับใคร
  a+ c0 Z3 N8 E. U! U$ e, |: yต้องให้คนนั้นแบมือแล้วเอาน้ำราดลงไป

8 ~5 f  u) A) n' u# \$ o, z6 H/ @- ^5 D. B2 p1 L
และตอนที่พระเจ้าพิมพิสารทำ พระพุทธเจ้าท่านก็ไม่ได้ห้าม
/ H9 ~, R+ n" P8 Q' N$ L# qเวลาที่พระเจ้าพิมพิสารอุทิศส่วนกุศลต้องใช้น้ำ
5 M  Q2 R+ O9 K9 Z) X5 `. bเพราะว่าท่านเพิ่งพบพระพุทธเจ้า 4 C3 `2 a3 S/ E
ประเพณีของพราหมณ์ยังชินอยู่ แต่ว่าใจท่านตั้งตรง
: D* i0 N0 p/ E( k: B, {8 R& Y# j: w) [! w6 _. e+ [9 N& M% Z
เวลาอุทิศส่วนกุศลจริงๆในพระพุทธศาสนาไม่ต้องใ้ช้น้ำ
7 T+ Y' C5 Q, b" ?( C- Rผีกับเปรตต้องรีบวิ่งกลับเพราะไม่ได้กินแน่ เพราะฉันเคยพบมาแล้ว1 X' a! R2 ]7 q. E' q' s
แต่ไม่มีน้ำนะ ว่า "อิมินาฯ" เพลินไป 2 m+ V+ Z6 ]0 e2 m
ยังไม่ถึงครึ่งก็มีคน ๒ คนถือโซ่คล้องคอปั๊บลากไปเลย

8 S6 f9 Z. f6 g& S, g# Q2 |$ M3 N# N/ j/ Y
2 [9 U) _, I/ Y

: a7 }& `; B$ n6 W" \; F$ Nกรวดน้ำแบบแห้ง
. m" y5 U6 l( ^5 }9 `* i7 o  @' z, r! n( H- E
"มีบางคนเขาบอกว่า กรวดน้ำแบบแห้ง
3 U) v5 l" O; X: D" A% Pตายไปชาติหน้าจะแห้งแล้งเพราะไม่มีน้ำ/ G. ]& q3 c* c" H3 ^
โบราณพูดอย่างนี้จะจริงหรือเปล่าคะ...?"

3 H6 ~' Q% \1 J* ^$ V7 F  N! h3 ^' w/ L9 ^
เขาพูดได้ยินหรือเปล่า? คนที่พูดมาได้ยินหรือเปล่า?
% R! B% P2 ^$ P$ jคนโบราณพูดอย่างนี้ คนโบราณพูดหรือเปล่า?
1 Y3 w9 G1 G7 Y  q0 v3 Jถ้าได้ยินแสดงว่า เขาพูดจริงแต่ก็ไม่ได้แห้งแล้งจริง: t$ e( k/ u3 b5 X7 r0 f

. q8 {: z: H* l3 v3 q1 _การอุทิศส่วนกุศล พระพุทธเจ้าไม่ได้สอนให้ใช้น้ำ0 `3 J1 j. T, W" \7 B
ฉันใช้น้ำวันเดียว วันบวช ว่าไม่ถูกเลย
1 g1 j+ G+ P+ v. j$ _( Yต้องระวังน้ำหยดอีก ผีไม่ได้กินน้ำ
0 o2 u+ }& Q' vตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ฉันไม่เคยใช้น้ำเลยก็เห็นผีได้รับ
; T% \* v4 f" ~( Fแต่ชาติหน้าถ้าจะทำอย่างนั้น ถ้าฉันยังไม่ตายก็ไม่ได้เหมือนกัน' C$ {! p( I- P; ?
แต่ไม่เป็นไรนะ กินน้ำเกลือเผื่ออยู่แล้ว เผื่อชาติหน้าจะอด
1 S* r8 u9 c5 r0 O
/ |3 X/ \# q9 Q6 I  O7 W"อ๋อ...มิน่าล่ะ...หลวงพ่อถึงให้น้ำเกลือบ่อยๆ"  T; B1 e2 M, T5 O
ใช่..มีทั้งน้ำสะอาด น้ำเกลือ น้ำหวาน เผื่อไว้ตลอด0 O6 Y" }  J/ M, }

