แดนนิพพาน "โมทนาทุกดวงจิตถึงซึ่งแดนนิพพาน"

 

   

ค้นหา
ดู: 66015|ตอบ: 28
go

ตามรอยพระพุทธบาทถ้ำวัวแดง ถ้ำแสงจันทร์ พบหลวงปู่เทพโลกอุดร!!! อ.ภักดีชุมพล จ.ชัยภูมิ

Rank: 9Rank: 9Rank: 9

webmaster โพสต์เมื่อ 2009-2-16 20:48 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
ตามรอยพระพุทธบาทถ้ำวัวแดง(ถ้ำประทุน) ถ้ำแสงจันทร์ พบหลวงปู่เทพโลกอุดร!!! อ.ภักดีชุมพล จ.ชัยภูมิ 4 วัน 4 คืน

n11.jpg



ขอกริ่นนิดนึงนะครับจริงๆ แล้วถ้ำวัวแดงของจริงนั้นจะสามารถไปได้เมื่อถึงเวลาอันสมควรถ้ำจึงจะเปิดให้เห็น โดยจุดที่จะเปิดถ้ำวัวแดงนั้นแทบจะไม่ซ้ำที่กันเลยก็ได้ เท่าที่ฟังจากพระที่ท่านอยู่ที่วัดเล่าว่า ประมาณปี 2539 มีพระมาปฏิบัติธรรมหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเป็นจำนวนมาก จากคำบอกเล่าของพระบางองค์ที่ออกมาจากถ้ำได้เล่าให้ฟังว่า การปรากฏปากทางเข้าของถ้ำวัวแดงนั้น บางครั้งจะปรากฏเหมือนเป็นม่านน้ำตกหรือหมอกบางๆ บางครั้งก็เดินทะลุเหมือนกับถ้ำทั่วไป มีฤๅษีบางองค์เข้าไปฝึกกรรมฐานไม่นานต่อมาก็มีนิมิตมีพระมาบอกคาถาให้ พอท่องแล้วปรากฏว่ามีปากถ้ำวัวแดงโผล่มาตรงหน้าให้เห็น อยากให้เข้าใจก่อนว่า ถ้ำวัวแดงที่พวกเราๆ ทั้งหลายเดินขึ้นบันไดปูนเข้าไปกันเป็นว่าเล่นนั้น จริงๆแล้วเขาเรียกว่า "ถ้ำประทุน" ครับ(แต่ป้ายบอกทางจะเขียนว่าถ้ำวัวแดง)

ถ้ำแสงจันทร์ เป็นหนึ่งในถ้ำที่สวยงามอีกที่หนึ่งในเทือกเขาเพชรบูรณ์ แต่เดิมในถ้ำจะมีปล่อง ให้แสงจันทร์และแสงอาทิตย์สาดส่องเข้ามาได้ แต่ปัจจุบันมีใบไม้มาทับถมปิดปล่องเป็นจำนวนมาก ทำให้มองไม่เห็นแสงจันทร์และแสงอาทิตย์ที่ส่องลงมา ถ้ำแสงจันทร์จะเป็นถ้ำทะลุ สามารถเดินทะลุไปยังใจกลางปล่องภูเขาไฟเก่าได้ และบริเวณกลางปล่องภูเขาไฟเก่านี่แหละจะเป็นที่สำหรับพวกเราจะใช้เป็นที่พักค้างคืนและฝึกกรรมฐานกัน 3 วัน 3 คืน

อุปกรณ์สำหรับการเดินทาง ปรอทสำหรับดูดพิษ มะนาวสด(กันงูมีพิษได้) วัตถุมงคลตามที่แต่ละคนจะศรัทธา ยาตั้ง(เอามาผสมน้ำทาขาและแขนกันแมลงดูดเลือดและเห็บพิษ) ผ้ายางพลาสติกสำหรับปูนอน มีดสำหรับตัดต้นไผ่และขุดหลุม กระดาษทิชชู่(ที่นี่ไม่มีห้องน้ำ เข้าป่าหามุมขุดหลุมวางระเบิดกันเอาเอง) น้ำดื่มเอามาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ อาหารแห้งต่างๆ เช่น มาม่า ปลาแห้ง หรือใครจะเตรียมกะทิกล่องมาสำหรับทำข้าวหลามก็ได้ เสื้อกันหนาว และถุงนอน ฯลฯ

