แดนนิพพาน "โมทนาทุกดวงจิตถึงซึ่งแดนนิพพาน"

 

   

ค้นหา
ดู: 2856|ตอบ: 3
go

นักสมาธิแล้วเห็นพระ เห็นพระพิฆเนศ

Rank: 1

farkung โพสต์เมื่อ 2013-6-30 13:01 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
อยากถามหลวงพ่อ หรือผู้รู้ค่ะ ในวันนี้ ดิฉันได้ไปปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิแล้วเห็นพระพิฆเนศปางเดวกันยืนเรียงกัน 5 องค์ จากนั้น ก็เห็นพระนั่งสมาธิอยู่ใต้ต้นไม้ ร่างกายซูบผอมมาก หนังติดกระดูก เห็นแต่ด้านข้าง ต่อมาก็เห็นเจ้าแม่กวนอิม อยากทราบว่า ที่เห็นทั้งหมดนี้ หมายความว่าอย่างไรหรอคะ รบกวนช่วยตอบทีนะคะ ^^

Rank: 1

ณัฐดนัย โพสต์เมื่อ 2013-6-30 19:21 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
สาธุครับ คงต้องรอคุณมารน้อยแล้วละครับ

Rank: 1

มารน้อย โพสต์เมื่อ 2013-7-1 11:12 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
ตอบกระทู้ ณัฐดนัย ตั้งกระทู้
# b- p  p6 ]5 p0 N/ P7 g0 @. Y& c. c( W; u& F7 D
ผมไม่เก่งขนาดนั้นครับ แต่จะขอตอบจากประสบการณ์ ก็แล้วกันครับ  จากเรื่องนี้ผมว่าน่าจะเกิดจากสัญญาเก่า และ นิวรณ์ 5 ซึ่งหมายถึง สิ่งที่ขวางกั้นจิตทำให้สมาธิไม่อาจเกิดขึ้นได้ มี 5 อย่างคือ  . ~: Y- u( X# y3 Y! W

$ Y  f  E  W: E1.กามฉันทะ คือ ความยินดี พอใจ เพลิดเพลินในกามคุณอารมณ์ ได้แก่ ความยินดี พอใจในรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ(สิ่งสัมผัสทางกาย) อันน่ายินดี น่ารักใคร่พอใจ รวมทั้งความคิดอันเกี่ยวเนื่องด้วยรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะนั้น (คำว่ากามในทางธรรมนั้น ไม่ได้หมายถึงเรื่องเพศเท่านั้น)
! ?( ~& r+ q2 C3 h9 Y/ ?: @6 X 4 T: {4 _5 f: y; j' k  t( \
2. พยาบาท คือ ความโกรธ ความพยาบาท ความไม่พอใจ ขัดเคืองใจ " s; ]( K, w# j* J  R7 O) G- j) B

, K: ?6 ]' m; O2 R- @( i- p3. ถีนมิทธะ แยกเป็นถีนะ คือ ความหดหู่ท้อถอย และมิทธะ คือ ความง่วงเหงาหาวนอน ถีนะและมิทธะนั้นมีอาการแสดงออกที่คล้ายกันมาก คือทำให้เกิดอาการเซื่องซึมเหมือนกัน แต่มีสาเหตุที่ต่างกันคือ
' E# j, m+ Z; o, [. c! o: mถีนะเป็นกิเลสชนิดหนึ่ง เกิดจากการปรุงแต่งของจิต ทำให้เกิดความย่อท้อ เบื่อหน่าย ไม่มีกำลังที่จะทำความเพียรต่อไป  
, Z( u. O. M% q9 Fส่วนมิทธะนั้นเกิดจากความเมื่อยล้าอ่อนเพลียของร่างกาย หรือจิตใจจริง ๆ เนื่องจากตรากตรำมามาก หรือขาดการพักผ่อนที่เพียงพอ หรือการรับประทานอาหารที่มากเกินไป มิทธะนี้ไม่จัดเป็นกิเลส (พระอรหันต์ไม่มีถีนะแล้ว แต่ยังมีมิทธะได้เป็นบางครั้ง) * |  {6 D- }% v, e