1 b- F5 p$ v) W# h8 R5 H3 i5 l# oรวมความว่า เวลาจะอุทิศส่วนกุศล ให้ใช้ภาษาไทยสั้นๆ
% K9 ?& g# r: g/ e. s, kอย่างทำบุญสังฆทาน เราก็ตั้งใจว่า
% i5 C0 f0 m# [" n9 J# t: K! L"การบำเพ็ญกุศลในวันนี้ ผลจะมีแก่ข้าพเจ้าเพียงใด) I) ^( \% L6 _  |
ขออุทิศส่วนกุศลให้แก่...(บอกชื่อ)
! t1 V+ s' S9 t! |1 Lขอให้มาโมทนารับผลเช่นเดียวกับข้าพเจ้า"
9 z! \' p; y0 I, X' K5 O

1 \# C0 B& ~3 ^4 t0 yและตอนที่พระสงฆ์ให้พรนี้
  {/ W2 D. u% A1 L2 @ก็ขอเจ้าภาพและทุกท่านที่บำเพ็ญกุศลแล้ว . J) M7 Z  y: P: @
ตั้งจิตปรารถนาเอาตามประสงค์
% U* T2 d8 O2 t4 f& C) X" Q, |& o. r8 M
สมมติว่า ท่านทั้งหลายตั้งใจเพื่อ "พระนิพพาน"
9 C7 Z" b9 Z$ J/ \$ D, p6 \3 Eอันนี้ก็ต้องเผื่อด้วยว่า หากสมมติว่าเราตายจากชาตินี้แล้ว
0 h* K) g0 S; C' e7 E- P9 ~ยังไม่ถึงซึ่งพระนิพพานเพียงไร
! b$ o+ m* Q0 P' Tสมมติว่าเราตาย...ถ้าไม่เผื่อไว้ละก็มันจะขลุกขลัก& p- h, \5 s3 M; t% P

5 `1 `0 }. x2 a" S8 D) O; Lฉะนั้น การอธิษฐานจิต คือ ตั้งอธิษฐานเขาเรีัยกว่า อธิษฐานบารมี3 B1 L* `: {6 O( u0 ^4 n
เจริญพระกรรมฐานก็ดี ถวายสังฆทานก็ดี อธิษฐานว่า . ]. T5 E: H( j  e  z5 S  D& I
"ขอผลบุญนี้จงเป็นปัจจัยให้ข้าพเจ้าถึพระนิพพานในชาติปัจจุบันนี้
7 S' v% X0 k+ l& l# J1 Dแต่ทว่าถ้าหากข้าพเจ้าไม่ถึงพระนิพพานเพียงใด7 p; q" c4 t7 k1 f. _7 \/ Q
จะเกิดใหม่ไปในชาติใดก็ตาม ขอคำว่าไม่มี...จงอย่าปรากฏแก่ข้าพเจ้า"

1 N# @' {7 \$ H9 |* p, c1 Y* n* b3 N
$ n& C' p/ h+ e) K0 Y  ^0 |ถ้าเราต้องการอะไรให้มันมีทุกอย่าง1 I$ {- \( F7 q6 D0 T! V( k
จะไม่รวยมากก็ช่าง เท่านี้ก็พอแล้ว
% p; @$ z/ M# C9 {: ~

* o. _+ M5 G$ ~  S" J: ^: N/ ^ 6 K! D. S, p4 o" [  L2 |0 g* D
0 }: @. x$ K/ q
ลืมอุทิศส่วนกุศล
6 V# Z* w9 T8 T, p, Z
1 G) B$ L* f3 [1 e"เมื่อทำบุญแล้ว ถ้าจะอุทิศส่วนกุศลภายหลังจะได้ไหมคะ...?"
+ ?' [9 A& d0 q0 @4 n- s' iการทำบุญไปแล้วครั้งหนึ่งสักกี่ปีๆ บุญก็ยังอยู่2 k% I, ^1 k# q" m. V+ D) \2 U
ถ้าทำไปแล้วสัก ๓๐ ปีก็ยังอุทิศส่วนกุศลได้ บุญมันไม่หาย
3 O* [# f+ t7 m' f  A3 r% s# X* Wไม่ใช่เราทำบุญแล้วเดี๋ยวเดียวมันก็หาย ไม่ใช่อย่างนั้นนะ
+ d4 v) F0 q4 ]1 I7 Y
% q+ G1 [9 ]: X) w( M
"แล้วถ้าเผื่อทำบุญแล้ว ไม่ได้อุทิศส่วนกุศลจะได้บุญเต็มที่ไหมคะ?"0 D/ w% T% v9 x2 {2 }3 L
ก็ได้เต็มที่อยู่แล้ว เราเป็นผู้ได้สมบูรณ์แบบ
7 a0 ~3 C) I' c. H( l0 }, C
( k) x1 E9 m2 c, u7 vแต่อยู่ที่ว่า เราจะให้เขาหรือไม่ให้ 0 |& m) h/ j) d: u; P8 C: n% Z# u: t
การอุทิศส่วนกุศลนี่ถ้าเราไม่ให้เราก็กินคนเดียว ใช่ไหม6 Y& ^0 ?6 `: N" s0 S' H
ทีนี้ถ้าเราให้เขา ของเราก็ไม่หมด! g- }/ X; f4 }3 o
อีกส่วนที่เราให้ไปไม่ได้ยุบไปจากของเดิม8 R& o6 _: t% a5 a
2 s9 q: _4 S; y! {3 B
อย่างเรื่องของ พระอนุรุทธ 1 h& C5 q) Q# a8 W3 z
สมัยที่ท่านเกิดเป็นคนเกี่ยวหญ้าให้ช้างของมหาเศรษฐี) s: `. r% _9 }
เวลาที่ทำบุญแล้ว เจ้านายขอแบ่งบุญ 4 y  E- h7 `" g+ B4 z0 `# F
ท่านก็สงสัยว่า การแบ่งบุญน่ะจะแบ่งได้ไหม 2 \, z1 v9 c/ C- C) y4 t9 B
จึงไปถามพระปัจเจกพุทธเจ้าที่ท่านรับบาตรนะ( X6 {6 ?5 Y6 t- a