การเตรียมเสื้อผ้า แนะนำให้เอาไปแค่ชุดเดียวพอครับ เพราะข้างบนไม่มีน้ำให้อาบอยู่แล้ว ควรเลือกใส่เป็นกางเกงจะสะดวกกว่า และควรเป็นสีขาวหรือสีเหลือง หรือสีกลัดเท่านั้น หรือสีแบบสันติอโศกก็ได้ เพราะที่นี่จะมีตัวกบดตัวใหญ่มาก (ไม่แน่ใจว่าพิมพ์ถูกหรือเปล่า) เหมือนลิง แต่ตัวใหญ่เท่าคน มันจะทำร้ายคนที่ใส่เสื้อผ้าสีอื่นนอกเหนือจากสีขาว สีเหลือง และสีกลัด เพราะพวกลักลอบตัดไม้ กับพวกที่ชอบแต่งตัวแบบทหารเคยไปยิงพวกพ้องของมัน มันเลยจะจำและจะเข้าทำร้ายทันที เห็นอาจารย์ยอดบอกว่าเขี้ยวมันยาวขนาดเท่านิ้วกลางผู้ชายตัวใหญ่ๆได้เลย

การเดินทาง ครั้งนี้ตอนแรกไปกัน 9 คนต่อมามีคนที่สนใจขออติดตามไปด้วย จึงมีเพิ่มมาอีกเป็น 13 คน(พระสงฆ์ 3 รูป ชาย 5 คน หญิง 5 คน) 1 คืนแรกนอนพักที่ถ้ำวัวแดงก่อน และอีก 3 คืนหลังไปนอนกันที่ถ้ำแสงจันทร์กลางปล่องภูเขาไฟเก่า


พบหลวงปู่เทพโลกอุดรเดินนำทาง หลังจากที่พวกเราทานอาหารช่วง 11 โมงเสร็จ ก็เริ่มออกเดินทางกันต่อ กลุ่มคนที่เดินเร็วก็จะนำกันไปก่อน(มีสุนัขนำทางให้) กลุ่มคนที่เดินเร็วปานกลางก็จะอยู่ตรงกลาง และรั้งท้ายด้วยคนกลุ่มที่เดินช้าคือพระอาหจารย์เดชฤทธิ์ พระอาจารย์ตือ ลูกหาบพี่บัติ ลุงบู่ แม่นิ่ม และหลวงตา(ที่เดินช้าเพราะต้องแบกของหนักตลอดทาง)แต่กลุ่มคนเดินช้าจะรู้ทางกันหมดทุกคนยกเว้นหลวงตากับพระอาจารย์ตือแค่ 2 รูปที่ไม่รู้ทางไปถ้ำแสงจันทร์ ปรากฏว่าพอกลุ่มแตกออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่และทิ้งช่วงกันไปไกลมาก กลุ่มพวกที่เดินเร็วแต่ไม่มีใครรู้ทางเลย(เดินตามสุนัขนำทาง) มีบางคนมองเห็นหลวงตาเดินนำทางอยู่ข้างหน้า ในขณะเดียวกันกลุ่มคนที่เดินเร็วปานกลางก็ไม่มีใครรู้ทางเช่นเดียวกันและมองไม่เห็นพวกคนกลุ่มหน้าเลยเพราะทิ้งช่วงกันไกลเกินไป ก็มองเห็นหลวงตาเดินนำทางอยู่ข้างหน้าให้เช่นกัน ทั้งที่ความเป็นจริงหลวงตาองค์ที่เป็นพระสงฆ์องค์จริงๆ เดินอยู่ในกลุ่มหลังสุด มารู้ทีหลังเพราะพอพวกราไปถึงบันไดลิงกันหมดแล้ว กำลังนั่งรอกลุ่มเดินช้ามาถึง หลวงตาองค์จริงกลับเพิ่งเดินมาถึง???

และที่น่าสังเกตคือหลังจากทานอาหารเสร็จหลวงตาหันมาบอกว่า "ให้รีบไป เดี๋ยวจะไม่ทัน" พี่แก้วให้ยินชัดที่สุด หลวงตาพูดเป็นภาษาไทยชัดเจนมาก และใบหน้าผ่องผิดปกติ แต่กลับกลายเป็นว่าพอไปถามหลวงตาองค์จริงอีกครั้ง ท่านกลับบอกว่าท่านไม่ได้พูดอะไรเลย และหลวงตาองค์จริงก็ยังพูดภาษาไทยไม่ชัดอีกด้วย ท่านพูดแต่ภาษาอีสาน???