7 K/ V" R$ g1 X$ X+ Z& F4. อุทธัจจกุกกุจจะ แยกเป็นอุทธัจจะคือความฟุ้งซ่านของจิต และกุกกุจจะคือความรำคาญใจ
3 t( }7 Y# |! p- O) b  zอุทธัจจะนั้นคือการที่จิตไม่สามารถยึดอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้เป็นเวลานาน จึงเกิดอาการฟุ้งซ่าน เลื่อนลอยไปเรื่องนั้นที เรื่องนี้ที
- E0 y8 R  T2 w7 t& [; Zส่วนกุกกุจจะนั้นเกิดจากความกังวลใจ หรือไม่สบายใจถึงอกุศลที่ได้ทำไปแล้วในอดีต ว่าไม่น่าทำไปอย่างนั้นเลย หรือบุญกุศลต่างๆ ที่ควรทำแต่ยังไม่ได้ทำ ว่าน่าจะได้ทำอย่างนั้นอย่างนี้
& R! {/ ~4 O6 c+ _# L" T0 V- |
. x3 F/ ~: T% V) D* O5 o5. วิจิกิจฉา คือ ความลังเลสงสัย ไม่แน่ใจ หรือไม่ปักใจเชื่อว่าสิ่งใดถูกสิ่งใดผิด หรือควรทำแบบไหนดี จิตจึงไม่อาจมุ่งมั่นในอารมณ์ใดอารมณ์หนึ่งได้อย่างเต็มที่ สมาธิจึงไม่เกิดขึ้น 3 P4 s% j' P' K9 u" y5 E

2 P: `' q' E9 cนิวรณ์ทั้ง 5 ตัวนี้ มีเฉพาะอุทธัจจะเท่านั้นที่เกิดขึ้นตัวเดียวได้ ส่วนนิวรณ์ตัวอื่น ๆ นอกนั้น เมื่อเกิดจะเกิดขึ้นร่วมกับอุทธัจจะเสมอ
/ A* K! L9 C' J, s4 m . M+ o+ {+ q) z. ~4 V
นิวรณ์ทั้ง 5 เป็นอุปสรรคสำคัญในการทำสมาธิ ถ้านิวรณ์ตัวใดตัวหนึ่ง หรือหลายตัวเกิดขึ้น สมาธิก็ไม่อาจเกิดขึ้นได้เลย แต่นิวรณ์ทั้ง 5 นี้ไม่เป็นตัวขวางกั้นวิปัสสนาเลย ทั้งยังเป็นประโยชน์แก่วิปัสสนาอีกด้วย เพราะวิปัสสนานั้นเป็นการเรียนรู้ธรรมชาติของสรรพสิ่ง ไม่ว่าขณะนั้นอะไรจะเกิดขึ้น ก็เป็นประโยชน์ให้เรียนรู้ได้เสมอ นิวรณ์ทั้ง 5 นี้ก็เป็นธรรมชาติอย่างหนึ่ง ๆ ของจิตที่เป็นประโยชน์ในการเรียนรู้ ให้เห็นถึงความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ไม่อยู่ในอำนาจ ของจิตเช่นกัน (ได้จากเวปพลังจิตคับลอกมาบางส่วน)  ผมอาจจะผิดก็ได้ครับ ลองถามผู้รู้ อีกท่านหนึ่ง ดู คุณธนา ก็ได้
3 j. Y+ f8 H7 _. N$ {" H

Rank: 1

ณัฐดนัย โพสต์เมื่อ 2013-7-2 21:28 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
อนุโมทนาสาธุครับ สาธุ

สมาชิกที่เพิ่งอ่านหัวข้อนี้

คุณต้องเข้าสู่ระบบก่อนจึงจะสามารถตอบกลับ เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก

แดนนิพพาน ดอท คอม

GMT+7, 2020-10-31 05:23 , Processed in 0.117334 second(s), 14 queries .

Powered by Discuz! X1.5

© 2001-2010 Comsenz Inc. Thai Language by DiscuzThai! Team.