) ], x( z' w# O8 V/ ^9 e2 bท่านก็เปรียบเทียบให้ฟังว่า ' v8 V- [! F: u6 p. j4 g
สมมติว่าโยมมีคบ แล้วก็มีไฟด้วย
$ s2 q0 v6 o$ d  V$ d. W: M% Zคนอื่นเขามีแต่คบ ไม่มีไฟ ทุกคนต้องการแสงสว่าง
: j# i& v' N1 I0 D" zก็มาขอต่อไฟที่คบของโยม แล้วคบทุกคนก็สว่างไสวหมด
) g; P% S+ e9 A& r9 z! pอยากทราบว่า ไฟของคุณโยมจะยุบไปไหม?
$ O) u9 Q& R6 Q7 C0 I5 U( ^! }) ?ท่านอนุรุทธก็บอกว่า ไม่ยุบ
4 l2 _( X( f0 {' C7 P- R' W4 X' o$ P4 s9 X: I
แล้วท่านก็บอกว่า การอุทิศส่วนกุศลก็เหมือนกัน: G! y& n4 t/ N3 v
ให้เขาอนุโมทนา แต่บุญของเราเต็ม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์

- O  D0 [: c) A1 u# f# k9 N% A; l, |3 c* L$ w7 S* Z
" i3 K. C9 O* u1 |1 b

; [1 _! U# p* q1 h# Y" j; @" Xการแผ่ส่วนกุศล
3 Z; }4 G$ g' d, z* |* a, |" Q1 Y% s2 S2 X
"การแผ่ส่วนกุศลไปให้แก่บิดามารดา ท่านจะได้รับผลไหมคะ...?"
" _8 V  k0 M( Q' T8 Q- J  Y! N5 z+ E! f6 n) j% G+ {% |
การได้รับส่วนกุศลนี่ ถ้าหากท่านมีโอกาสโมทนา ท่านก็ได้รับ
5 q, Q. F3 _; L) oถ้าท่านไม่มีโอกาสโมทนาก็ไม่ได้รับ
/ l% G7 B) \, Q' c

4 i; L! w& |, R- Jเหมือนเราเอาสิ่งของไปให้แก่ผู้รับเขาไม่รับ เขาจะได้ไหม
+ ~7 w" g: B# Z5 pถ้าพวกเขาอยู่ในนรก ไฟไหม้ทั้งวัน ถูกสรรพาวุธสับฟันทั้งวัน  o) m3 g: a2 @
ถ้าเราเอาขนมไปให้กิน เขากินได้ไหม?) c! k) W0 U; ?1 Y6 u
"ไม่ได้ค่ะ") i7 g: Q  p$ c
อยู่ในแดนเปรต ๑๑ จำพวก ไมไ่ด้รับ* W8 `6 k# o& d) X% S
แต่ถ้าเป็นพวกที่ ๑๒ คือ ปรทัตตูปชีวีเปรต พวกนี้มีโอกาสโมทนา
  x; R- d. M/ p
+ F. E) X8 f) ?8 h"แล้วผู้สร้างจะได้ไหมคะ...?"3 m3 V, S9 s9 E$ R
ไม่แน่..ถ้าสร้างดีก็ได้บุญ ถ้าสร้างไม่ดีก็ได้บาป! j% G* I8 S$ d" ~6 F
"เป็นไงคะ...?" 1 \1 \. Q& G6 c3 H
คือ ก่อนจะทำบุญ ก็กินเหล้ากันก่อน พอพระไปก็กินเหล้ากันแล้ว % C: e% Q& H" f% L9 T
ถ้าหากมีเจตนาบริสุทธิ์ ไม่มีบาป มีแต่บุญ ผู้สร้างได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์/ _% _* d4 q* |; l( I
คือ บุญนี่จะได้แก่ผู้สร้างก่อน แล้วผู้สร้างอุทิศส่วนกุศลให้ผู้อื่น% v: Z6 x  z7 v7 e/ q
ถ้าเขามีโอกาสโมทนาก็ได้รับ
) t3 Z1 E3 V4 B