แต่ที่ชัดที่สุดคงจะเป็นตอนที่หลังทานอาหาร ตอน 11 โมงเสร็จเริ่มออกเดินทาง ข้าพเจ้าเห็นหลวงตาองค์จริงนั่งขัดบาตรอยู่เพราะผูกไว้หลวม ท่านเลยนั่งข้างๆนั่งขัดบาตรใหม่ ข้าพเจ้าก็เดินเลยท่านไป ทางเดินมันก็แคบๆ เดินได้แค่ทีละคน ปรากฏว่าพอเดินเลยหลวงตาองค์จริงไปไม่กี่ก้าว ข้าพเจ้ากลับเจอหลวงตาเดินนำหน้าอยู่ห่างกันแค่เมตรกว่าๆ ตอนนั้นข้าพเจ้าก็ตกใจพอสมควรเพราะสงสัยว่าทำไมหลวงตาเดินแซงมาได้ ทั้งที่ทางเดินแคบมากเดินได้แค่ทีละคน ถ้าท่านจะแซงท่านก็ต้องขอทางให้ข้าพเจ้หลบข้างๆให้ก่อน ท่านถึงจะเดินแซงหน้าไปได้ แต่เพิ่งเดินพ้นท่านมาไม่กี่ก้าว กลับเจอท่านเดินนำหน้าอยู่ข้างหน้าแล้ว ตอนนั้นท่านหันมามองข้าพเจ้าเล็กน้อยเหมือนกลับดูว่าตามมาอยู่รึเปล่า ข้าพเจ้ายังมองเห็นหน้าท่านอยู่ชัดเจน

จากเหตุการณ์ครั้งนี้ทำเอาพวกเรางงกันเป็นไก่ตาแตก องค์ไหนหลวงตาองค์จริง องค์ไหนหลวงตาองค์ปลอม นั่งซักไซร้ลำดับเรื่องราวกันพอสมควร สุดท้ายแล้วสรุปได้คือ มีหลวงตา 2 องค์แน่ๆ (เพราะกลุ่มที่เดินเร็วก็บอกว่าหลวงตาเดินนำทางให้ กลุ่มกลางก็บอกว่าหลวงตาเดินนำทางให้ กลุ่มหลังก็บอกว่าหลวงตาเดินนำหน้ากลุ่มเขาเหมือนกัน  จึงสรุปได้ว่ากลุ่มหลังเป็นหลวงตาองค์จริง) ส่วนที่กลุ่มกลางกับกลุ่มหน้าเห็นแปลว่าเป็นหลวงตาองค์ปลอม

และองค์ปลอมก็คือหลวงปู่เทพโลกอุดรแน่นอน เพราะก่อนออกเดินทางพวกเราอธิษฐานกันไว้ว่าอยากจะพบท่านสักครั้ง และก่อนออกเดินทางพระอาจารย์เดชฤทธิ์ก็บอกว่ามองเห็นหลวงปู่เทพโลกอุดรเดินนำหน้าพวกเราอยู่ เพียงแต่ท่านมาสงเคราะห์ให้พวกเราเห็นแบบไม่รู้ตัว คือมาเป็นพระแก่ๆ เหมือนกับหลวงตาที่มาด้วยกัน ทำให้พวกเราไม่มีใครเอ๊ะในสงสัยกันเลยตลอดการเดินทาง พอมาถึงที่แล้ว นั่งคุยกันเลยมาถึงบางอ้อทีหลัง เพราะไปมั่วแต่ยึดติดว่าท่านต้องมาแบบที่เคยเห็นในรูปภาพวาด

เริ่มออกเดินทางวันที่ 10 ก.พ.52 เวลาประมาณ 4 โมงเย็น

n04.jpg


มาเตรียมสิ่งของอาหารและน้ำที่ สำนักปฏิบัติธรรมป่าผาแดงงามวิเวกการาม

n05.jpg


ด้านหลังคือเทือกเขาภูพญาฝ่อ หรือเทือกเขาเพชรบูรณ์ ที่มาของตำนานถ้ำวัวแดง และหลวงปู่เทพโลกอุดร

n07.jpg


อุ่นข้าวกี่และไก่ย่างเป็นเสบียง

n06.jpg


ต้มยาคลายเส้นเอ็น - บริเวณภายในสำนักปฏิบัติธรรมป่าผาแดงงามร่มรื่นน่าอยู่มากๆ

n08.jpg


บรรดาแม่ขาว(พี่แก้ว)เตรียมเก็บสัมภาระที่จะต้องเตรียมเดินทางขึ้นเขา

n10.jpg


เวลาประมาณ 4 โมงเย็น ออกเดินทางมาจอดรถทิ้งไว้ที่สำนักสงฆ์ถ้ำวัวแดง

n02.jpg


ลำเรียงสัมภาระและเสบียงอาหาร-น้ำลงจากรถ

n01.jpg


ออกเดินทางได้.....