" ], D7 f8 _" I7 b" s1 o
: m- h7 x( a" G# ~
* s0 q2 @% H' ~3 d6 dอุทิศเจาะจง  ]4 l, b& Q( W+ s

) y1 P9 k; c4 g4 S( U& ["ทีนี้การอุทิศส่วนกุศลแก่บุคคลต่างๆที่ตายไปแล้ว
$ g( I) J% j9 |จำเป็นไหมครับว่าะต้องออกชื่อ รู้สึกว่า มีมากเหลือเกิน"

; M( ^7 _' M: E# d$ C" r: @/ y* }- e+ D- Z  l$ i% {) J# U+ N. k
ถ้านึกได้ก็ออกชื่อเขาก็ได้ ถ้าออกชื่อน่ะดีอยู่อย่าง6 H* J1 X. W4 T
ถ้ากรรมหนาอยู่นิด ถ้าออกชื่อเจาะจงเขาได้เลยนะ( s8 i0 b  m5 _- s+ I/ R7 h& Q
ถ้านึกไม่ออกก็ว่ารวมๆ ญาติก็ดี ไม่ใช่ญาติก็ดี
+ k. S: I# y+ Hเอายังงี้ดีกว่า ถ้าขืนไล่ชื่อไปน่ากลัวจะไม่จบ
( H7 E2 n2 E6 k
5 \6 r. N% P/ l/ R
มันมีอยู่คราวหนึ่ง ไปเทศน์กัน ๓ องค์ ' m) F& A9 U+ M5 r. q, g9 U9 |
บังเอิญที่ไปก็มีอารมณ์จิตคล้ายคลึงกัน * w7 g1 |1 e8 f: _6 E! \& \9 v2 D+ u
เวลาเพลเขาก็ถวายอาหาร ก็มีพระอื่นด้วยรวมแล้ว ๕ องค์0 R8 A3 ^3 C( h6 t

! F: L6 E$ }7 Y$ l! h* P" V' Bทีนี้ตาทายกเขานำอุทิศส่วนกุศลในวันนั้น แกก็ออกชื่อคนตาย
  N- V+ M7 C, B7 V( J" h, [แล้วก็บรรดาญาติทั้งหลายที่ตายไปแล้ว บอกเท่านั้นแหละ
6 B2 M8 P0 p$ @" h* V* c% Z* M$ R/ vพวกผีก็เข้ามาเป็นหมื่นล้อมรอบศาลาอยู่
  G( t" z  @% D& e# t5 u( T2 w' Mไอ้คนที่เป็นญาติรับโมทนาแล้วผิวพรรณดีขึ้น 7 V( H8 u9 h! F) E% ]
ไอ้พวกที่ไม่ใช่ญาติก็เดินร้องไห้กลับ
0 G5 z; W. Y1 n9 a4 [8 u4 t% b/ S2 j/ q2 K7 D) x
พอเขานิมนต์ขึ้นไปเทศน์ 8 S- @- a3 o7 @; ?$ T
ตอนลงท้ายเขาถามกันว่า การอุทิศส่วนกุศลทำยังไง
/ j4 @& S+ l7 ^, O& S& Bองค์ที่มีปากร้ายอยู่สักหน่อยบอกว่า
" O1 O7 f4 X, `% N5 xญาติโยมที่นำอุทิศส่วนกุศล อย่าให้ใจแคบเกินไปนักสิ) E8 x- x$ }  H2 w# {: H* M* P" d
% C% l+ X5 X4 y7 G& p: b
อย่าลืมว่า การทำบุญแต่ละคราว
; w" O. g7 p/ s) [8 l* }พวกปรทัตตูปชีวีเปรต ก็ดี พวก สัมภเวสี ก็ดี จะมายืนล้อมรอบ
% o  u0 I' b& _4 Y( r0 F9 U" l
" t; O7 J. ~) R+ i; rอย่างสวดบท อยัญจะโขฯ น่ะ
" \2 C8 [' t3 x' H# Aพวกบรรดาผีทั้งหลายทั่วบริเวณจะคอยโมทนา# \7 K5 I8 D, r" v( L% k' k) b/ `
แต่ถ้าเราให้แต่ญาติๆก็จะได้
6 {0 N, U6 \4 _5 d4 Eแต่บุคคลอื่นไม่ใช่ญาติจะไม่ได้
3 L  `1 f, v0 O  _4 t4 i$ V( y% l- j! K/ J8 k/ Q' _7 ]+ E  y3 ]1 U
ฉะนั้นก็ควรจะให้ต่อๆกันไป 2 l* [, f; Q- A! d
คือว่า ให้ทั้งหมด ทั้งญาติและไม่ใช่ญาติ