Rank: 9Rank: 9Rank: 9

webmaster โพสต์เมื่อ 2009-2-16 23:29 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
n03.jpg
  

ซุ้มประตูบันไดทางขึ้นถ้ำวัวแดง

n08.jpg


n07.jpg


ขึ้นบันไดมาได้นิดหน่อยจะพระพุทธรูปองค์ใหญ่

n06.jpg


ใกล้ถึงแล้ว (ขึ้นบันไดมาประมาณ 800กว่าขั้น)

n04.jpg


จัดเตรียมนำธูปเทียนแพ บายศรี ต้นไม้เงิน/ทอง ฉัตรเงิน/ทองขนาดเล็กๆ และ น้ำอบ แผ่นทองถวายเป็นพุทธบูชา (พี่หมีนำมาให้ )

n02.jpg


สวดมนต์ทำวัตรพร้อมกันภายในถ้ำวัวแดง

n10.jpg


ขอนอนก่อนจ้า(นอนภายในถ้ำวัวแดง) พรุ่งนี้ยังต้องเดินทางอีกยาวไกล

Rank: 9Rank: 9Rank: 9

webmaster โพสต์เมื่อ 2009-2-16 23:44 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
n15.jpg


ตื่นเช้ามาเดินสำรวจรอบๆ ถ้ำวัวแดง(ถ้ำประทุน)

n16.jpg


รูปปั้นวัวแดงบริเวณใกล้ปากถ้ำ

n17.jpg
n09.jpg


เดินไปสำรวจหลังพระประธานในถ้ำปรากฏว่ามีทางไปต่อเป็นทางเข้าเล็กๆ ข้างในมีเจดีย์พระบรมธาตุอยู่ แต่เดิมเป็นเพียงภูดินที่ก่อขึ้นมา ต่อมามีการสร้างเป็นรูปแบบเจดีย์ครอบทับอีกที

n19.jpg


ต้องปีนเข้าออกกันลำบากพอดู เพราะรูทางเข้าเล็กมาก ต้องนอนคลานกันเข้าไป

n18.jpg
n14.jpg


ปิดทองพรมน้ำอบน้ำหอมเจดีย์พระสารีริกธาตุ แล้วก็สวดมนต์ถวายพร้อมกันเป็นพุทธบูชา

n01.jpg


บ่อน้ำซับภายในถ้ำ ซึ่งเป็นน้ำสำหรับใช้ในวัด


n12.jpg


ลูกหาบ 2 คน มาถึงพอดี คือพี่บัติและลุงบู่เตรียมแบ่งของอาหารและน้ำบางส่วนใส่กระสอบ

n08.jpg






เตรียมพร้อม!!! .... ออกเดินทางไปยังถ้ำแสงจันทร์ได้!!!

***เดินทางจากถ้ำวัวแดงไปถึงถ้ำแสงจันทร์ ประมาณ 4 ชั่วโมงถึง ระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร ขึ้นลงเขา ข้ามเขาทั้งหมด 4 ลูก เริ่มออกเดินทางตอนเช้าวันที่ 11 เวลา 8.30 น.

Rank: 9Rank: 9Rank: 9

webmaster โพสต์เมื่อ 2009-2-17 00:43 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
n07.jpg


ผ่านตำหนักพ่อปู่ฤๅษี แวะกราบอธิษฐานขอพรกันก่อน...