9 I+ Q- g! f/ z/ V" L* b& a; r& c7 n9 O. {" @, `8 Z2 g6 H

7 ~  Q1 M$ v6 q2 a! ?3 a4 Z( j2 e  Y& m2 @! q! p6 O
พุทธานุสติ( ]; z8 A6 o2 _7 w

1 ^# \% V6 `3 ?& b# F/ n$ q9 G"คนไปนิพพานแล้วอุทิศให้ได้หรือไม่...?"
9 D( b2 {; t; _& }* Iได้...แม้แต่พระพุทธเจ้าเราก็ควรอุทิศให้ได้. C1 l8 V  g: v4 ~
เพราะเป็นการสนองคุณ แสดงความกตัญญูกตเวที

: K% Z' r, r5 |* |( e
: x8 `3 C* e  j' tความจริงท่านไม่ต้องการหรอก ของท่านมีจนล้นแล้ว4 \- |- m2 T: f1 T& @2 o& ]5 O8 y
ถึงแม้ท่านจะไม่รับ แต่อย่าลืม อย่างเราเป็นพ่อแม่เขาน่ะ
" F2 |% v+ Q! w. m9 Fถ้าไอ้ลูกมันอยู่บ้านไกล นานๆ มาหาที
: H; W- S) D& Y! c1 ~# w8 n8 H; eเอาของอะไรมาให้ ถึงแม้ของนั้นไม่มีค่าอะไร เราก็ยังดีใจใช่ไหม
+ K# N. r6 N: y. T' c) t5 {เห็นว่า ลูกน่ะมีน้ำใจ มีกตัญญูรู้คุณ - t; `( e; S: W1 \. U1 J+ T
6 w: d) g+ n* M6 }
อันนี้ก็เหมือนกัน ถ้าหากว่า เราอุทิศส่วนกุศลให้พระพุทธเจ้า
  Z9 Z$ `7 m. N1 fก็แสดงว่า เรากตัญญูรู้คุณของพระพุทธเจ้า3 D+ d, K# ]' c. [

+ V6 n4 d. n$ g) X8 @! uการบูชาคุณของพระพุทธเจ้าด้วยความกตัญญูรู้คุณนี่1 p. ^/ G* K* |  y+ H1 ~/ g
เป็นเหตุให้เราไม่ลงนรก
3 s# \4 S" {; _. W9 qท่านจะรับหรือไม่รับนี่ไม่สำคัญ
3 A0 W- ?( G& Q- Q5 @สำคัญที่ว่า ให้ใจของเราตามระลึกถึงอยู่เสมอก็แล้วกัน

0 q1 u+ l0 Z) _; i- y! j( ~8 E6 _, I4 F# W7 ?% b3 x

' b6 l+ v& T) D6 \- E% a% k. |! _9 V
6 \' j1 ?2 b2 @# _; E; w/ x; e, ^1 {, v8 q
คัดลอกเนื้อหาจาก0 o) R, P! e8 e. }0 t5 @0 A
หนังสือเรื่อง การอุทิศส่วนกุศล หน้าที่ ๓-๙
7 S7 V$ c; m2 f4 K/ Tโดย หลวงพ่อพระราชพรหมยาน (พระมหาวีระ ถาวโร

Rank: 1

Rank: 1

อนุโมทนาสาธุครับ คือว่าถ้าเราอุทิศบุญให้ใคร ถ้าเขามีชีวิตอยู่เขาไม่รู้ว่าเราให้ เขาไม่ได้อนุโมทนาบุญก็เท่ากับว่าไม่ได้ใช่ไหมครับ แต่ถ้าเขาไม่มีชีวิตหรือจากไปแล้วก็ได้รับใช่ไหมครับ หรืออยู่ที่ว่าเขาจะรับหรือไม่รับ และสาเหตุอะไรครับที่เปรต ๑๑ จำพวกถึงรับไม่ได้ครับ เขาบาปหนักจนบุญไปไม่ถึงหรือครับ อนุโมทนาสาธุครับ สาธุ

Rank: 1

ตอบกระทู้ ณัฐดนัย ตั้งกระทู้
( K: U& w0 U4 }/ V. A
  F, I% c; ~5 z4 }ขอโมทนาด้วยครับ  ตอบคุณณัฐดนัย จากประสบการณ์ตรงที่ผ่านมาจากการพิสูจน์ทราบ ผมขอตอบแบบใช้คำไทยกันตรงๆไม่ต้องมีภาษาบาลีกันหละ ผมพบว่าจริงๆแล้วการที่ตัวเราจะอุทิศบุญให้กับผู้ที่มีชีวิตเขาก็รับได้เหมือนกันแต่ เขาไม่สามารถใช้ได้ทันทีบุญที่ได้จะไปรอเขาอยู่ตรงไหนไม่รู้ละ แต่เขายังใช้ไม่ได้โดยทันที แต่หากเป็นการแผ่เมตตาเขาจะรับกระแสเมตตาได้ เช่นภาวนาว่า "จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด" เขาจะรับกระแสนั้นได้ แต่หากเป็นวิญญาณ เขาจะรับและใช้ได้ในทันที โดยการโมทนา ของเขา มีเหมือนกันที่เขาไม่รับบุญจากการอุทิศของเรา  ส่วนเรื่องเปรต๑๑ จำพวก เขาไม่สามารถรับบุญไม่ได้เพราะเขาได้รับความทุกข์ทรามานมาก เหมือนดังช่างตีเหล็กที่ไม่สามารถรอให้เหล็กนั้นเย็นได้ในเวลาตี ต้องทำใหเหล็กร้อนอยู่ตลอกเวลา เหมือนกันกับเปรตที่ได้รับความทุกข์จนจิตของเขาไม่สามารถนึกถึงบุญได้ ไม่มีเวลาโมทนาบุญจากใคร เขาจึงไม่ไดรับบุญ

Rank: 1

ตอบกระทู้ ณัฐดนัย ตั้งกระทู้
9 M5 K3 u" t2 h' `1 D$ Y# m
5 Y0 p( W& u- d2 B/ b: mแล้วถ้าเราอุทิศส่วนกุศลให้แก่เจ้ากรรมนายเวรเขาจะได้รับไหมคะ...?6 y5 {( L3 @  R7 t/ u; a/ d
8 j6 ~9 L) U6 u  h6 H
คือว่าอุทิศส่งไปให้เขาจะได้รับหรือไม่ได้ก็ตาม
! S# \* P' J- }, Sบุญที่เราทำเป็นผลให้เกิดความสุข ไอ้กรรมต่างๆ ที่เป็นอกุศลที่เราทำไปแล้ว เราไปยั้งมันไม่ได้
3 l  L; p+ I0 y/ hแต่ทว่าถ้าเราทำกรรมดีมีกำลังเหนือมันก็กวดไม่ทันเหมือนกัน
; E: X7 N( @: x
(หลวงพ่อน่าจะสอนให้รุ้จัก  วางอุเบกขา  ทุกคนย่อมตกอยู่ใต้กฎของกรรม  เราทำบุญย่อมได้บุญแล้ว ถ้าฟุ้งซ่านมากไปกำลังบุญจะลดตัว หลวงพ่อของเรา มีบุญมากมาย  ก็ยังต้องตกอยู่ใต้ กฎของกรรม คือป่วยเป็นปรกติ)
4 u; v3 E) m' f3 b# j
7 w: m3 u1 Z8 y

" @/ D, s+ N! C
สำหรับตอนที่สองให้โมทนา
* l  k$ @8 G8 i6 q8 h0 _! Lท่านบอกว่าเวลาอุทิศอุทิศส่วนกุศลน่ะ
ขอบอกให้ผมเป็นพยานด้วย6 l3 q/ A1 s0 Q. c2 D' \
ท่านบอกว่าลูกหลานของท่าน ก็คือลูกหลานของผม และมันก็ไม่แน่นักหรอก 8 \* B) w+ u; ]( Z* z( w
บางทีไปอยู่สำนักผมมันอาจจะลืมก็ได้ เขาอาจจะนึกถึงบุญไม่ออก
' u$ L0 R, o( x" X1 R# Qถ้านึกถึงบุญไม่ออก ถ้านึกไม่ออกก็มีความจำเป็นอย่างยิ่งจะต้องปล่อยให้ตกนรก. P2 f2 p! c- A9 D) i  t2 ^
หากว่าถาม 3 เที่ยวนึกไม่ออก% }) t  v' p1 l% D2 Q6 M
ผมจะได้ประกาศว่า นี่เขาเคยบอกฉันไว้ เวลาทำบุญเขาบอกให้ฉันเป็นพยาน
3 I) M( x2 S* Y. m. Nแล้วก็ประกาศกุศลนั้น ก็ได้ไปสวรรค์