n06.jpg


n05.jpg


n04.jpg


ขึ้นเขาช่วงแรกทุลักทุเลกันพอสมควร เพราะทางค่อนข้างชันมากและจะชันขึ้นเรื่อยๆ

n03.jpg


สุนัขนำทางไปถ้ำที่ติดตามคณะมาด้วย ตัวป่วนประจำคณะเลยก็ว่าได้ อิอิ

n02.jpg


เห็นแล้วหนักแทน ลุงบู่แรงดีเอามากๆ พวกเราขึ้นไปได้นิดหน่อยก็เริ่มเหนื่อยกันแล้ว

n0101.jpg

โฉมหน้าฮีโร่ พี่บัติกับลุงบู่ ถ้าไม่มี 2 คนนี้คณะทั้งคณะได้อดน้ำและอาหารตายแน่ๆ เพราะถ้ำแสงจันทร์ไม่มีน้ำ

n13.jpg


ถ่ายรูปกันหน่อยที่ป่าไผ่ ทางชันมากเลยขอพักสักหน่อย เพราะต่อไปจะไม่ค่อยมีที่ให้พักแล้ว ทางชันตลอด

Rank: 9Rank: 9Rank: 9

webmaster โพสต์เมื่อ 2009-2-17 01:06 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
a05.jpg


ออกเดินทางกันต่อ...

a07.jpg


มุดรังมดแดง

a04.jpg


ขนาดเหนื่อยๆ ยังยิ้มกันสนุกสนาน

a06.jpg


ฝึกเดินทรงตัวบนขอนไม้

a01.jpg


11.30 น. พักทานอาหารที่จุดชมวิว(แต่ไม่ค่อยอยากชมวิวกันเท่าไหร่ เพราะมั่วแต่กิน)

a02.jpg


กินข้าวเหนียวกับปลาร้าบอง และข้าวเหนียวกี่ ไก่ย่าง

a03.jpg


นั่งแล้วไม่อยากจะรีบลุกเลย อิอิ

Rank: 9Rank: 9Rank: 9

webmaster โพสต์เมื่อ 2009-2-17 01:39 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
b04.jpg


ใกล้ถึงแล้วๆๆ


b02.jpg


ไต่บันไดลิงอีก4อันเพื่อขึ้นเขาไปยังปากถ้ำ

b03.jpg


ใกล้ถึงแล้วกำลังใจเต็มที่ สู้ๆๆ

b05.jpg


พระอาจารย์เดชฤทธิ์แบกเจ้าตัวป่วนขึ้นมาด้วย เพราะมันขึ้นมาเองไม่ได้เลยเอาแต่ร้องโหยหวนจนพระอาจารย์ท่านทนไม่ไหวกลับไปอุ้มมันขึ้นมาด้วย

b01.jpg


เวลา บ่าย 1โมง 30 นาที เฮ้อ ถึงปากถ้ำซะที พักให้หายเหนื่อยกันก่อน จะได้เดินทางกันต่อ...ยังไม่ถึงเน้อ

b06.jpg


ไหว้พระพุทธรูปที่ปากถ้ำกันก่อนเพื่อความไม่ประมาท

b13.jpg


เดินทางเข้าถ้ำกันต่อ ปากทางเข้าถ้ำแสงจันทร์ โห ทางเข้าถ้ำเล็กมากเข้าได้แค่ทีละคน

b07.jpg


ต่อแถวๆ

b12.jpg


แต่ก่อนมีพระพุทธรูปภายในถ้ำมากมายปัจจุบันกรมป่าไม้เอาออกไปเกือบหมดแล้ว...

b08.jpg


b10.jpg


b11.jpg


ภายในถ้ำกว้างมากๆ และเดินได้สะดวกสบาย พื้นดินก็ราบเรียบ มีหินงอกหินย้อยต่างๆ สวย งามมากมายหลายจุด แต่ก็มีร่องรอยโดนคนหักทำลายไปเยอะเหมือนกัน

b09.jpg


ของสำคัญๆ ส่วนใหญ่ โดนคนทุบทำลายไปจนแทบไม่เหลือแล้ว

Rank: 9Rank: 9Rank: 9

webmaster โพสต์เมื่อ 2009-2-17 02:52 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
b08.jpg


b10.jpg


b01.jpg


พระพุทธรูปที่ยังพอเหลือยู่ในถ้ำ

b02.jpg


b03.jpg


b04.jpg


b05.jpg


b11.jpg


หินฤๅษี

b12.jpg


b13.jpg


b14.jpg


b15.jpg


ซากกระดูกงูทับสมิงคา พระอาจารย์เดชฤทธิ์บอกว่ามาเมื่อสัปดาห์ก่อนมีเยอะมาก แต่พอมาครั้งนี้ปรากฏว่าไม่มีออกมาเลยสักตัว
b06.jpg