% w1 ]0 n/ j: s) n" Y
/ |5 M  b+ d7 x  i7 q, E
( ทีนี้ถ้าคนอุทิศบุญกุศล ฉลาดซักหน่อย  ก็ให้ฝาก ท่านลุงพยายามราชไว้ ถ้าบังเอิญ เขาตาย จะต้องผ่านสำนักพยายม ท่านพยายมราชจะได้เป็นพยานบุญให้ แล้วก็อย่าลืมให้ท่านพยายมราช เป็นพยานบุญของตัวเอง ด้วยนะ ครับ ดูตัวอย่างพระเทวทัต ได้ อภิญญา5  ยังลงอเวจีได้เลย ถ้ายังไม่ได้เป็นพระอริยะเจ้า ก็อย่าประมาท ครับ )( D6 o5 j7 I0 A: _7 T2 g; q6 S

5 j& x& s6 t9 ~! K3 {& U  R
8 X4 w% [; b" ?
การแผ่ส่วนกุศล
1 [5 q- d, m8 \: d) y1 X& F5 ?9 z5 i: y7 Y0 N" e
"การแผ่ส่วนกุศลไปให้แก่บิดามารดา ท่านจะได้รับผลไหมคะ...?"1 J/ ~1 |3 A6 ^
7 G- o* N# h5 W" Q1 k5 c$ n: J6 E
การได้รับส่วนกุศลนี่ ถ้าหากท่านมีโอกาสโมทนา ท่านก็ได้รับ/ d7 w" {: ~% P9 A- @7 B6 W
ถ้าท่านไม่มีโอกาสโมทนาก็ไม่ได้รับ
7 p" K' a' |' E' X5 e
( L6 F" d. O0 ~3 J) {
เหมือนเราเอาสิ่งของไปให้แก่ผู้รับเขาไม่รับ เขาจะได้ไหม  p' Q- }4 d* @# ?9 x/ Y; P
ถ้าพวกเขาอยู่ในนรก ไฟไหม้ทั้งวัน ถูกสรรพาวุธสับฟันทั้งวัน
, S4 f; n, D) e+ N9 K4 Q4 X- o. Fถ้าเราเอาขนมไปให้กิน เขากินได้ไหม?) |: m; ^3 h  I& ^% w
"ไม่ได้ค่ะ"
' J3 g# N! A: m4 M& I0 |" c6 C( A: q6 b
(เปรต  11 จำพวก ยังถูกไฟนรก เผาอยู่  ถ้าเราเอาไฟมาเผาตัวเรา   แล้วมีคนเอา ขนมมาให้เรา กิน เราจะกินได้ ไหม ...)
+ A' [6 z! r% X" R/ R% k! C
3 L- f8 i4 t1 j1 f+ F# X9 _# x" \
หมายเหตุ  คัดลอกมาเป็น บางส่วน จาก ข้อมูลที่ลงไว้ ข้างบน  ควรย้อนกลับไปอ่าน ข้อมูล ช้าๆ ให้ละเอียด  จะได้ รับ ข้อมูล ที่ครบถ้วน  คัดลอกมาเพื่อ ตอบ คำถามเป็น ข้อๆๆ ครับ
% e9 N- m. E8 Q1 X" m
6 o" c; n) Z' S5 ^# a6 @( {  [
* D* n1 O5 I- U1 W3 h' W: q$ G
2 V+ ~" g& d. Q

9 f" p4 w8 o+ @
  G0 Z8 o; T% j" p

Rank: 1

อนุโมทนาสาธุครับอาจารย์ และอนุโมทนาสาธุท่าน zero ด้วยนะครับ อนุโมทนาสาธุครับ สาธุ

Rank: 1

ขอถามหน่อยนะคับถ้าเรามีร้านค้านี่เราจะทำการเบิกบุญยังไงให้ได้ผลที่ดีที่สุดคับควรจะกล่าวว่ายังไงดีคับขอคุณมารน้อยช่วยแนะนำหน่อยคับ ขอบพระคุณล่วงหน้าคับ

Rank: 1

ตอบกระทู้ ธานินทร์ ตั้งกระทู้
' ]. O) I7 t1 G  P+ Q; V# f3 [8 b
สวัสดีครับ คุณธานินทร์ ขอบคุณสำหรับคำถามที่ถามมาครับ เรื่องที่ถามมาเกี่ยวกับร้านค้า หรือการค้าขาย เป็นคำถามที่ผมตอบปํญหาไม่ว่าจะเป็นทางโทรศัพย์ โดยทางส่วนตัว หรือเป็นเรื่องของกระทู้ และถูกเชิญไปดูสถานที่มากเป็นอันดับต้นๆก็ว่าได้ เรื่องทำการค้า ทำธุรกิจ ผมเคยลงบทความไว้ที่เวปเวปหนึ่ง ซึ่งพูดถึงการอุทิศบุญว่าเราจะอุทิศบุญให้ใครบ้างเพื่อช่วยในเรื่องการทำการค้าให้เจริญรุ่งเรือง จริงๆแล้วมีรายละเอียดปลีกย่อยอีกมาก และมีองค์ประกอบหลายๆอย่าง เช่น วัสดุสิ่งของที่ขาย สถานที่ตั้งร้านค้า อื่นๆ ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องเห็นสถานที่จริงถึงจะตอบได้อย่างมั่นใจ   ผมขอตอบแบบรวมก็แล้วกัน ว่าเราจะอุทิศบุญให้ใครบ้างเพื่อทำให้ธุรกิจเราเจริญรุ่งเรืองยิ่งๆขึ้นไป; }5 e9 Z8 \- B. b* N! \1 I
๑. ผู้ที่มีหน้าที่ช่วยเราขายของ คือ ผู้ที่มีหน้าที่โดยตรงในการขายของของเรา เช่น นางกวัก กุมารรักยม ปู่ย่า ตายาย บรรพบุรุษที่ร่วงรับไปแล้ว แล้วกลับมาคอยดูแล้วเรา หรือท่านอื่นๆที่มาช่วยเรา
. ^/ g" z" S: j) ]& G: T6 C" [๒.ผู้คุ้มครองดูแลเรา คือผู้ที่คอยปกป้องคุ้มภัยเรา เช่น เทวดาประจำบ้าน ผู้รักษาตัวเรา+ a0 K4 d9 x# `8 _' w
๓.ผู้คุ้มครองผู้ที่มาซื้อสินค้าจากเรา  สาเหตุเพราะคนทุกคนจะมีผู้ปกป้องคุมภัยแต่เขาไปที่แหล่งอื่น แล้วเขาไม่ได้บุญจากที่อื่นเลย เมื่อเขามาที่นี่แล้วได้บุญ เขาก็ดลใจให้คนคนที่เขาดูแลมาซื้อสินค้าจากเราอีก) X! ?. p1 ?& X5 f0 L8 N
๔.ผู้ที่ขัดขวางการค้าขายของเรา ส่วนใหญ่แล้วก็จะเป็นนายเวร เพราะเขาอยากให้เราเป็นทุกข์มากกว่าสุขอยู่แล้ว
- J8 `7 r& h5 G; q/ ]: X, U! h๕.ผู้ที่พาคนมาซื้อสินค้าจากเรา สาเหตุเมื่อเขาเคยได้เขาก็ต้องพาคนมาอีก
* M) T+ ~* d% J( V& ?4 O๖.ผู้ที่ตามสิ้นค้านั้นมา(หากสินค้านั้นมีส่วนประกอบของสิ่งมีชีวิต)% k/ Z0 ~- N6 ]7 w3 J" R) s
โดยปกติแล้วส่วนใหญ่เราไหวพระแล้วจะขอมากกว่า เช่นวันนี้ขอให้ขายของดีๆ รวยๆ แต่เราไม่เคยเป็นผู้ให้เลย เปรียบไปก็เหมือนเราจ้างพนักงานขายเป็นเงินเดือน เขาก็ขายตามหน้าที่ แต่หากเราให้ค่าคอมฯ พิเศษพนักงานขายเขาอยากขายได้มากๆใช่ไหม  "ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก"

Rank: 1

งั้นอธิฐานในใจเบิกบุญว่าอย่างไรดีคับถึงจะครอบคุมหรือว่าให้เบิกบุญให้ทีละอย่างคับ
‹ ก่อนหน้า|ถัดไป

สมาชิกที่เพิ่งอ่านหัวข้อนี้

คุณต้องเข้าสู่ระบบก่อนจึงจะสามารถตอบกลับ เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก

แดนนิพพาน ดอท คอม

GMT+7, 2026-6-10 15:40 , Processed in 0.209677 second(s), 13 queries .

Powered by Discuz! X1.5

© 2001-2010 Comsenz Inc. Thai Language by DiscuzThai! Team.