รอยเลื้อยของงู(หรืออาจจะไม่ใช่งู ) รอยใหญ่มากๆ เมื่อเทียบกับขนาดของกองไฟมุมซ้ายบนในภาพ

แต่เป็นที่น่าสังเกตุอยู่ว่าสุนัขนำทางตัวป่วนจะทำหูลู่ และหางตกตลอดทั้งวัน เอาแต่นอนขดเหมือนกลัวอะไรสักอย่างตลอด 3 วัน 3 คืน  เมื่อเข้ามาในถ้ำจนถึงที่พัก  จนตอนแรกคิดว่ามันเหนื่อยและไม่สบาย แต่พอวันกลับเมื่อออกพ้นปากถ้ำไปแล้ว จึงกลับมาเป็นเหมือนเดิม กระดิกหาง หูตั้ง ร่าเริง และวิ่งกลับวัดเร็วปรื้อ เหมือนกับว่าอยากจะไปให้พ้นจากที่นี่เร็วๆ

และในวันกลับพอสุนัขเดินผ่านจุดรอยเลื้อยนี้กลับไม่กล้าเดินไปต่อ แล้วยังวิ่งหนีไปหลบมุมทำเอาคนหัวหมุนพอสมควร สุดท้ายพระอาจารย์จนต้องวิ่งไล่จับคว้าตัวและอุ้มออกมาจากปากถ้ำจนได้

แม่นิ่มบอกว่าถ้าปล่อยสุนัขทิ้งไว้ มันจะตายแน่ๆ แมวลายแมวดำจะเอามันไปเป็นอาหาร ตอนแรกข้าพเจ้าก็สงสัย แมวลายแมวดำ มันก็แมวป่าไม่น่าจะตัวใหญ่ขนาดกินสุนัขได้ ไปๆมาๆ แม่มากระซิบบอกทีหลังว่า ไม่ไกลจากที่เราพักเท่าไหรมีเสือแม่ลูกอ่อนอยู่ แต่เวลาเข้าป่าเขาจะไม่เรียกว่าเสือ เขาจะเรียกว่าแมวแทน เป็นเคล็ด จึงค่อยถึงบางอ้อกระจ่างซะที

เท่าที่ทราบมาจากพระสงฆ์ที่ท่านเล่าให้ฟัง มีพระสงฆ์เจอเสือตัวยาวขนาด 13 ศอกมาแล้ว เรียกว่าบ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ของป่าที่ยังพอมีอยู่มากพอสมควร

b07.jpg


b09.jpg


e04.jpg


เดินไปจนสุดทางจะทะลุทางออกไปยังกลางปล่องภูเขาไฟเก่าซึ่งเป็นที่ๆ พวกเราจะนอนกันพักค้างคืนปฏิบัติธรรมกัน

Rank: 9Rank: 9Rank: 9

webmaster โพสต์เมื่อ 2009-2-17 03:41 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
อันนี้จะเป็นภาพกิจวัตรประจำวันทั่วไปในแต่ละวันครับ

c06.jpg


นั่งคุยผิงไฟ แลกเปลี่ยนประสบการณ์การปฏิบัติ ยาสมุนไพรในป่า วิชาคาถาเวลาเข้าป่า เคล็ดความรู้ต่างๆ ในการเข้าป่าเดินธุดงค์ สิ่งจำเป็นเวลาขาดแคลนน้ำ ทั้งเรื่องของครูบาอาจารย์องค์ต่างๆที่ได้ธุดงค์มายังสถานที่แห่งนี้ และเรื่องต่างๆที่น่าสนใจในเรื่องของการปฏิบัติและสิ่งที่ควรรู้อีกมากมาย

c01.jpg


เจ้าหมอกหรือพ่อหมอก สายสืบลิงที่คอยจับตาดูพวกเราเป็นระยะๆ แม่นิ่มบอกว่าขึ้นมาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นอนแทบไม่ได้ลิงเอาไม้ขว้างใส่ และร้องส่งเสียงดังทั้งคืนไม่ให้ได้นอน แต่มารอบนี้แปลกมากฝูงลิงไม่กล้าเข้าใกล้คณะของพวกเราเลย


c04.jpg


หุงข้าวและต้มน้ำโดยใช้กระบอกไม้ไผ่ ขอบอก ข้าวหอมมากๆ

c05.jpg


แข่งปิ้งข้าวเกรียบ หึหึ

c11.jpg


ทำข้าวเกรียบไหม้ซะแล้ว อิอิ

c02.jpg


อันนี้ป็นภาพอาหารมื้อสุดท้ายก่อนที่จะออกจากถ้ำแสงจันทร์ครับ กับข้าวเลยเยอะหน่อย เพราะต้องช่วยกันกินให้หมด อิอิ

c03.jpg


ถ่ายรูปหมู่เป็นที่ระลึกกันหน่อย

c07.jpg


ถือศีล 8 ทำวัตรเช้า - เย็น และนั่งกรรมฐานกันในถ้ำ

c08.jpg


ชมแสงจันทร์กลางปล่องภูเขาไฟ บรรยากาศสุดยอดดดดด

c09.jpg


นอนชมแสงจันทร์กลางปล่องภูเขาไฟเก่า

c10.jpg


อันนี้เรียกว่าหมากกล้วยครับ เป็นผลไม้ป่ากินแก้ไข้ป่ามาลาเรีย ต้นมันจะสูงมากๆ เราปีนไม่ไหว แต่จะสามารถเก็บเอาตามพื้นมากินได้ เพราะพวกกระรอกกระแตมันกัดขั้วผลตกแล้วมันคว้าเก็บไม่ทัน ลูกมันเลยตกลงพื้นมาเป็นอาหารให้พวกเราได้กินกัน

Rank: 9Rank: 9Rank: 9

webmaster โพสต์เมื่อ 2009-2-17 03:54 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
e02.jpg


ปากปล่องภูเขาไฟเก่า

e05.jpg


ลักษณะหินโดยรอบ

e03.jpg


ลักษณะหินโดยรอบ

e01.jpg


รูลึกกลางปล่อง

Rank: 9Rank: 9Rank: 9

webmaster โพสต์เมื่อ 2009-2-17 03:55 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
รอยคล้ายพระพุทธบาท อยู่ข้างหลังถ้ำแสงจันทร์

บูชาพระรัตนตรัย

บูชาพระรัตนตรัย


อันนี้จะเห็นเป็นลักษณะรอยพระบาทเช่นกัน

จากนั้นเอาก้อนหินปิดเพื่อกันคนข้าม ... ... ... ... ... ... ... ... ...

จากนั้นเอาก้อนหินปิดเพื่อกันคนข้าม ... ... ... ... ... ... ... ... ...


ถ้าดูดีๆ เหมือนซ้อนกันหลายรอย

ออกมาจากข้างหลังถ้ำจะพบเลย

ออกมาจากข้างหลังถ้ำจะพบเลย


อันนี้คล้ายรอยพระหัตถ์ ซึ่งอยู่ข้างบน ทางออกหลังถ้ำแสงจันทร์

เอาผ้าจีวรมาห่มและทำลักษณะคล้ายเจดีอยู่หลังถ้ำแสงจ ...

เอาผ้าจีวรมาห่มและทำลักษณะคล้ายเจดีอยู่หลังถ้ำแสงจ ...


รอยที่ดินกลบอยู่ พอเอาดินออกจะเหมือนลักษณะลอยเกือกแก้ว

ช่วยกันปิดทอง

ช่วยกันปิดทอง

ช่วยกันปิดทอง

ช่วยกันปิดทอง

พุทธบูชา ธรรมะบูชา สังฆบูชา

พุทธบูชา ธรรมะบูชา สังฆบูชา

จากนั้นเอาก้อนหินปิดทำเป็นลักษณะคล้ายเจดีย์ ... ... ... . ...

จากนั้นเอาก้อนหินปิดทำเป็นลักษณะคล้ายเจดีย์ ... ... ... . ...
DSCF8146.jpg

รอยเท้าครูบาอาจารย์

รอยเท้าครูบาอาจารย์
DSCF8159.jpg

แสดงความคิดเห็น

พิมพร  ปับจุบันปี2556ยังมีสมาชิกไปถํ้าแสงจันทร์หรือไม่  โพสต์เมื่อ 2013-5-3 10:28

สมาชิกที่เพิ่งอ่านหัวข้อนี้

คุณต้องเข้าสู่ระบบก่อนจึงจะสามารถตอบกลับ เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก

แดนนิพพาน ดอท คอม

GMT+7, 2018-12-15 13:04 , Processed in 0.049638 second(s), 17 queries .

Powered by Discuz! X1.5

© 2001-2010 Comsenz Inc. Thai Language by DiscuzThai! Team.